ป่วยอัลไซเมอร์..รู้เร็ว ช่วยชะลอ-ยืดอายุได้


   

(ผู้สูงอายุที่มีอาการเครียดในเรื่องต่างๆ มากเกินไป เสี่ยงต่อการป่วยโรคความจำเสื่อมและโรคอัลไซเมอร์ได้ในที่สุด)

        อย่างที่รู้กันดีว่าคนอายุหลัง 65 ปีขึ้นไปนั้นเสี่ยงต่อการเป็น โรคสมองเสื่อม หรืออัลไซเมอร์กว่าคนวัยอื่นๆ สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากภาวะความเสื่อมของร่างกาย โดยเฉพาะอวัยวะที่สำคัญอย่างสมอง หรือแม้ปัจจัยอื่นรวมด้วย อย่างผู้ที่ป่วยเป็นโรคหลอดเลือดสมอง กระทั่งโรคเรื้อรังอย่างเบาหวาน ความดันโลหิตสูง การสูบบุหรี่ ที่ไปกระตุ้นอาการของโรคให้เป็นมากขึ้น ที่สำคัญหากในครอบครัวมีผู้สูงอายุที่ป่วยจำเป็นได้รับการดูแลจากลูกหลาน ซึ่งบางครั้งอาจกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจในครอบครัว ตลอดจนคุณภาพชีวิตของทั้งลูกหลานและผู้ป่วย

(พญ.ศุภมาศ วิบูรณ์สุขสันต์)

      พญ.ศุภมาศ วิบูรณ์สุขสันต์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรศาสตร์โรคสมองและระบบประสาท รพ.เวชธานี มาให้ข้อมูลเกี่ยวกับโรคสมองเสื่อม และการดูแลรวมถึงสังเกตอาการเบื้องต้นไว้น่าสนใจ ว่า สาเหตุของโรคสมองเสื่อมนั้น ร้อยละ 80% เกิดจากภาวะเสื่อมของสมองเอง ซึ่งเป็นไปตามอายุที่เพิ่มมากขึ้น หรือบางครั้งการที่คนไข้มีปัจจัยเสี่ยงร่วมด้วย อย่างการที่ท่านป่วยเป็นโรคหลอดเลือดสมอง ที่เป็นสาเหตุหนึ่งของโรคสมองเสื่อมและการที่สมองเสื่อมแล้ว ก็จะนำมาสู่ภาวะโรคอัลไซเมอร์หรืออาการหลงลืมได้ในที่สุด ทั้งนี้ ระยะเริ่มต้นของการโรคสมองเสื่อมนั้นมีคอนเซ็ปต์ให้จำอย่างง่ายๆ คือ อันที่ 1.พฤติกรรมของคนไข้จะเปลี่ยนแปลงไป เช่น มีภาวะซึมเศร้า ถามไม่ตอบ เก็บตัว 2.ความทรงจำเริ่มเปลี่ยนแปลง เช่น ถามเรื่องเดิมซ้ำๆ ลืมกุญแจบ้านในที่แปลกๆ เช่น ตู้เย็น ตู้ปลา 3.จากที่เคยชอบแต่งตัวก็ไม่ชอบอาบน้ำ หรือปล่อยเนื้อตัวให้สกปรกเลอะเทอะ กระทั่งบางคนกินข้าวได้ช้าลง หรือแม้แต่การติดกระดุมเสื้อด้วยตัวเองไม่ได้ 4.อารมณ์เปลี่ยนแปลงไป มีลักษณะอาการก้าวร้าวมากขึ้น โมโหง่าย หรือหงุดหงิดง่ายขึ้น ทั้งนี้อาการที่กล่าวมาข้างต้นนั้น ผู้ป่วยจะไม่รู้สึกตัวเอง แต่จะสร้างความหงุดหงิดและรำคาญให้ลูกหลานหรือผู้ดูแล

(ผู้สูงอายุที่ออกกำลังกายเป็นประจำด้วยการคิดเลข หรือเล่นเกมที่ได้ฝึกการใช้สมอง จะช่วยชะลอโรคความจำเสื่อมได้)

      ทั้งนี้ ผู้สูงวัยที่อายุ 65 ปีขึ้นไปมีความเสี่ยงในการเป็นโรคสมองเสื่อม และเมื่ออายุ 70 ปีก็จะเสี่ยงเป็นโรคนี้ 5% และหากอายุ 75 ปีก็จะเสี่ยงต่อการป่วยคิดเป็นร้อยละ 10% และอายุ 85 ปี มีความเสี่ยงของโรคอยู่ที่ 25% โดยลูกหลาน 4 คนจะต้องดูแลผู้สูงวัยป่วยอัลไซเมอร์ 1 คน ซึ่งในอนาคตอันใกล้นี้บ้านเราจะต้องเผชิญกับโรคดังกล่าว ประกอบปัจจุบันจำนวนของเด็กที่เกิดใหม่ลดน้อยลง ทั้งนี้เพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าวและนำมาสู่การรักษาเบื้องต้นให้กับผู้ป่วย เพราะบางรายที่ป่วยความจำเสื่อมซึ่งมาจากการขาดวิตามิน D12 จากการป่วยเป็นโรคหลอดเลือดสมอง สามารถรักษาโรคสมองเสื่อมให้หายได้ (ผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมซึ่งมาจากปัจจัยการขาดวิตามินจากโรคหลอดเลือดสมอง พบได้ประมาณร้อยละ 10-20)

(ผู้สูงวัยที่ออกกำลังกายและมีอารมณ์ขันจากการเข้าสังคม ช่วยป้องกันโรคความจำเสื่อมได้)

      สำหรับการป้องกันโรคสมองเสื่อมนั้น โดยการลดปัจจัยเสี่ยงก่อโรคเป็นวิธีที่ดีสุด เนื่องจากโรคนี้เป็นสิ่งที่แก้ไขหรือรักษาด้วยยาไม่หายขาด 100% ดังนั้นผู้สูงอายุควรงดดื่มสุรา งดสูบบุหรี่ อีกทั้งการออกกำลังกายสม่ำเสมอ สามารถช่วยชะลอโรคความจำเสื่อมได้ เช่น การเดิน, การว่ายน้ำ, การปั่นจักรยาน หรือการเล่นเกมคิดเลข เล่นเกมจับคู่ กระทั่งการฝึกสมองด้วยการลบเลขไปเรื่อยๆ เช่น 100-97 = 93, 93-7 = 86 ฯลฯ ซึ่งเป็นการกระตุ้นให้ผู้สูงวัยคิดหรือใช้สมอง หรือแม้แต่การเล่นไพ่นกกระจอก เป็นต้น ส่วนการบริโภคแปะก๊วยที่ช่วยเรื่องความจำ แม้ยังไม่มีข้อมูล 100% ว่าช่วยได้ แต่ทั้งนี้หมอไม่ได้ห้าม เพราะสามารถรับประทานเป็นตัวเสริมได้ ส่วนการฉีดวัคซีนป้องกันภาวะโรคสมองเสื่อมและโรคอัลไซเมอร์ ยังไม่มีข้อมูลออกมาระบุว่าได้ประโยชน์จริง

      พญ.ศุภมาศบอกอีกว่า หากลูกหลานพบอาการที่ปัจจัยก่อโรคสมองเสื่อมข้างต้น ให้รีบพาผู้สูงวัยมาพบแพทย์ด้านสมองโดยด่วน เพื่อนำไปการวินิจฉัยและรักษาแบบประคับประคอง แต่หากในรายที่มีอาการมาก แพทย์จะรักษาโดยการตรวจด้วยเครื่องสแกนสมองหรือ MRI เพื่อตรวจดูความเสื่อมของสมองว่าอยู่ในระดับใด ซึ่งผู้ป่วยบางรายอาจได้รับยารักษาเพื่อชะลออาการเสื่อมของสมอง หากว่าตรวจพบภาวะผิดปกติได้ในระยะแรก ทั้งนี้ก็เพื่อชะลอโรคและยืดอายุของผู้ป่วยให้ยืนยาวขึ้น ร่วมกับการดูแลภายนอกด้านอื่นๆ จากลูกหลานที่ต้องอาศัยความเข้าใจ ที่สำคัญผู้สูงวัยนั้นอย่ากลัวการแก่ เพราะมนุษย์เราทุกคนต้องอายุมากขึ้นเป็นเรื่องธรรมดา ที่สำคัญก็ไม่ต้องเป็นกังวลเรื่องสมองเสื่อมและเป็นอัลไซเมอร์มากเกินไป เพราะผู้ใหญ่ที่มีภาวะความเครียดสูงจะเสี่ยงต่อการเป็นอัลไซเมอร์ได้ในที่สุด

        อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด การยอมรับและดูแลสุขภาพให้แข็งแรงด้วยการออกกำลังกาย เป็นตัวป้องกันโรคสมองเสื่อมที่ดีที่สุดว่าไหมค่ะ.


อุ่นหนาฝาคั่ง...แน่นซอย ไทยโพสต์ ครบรอบ ๒๓ ปี ย่างเข้าปีที่ ๒๔ ยังได้รับความรัก จากกัลยาณมิตรมากมาย เหมือนเช่นเคย ขอบคุณกันไม่หมด ทั้งจากภาคธุรกิจ ราชการ ฝ่ายการเมือง

'๒๑ ตุลา' สำนึกย้อน 'สำนึกไทย'
'ทอน' ไม่รู้! แล้วจะรอดหรือ
ธาตุแท้อนาคตใหม่
งบฯ ผ่าน ไม่ยุบ ไม่ออก
'ความเมือง' ในไทยยุคที่ ๓
อย่าให้ฝ่ายแค้นแหกตา