พปชร.ขันนอต‘รมต.-สส.’แก้แพ้โหวต


   

 "บิ๊กตู่" ยันเชื่อมั่นเสถียรภาพรัฐบาล ขอร้อง ส.ส.เห็นแก่ประเทศชาติและประชาชน "ครม." เคาะชื่อ ขรก.การเมืองล็อต 2 พร้อมตั้งวิปรัฐบาล 61  คน "วิรัช" นั่ง ปธ. เครื่องร้อนประชุมปรับแผนใหม่หลังแพ้โหวตในสภา "อุตตม" แจ้ง "ประวิตร" รับเป็นประธานยุทธศาสตร์พรรคแล้ว "มงคลกิตติ์" แฉไขก๊อกร่วม รบ. เหตุรับไม่ได้ผู้ใหญ่ พปชร.ผิดสัญญา "9 พรรคเล็ก" ควง "ธรรมนัส" แถลงยืนข้างลุงตู่ อ้างทำเพื่อบ้านเมือง

     ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 13 ส.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงความเชื่อมั่นต่อเสถียรภาพรัฐบาลหลังฝ่ายรัฐบาลแพ้มติโหวตในสภาผู้แทนราษฎรเรื่องร่างข้อบังคับการประชุมสภาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ตนมีความเชื่อมั่น จากการทำงานร่วมกับรัฐบาลและ ครม.ที่มาจากการเลือกตั้งทุกคน รวมทั้งบรรยากาศเป็นไปด้วยดี ด้วยมิตรไมตรีและความเข้าใจซึ่งกันและกัน ในการทำงานมีอะไรก็มาถามตนตลอดเวลา อะไรทำได้หรือไม่ได้ ซึ่งก็ได้อธิบายขั้นตอนและข้อปฏิบัติที่ผ่านมาให้เกิดความเข้าใจ ซึ่งวันนี้มีกฎหมายหลายฉบับ ทุกคนต้องระมัดระวัง ส่วนเรื่องในสภาก็เป็นเรื่องของสภา
    พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เคยกราบเรียนไปแล้วเรื่องใดก็ตามที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศและประชาชน ก็ควรจะต้องร่วมมือกันให้ได้ ถ้ามัวแต่มุ่งว่าเป็นเรื่องเสียงข้างมากหรือเสียงข้างน้อย รบกันไปรบกันมา ประเทศชาติก็เดินหน้าต่อไปไม่ได้ 
    "เรื่องนี้ก็สุดแล้วแต่ทุกคน ความมีเสถียรภาพของรัฐบาลนั้นมีความจำเป็น แต่ประชาชนจะต้องเป็นผู้ที่ได้รับผลประโยชน์มากที่สุด จึงอยากขอร้องบรรดาส.ส.ว่าให้เห็นแก่ประเทศชาติไปด้วยกัน" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
    ซักถึงข้อเท็จจริงในการนัดหารือพรรคเล็กร่วมรัฐบาล นายกฯ กล่าวว่า ยังไม่มี เรื่องการรับประทานอาหารร่วมกันก็ยังไม่มี ไม่รู้ว่าใครไปนัดกับเขาหรือเปล่า 
    "อยากให้คนไทยสนใจในเรื่องที่เป็นสาระสำคัญให้มากขึ้นอีก โดยเฉพาะเรื่องรอบตัวว่ามีอะไรเกิดขึ้น ซึ่งต้องยอมรับบ้างว่าสถานการณ์วันนี้บางคนอาจจะต้องลำบากบ้าง ซึ่งจะต้องพิจารณาดูถึงการปรับตัว โดยวันนี้ก็ได้สั่งในที่ประชุม ครม.ว่าทำอย่างไรจะสามารถตอบสนองคนทุกกลุ่มได้ ถ้าใช้หลักการเดียวกันแล้วทำทั้งหมด ก็จะไม่ตรงกับความต้องการของคนทุกกลุ่ม" นายกฯ กล่าว
    พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ในการประชุม ครม.ครั้งนี้ ได้มีการแต่งตั้งข้าราชการการเมืองในหลายกระทรวง ซึ่งจะมีการทยอยแต่งตั้งไปเรื่อยๆ คาดว่าสัปดาห์หน้าจะแต่งตั้งเสร็จเรียบร้อยทั้งหมด ขอให้มองว่าเป็นการตั้งคนเพื่อเข้าไปทำงาน ไปช่วยงานที่กระทรวงและช่วยงานรัฐมนตรี ความจริงแล้วตำแหน่งเหล่านี้เป็นตำแหน่งของนายกฯ แต่ตนได้มอบหมายให้ทุกกระทรวง เพื่อช่วยติดตามงานและรายงานกลับมาที่นายกฯ ว่าได้ทำอะไรไปบ้าง แม้จะไปอยู่ตามกระทรวงแล้วก็ตาม
วิป รบ.ปรับแผนโหวต
    "ขอชี้แจงให้เกิดความมั่นใจว่าเป็นระบบการตรวจสอบถ่วงดุลเช่นเดียวกัน อย่าไปดูถูกว่าเป็นตำแหน่งที่ไม่มีความสำคัญหรือเป็นตำแหน่งต่างตอบแทน ตำแหน่งเทกระโถน จะไปดูถูกคนแบบนี้ไม่ได้ ถ้าดูถูกกันแบบนี้ก็คงไม่มีใครอยากไปทำงานให้" นายกฯกล่าว
    นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ครม.ได้เห็นชอบแต่งตั้งนายไชยยศ จิรเมธากร เป็นรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ประจำนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ, นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ เป็นที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี ประจำนายจุรินทร์, พล.อ.พลภัทร วรรณภักตร์ เป็นผู้ช่วยเลขานุการ รมว.กลาโหม ประจำ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม เป็นต้น
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นข้าราชการการเมืองล็อต 2 ครั้งนี้ ส่วนใหญ่เป็นอดีตผู้สมัคร ส.ส.สอบตก ทั้งแบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อ ตลอดจนคนใกล้ชิดในพรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย และพรรคชาติไทยพัฒนา
    โฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงด้วยว่า ครม.มีมติแต่งตั้งคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (ปสส.) โดยมีองค์ประกอบหน้าที่และอำนาจ 1.คณะที่ปรึกษานายสมศักดิ์  เทพสุทิน นายพุทธิพงษ์  ปุณณกันต์ นายเทวัญ  ลิปตพัลลภ นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล นายสุรชัย  ภู่ประเสริฐ และนางฐะปาณีย์  อาจารวงศ์ เป็นที่ปรึกษา/กรรมการ ส่วนคณะกรรมการจำนวน 61 คน มีนายวิรัช รัตนเศรษฐ   ประธานกรรมการ, นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รองประธานกรรมการ คนที่ 1, นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รองประธานกรรมการ คนที่ 2, นายวิเชียร ชวลิต รองประธานกรรมการ คนที่ 3 เป็นต้น
    ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย(ภท.) กล่าวถึงการเสนอตั้งโฆษกรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในส่วนของพรรค ว่าพรรคจะส่งรายชื่อรองโฆษกฯ คนเดิมคือ น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล แต่ที่ยังไม่เข้า ครม. เนื่องจากยังรอขั้นตอนเรื่องกรอกเอกสารเรื่องคุณสมบัติก่อน ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงตัวบุคคลอย่างแน่นอน
    ส่วน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เสนอให้ดำรงตำแหน่งประธานยุทธศาสตร์พรรคว่า ยังไม่ทราบ ก็แล้วแต่พรรค พปชร. ใครอยากเสนอก็เสนอไป ส่วนปัญหาของพรรคนั้น ตอนนี้ก็มีการหลอมรวมกันอยู่แล้ว ถือเป็นกลุ่มเดียวกันอยู่แล้ว พรรคไม่ได้แตกแยก ถือว่าดีอยู่แล้ว ซึ่งเราไม่ต้องเป็นก็ได้ 
    ต่อมาพรรค พปชร.มีการประชุม ส.ส.พรรค โดยมีรายงานว่า พล.อ.ประวิตรได้ตอบรับคำเชิญมาดำรงตำแหน่งประธานยุทธศาสตร์พรรค ซึ่งนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค พปชร. เป็นผู้แจ้งในที่ประชุม ส.ส.ให้รับทราบ โดยที่ไม่ ส.ส.คนใดสอบถามหรือมีความเห็นแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม มีความเป็นไปได้สูงที่ พล.อ.ประวิตรจะมาร่วมประชุม ส.ส.ของพรรคในวันอังคารที่ 20 ส.ค.นี้
    มีรายงานด้วยว่า คณะกรรมการบริหารพรรคได้วางโครงสร้างกรรมการยุทธศาสตร์พรรคไว้ให้ พล.อ.ประวิตรพิจารณาบุคคลที่จะมาอยู่ในตำแหน่งต่างๆ โดยผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งเลขานุการ คือ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รวมถึงนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ? และประธานวิปรัฐบาล, นายสุชาติ ชมกลิ่น ส.ส.ชลบุรีและประธาน ส.ส. รวมถึง น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี รับผิดชอบด้านการชี้แจงตอบโต้ประเด็นที่พรรคถูกโจมตี น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ รับผิดชอบด้านประชาสัมพันธ์
    รายงานข่าวแจ้งหลังการประชุมพรรคพลังประชารัฐ วิปรัฐบาลได้มีการแจ้งไปยังคณะรัฐมนตรี เพื่อขอความร่วมมือให้รัฐมนตรีที่ยังมีสถานะเป็น ส.ส.ไม่ให้ลงพื้นที่ในวันที่มีการประชุมสภา เพื่อป้องกันปัญหาแพ้โหวตให้กับ ส.ส.ฝ่ายค้าน กรณีที่มีการลงมติโหวตในวาระสำคัญต่างๆ โดยขอให้ลงวันหยุดหรือวันที่ไม่มีประชุมสภา?
    นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยังได้ขอให้วิปรัฐบาลเปลี่ยนวันประชุมประจำสัปดาห์ จากเดิมที่ต้องประชุมทุกวันอังคาร เวลา 09.00 น. เปลี่ยนเป็นการประชุมทุกวันจันทร์ ซึ่งนายกฯ ต้องการรับทราบความเคลื่อนไหวของการประชุมสภา ก่อนที่จะมีการประชุมคณะรัฐมนตรี อีกทั้งยังต้องการให้ทั้งวิปรัฐบาลและคณะรัฐมนตรีทำงานไปในทิศทางเดียวกัน ก่อนที่จะมีการประชุมสภาทุกสัปดาห์อีกด้วย
    ที่รัฐสภา นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร. ในฐานะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล เป็นประธานการประชุมวิปรัฐบาล วาระสำคัญคือการหาแนวทางบริหารจัดการเสียงลงมติในที่ประชุมสภาผู้แทนรษฎร หลังการประชุมสภาฯ นัดที่ผ่านมา เสียง ส.ส.ฝั่งรัฐบาลแพ้โหวต ส.ส.พรรคฝ่ายค้าน ระหว่างการลงมติร่างข้อบังคับการประชุมสภาฯ ข้อที่ 9 ว่าด้วยการทำหน้าที่และอำนาจของประธานสภาฯ 
    นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในฐานะรองกรรมการวิปรัฐบาล กล่าวภายหลังการประชุมว่า ได้วิธีแก้ปัญหาดังกล่าวแล้ว และมั่นใจว่าในการประชุมสภาวาระกฎหมายหรือญัตติที่สำคัญจะไม่เกิดเหตุการณ์แพ้โหวตเหมือนที่ผ่านมา เพราะหากแพ้เชื่อว่ารัฐบาลจะอยู่ไม่ได้ โดยวิธีการคือจะมีการประชุมวิปรัฐบาลทุกวันจันทร์ เวลา 14.00 น. เพื่อให้รัฐมนตรีรับทราบความเห็นและชี้แจงรายละเอียดที่สำคัญ วิปรัฐบาลที่มี ส.ส.ของแต่ละพรรคจะร่วมพิจารณาด้วย เพื่อให้เกิดความเข้าใจร่วมกันในรายละเอียดของร่างกฎหมาย รวมถึงเพื่อให้การลงมติไม่เกิดความสับสน 
9 พรรคเล็กยันหนุนลุงตู่
    ที่โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการฯ เวลา 13.00 น. นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ พร้อมสมาชิกพรรค ได้แถลงข่าวประกาศเป็นฝ่ายค้านอิสระอย่างเป็นทางการว่า พรรคได้มีการประชุมและมีมติเป็นเอกฉันท์ ขอเปลี่ยนสถานะจากพรรคร่วมรัฐบาลมาเป็นฝ่ายค้านอิสระยืนข้างประชาชน โดยไม่ได้เข้าร่วมกับพรรคฝ่ายค้าน แนวนโยบายของพรรคอะไรที่รัฐบาลทำถูกต้องก็จะสนับสนุน สิ่งใดไม่ถูกต้องก็จะคัดค้าน การทำงานของพรรคจะเป็นเอกเทศ ในสภาผู้แทนราษฎรจะไม่ได้มีแค่รัฐบาลและฝ่ายค้าน แต่จะมีฝ่ายค้านอิสระอีก 1 คน
    นายมงคลกิตติ์กล่าวว่า เหตุผลที่ออกจากฝ่ายรัฐบาล เนื่องจากการทำงานในสภาในฐานะฝ่ายรัฐบาลไม่มีความเป็นอิสระในการตรวจสอบรัฐบาล เพราะต้องเกรงใจกันหลายขั้นตอน อีกทั้งมีการบล็อกกันไม่ให้ได้พูด ให้เวลาในฐานะหัวหน้าพรรคการเมืองน้อยมาก พรรค พปชร.ไม่ให้เกียรติกัน ไม่นำนโยบายพรรคไทยศรีวิไลย์ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลไปดำเนินการ และกลับสวนทางกันทางนโยบายกันอย่างชัดเจน อาทิ การเร่งจัดซื้อเครื่องบินโบอิ้งและแอร์บัส 38 ลำ 1.56 แสนล้านบาท การเพิ่มภาษีน้ำมันผลักภาระให้ประชาชน การออกนโยบายประชานิยมแบบหายนะ 
    "ผู้ใหญ่ใน พปชร.ไม่รักษาสัจจะในข้อตกลงในการร่วมรัฐบาล ไม่ใส่ใจแก้ปัญหาแบบให้เกียรติกัน ไม่ให้ความสำคัญตั้งแต่ต้น จน 10 พรรคต้องออกมาเรียกร้อง จนมาถึงขณะนี้มันสายเกินไปแล้ว และกรณีนายกรัฐมนตรี กล่าวถวายสัตย์ฯ ไม่ครบตามรัฐธรรมนูญ 2560 และไม่แสดงสปิริตความรับผิดชอบทางการเมือง หรือแก้ไขให้ถูกต้อง" นายมงคลกิตติ์กล่าว
    จากนั้นเวลา 14.30 น. ที่พรรคประชานิยม 9พรรคเล็ก นำโดยนายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ หัวหน้าพรรคพลเมืองไทย, นพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่, นายพิเชษฐ สถิรชวาล หัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย พร้อมหัวหน้าพรรคเล็กอีก 6 คน รวมทั้ง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ร่วมกันแถลงข่าวถึงจุดยืนของกลุ่ม 9 พรรคเล็กต่อรัฐบาล ภายหลังการถอนตัวของนายมงคลกิตติ์
    นายสัมพันธ์กล่าวว่า ที่ผ่านมากลุ่มพรรคเล็กได้ประสานงานผ่าน ร.อ. ธรรมนัสมาด้วยดีโดยตลอด แต่ที่มีกระแสข่าวออกไป เป็นเพราะมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนนิดหน่อย แม้ตอนนี้จะเหลือ 9 พรรคครึ่ง เพราะยังคงมีการประสานงานกับนายมงคลกิตติ์อยู่ แต่ก็ยังยืนยันว่าเรายังสนับสนุนรัฐบาลเหมือนเดิม และสนับสนุนตลอดไป
    นพ.ระวีกล่าวว่า กลุ่มพรรคเล็กนั้นตำแหน่งรัฐมนตรีแม้ว่าเราจะต่อรองจริงๆ เราก็ต่อรองได้ แต่เพื่อบ้านเมือง เราก็ทำให้เห็นมาแล้วว่าเราสามารถก้าวข้ามได้
    ส่วนนายพิเชษฐกล่าวว่า ขอย้ำอีกครั้งว่าที่เคลื่อนไหวนั้นเป็นการเคลื่อนไหวเพื่อส่งสัญญาณขอคำตอบ และขอยืนยันว่าสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์และรัฐบาลนี้
    ด้าน ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า สิ่งที่ยืนยันมาตลอด คือ ทั้ง 9 พรรคที่มาร่วมแถลงข่าวยังเหนียวแน่น และสนับสนุนรัฐบาลเหมือนเดิม โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด ในเรื่องตำแหน่งทางการเมืองทั้ง 10 พรรคได้เสนอคุณสมบัติแต่ละท่านไปแล้ว ซึ่ง ส.ส.ทั้ง 10  ท่านก็ตั้งใจจะเข้าไปมีส่วนร่วมในการบริหารบ้านเมือง แต่เมื่อรัฐธรรมนูญเขียนว่า ส.ส.ไม่สามารถดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ จึงส่งตัวแทนเข้ามา และคาดว่ารายชื่อจะนำเข้า ครม. ในวันอังคารที่ 20 ส.ค. และเรื่องนี้ไม่ใช่การต่อรองทางการเมืองแต่อย่างใด
    “สิ่งที่ผมแถลงไปในเรื่องของน้องเต้นั้น ก็ต้องปล่อยให้น้องไปทำงานเพื่อรักษาผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน เพราะวันนี้ปัญหาบ้านเมืองและปัญหาพี่น้องในระดับรากหญ้าเป็นปัญหาใหญ่ ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญ ขอสรุปว่าทั้ง 9 พรรคยังยืนยันเหมือนเดิม คือจะร่วมพัฒนาบ้านเมืองไปด้วยกันกับรัฐบาล” ร.อ.ธรรมนัสกล่าว
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนเริ่มการแถลงข่าว ทางเจ้าหน้าที่ของพรรคประชานิยมได้ทำการแกะป้ายของพรรคไทยศรีวิไลย์ที่ติดอยู่ด้านหลังเวทีการแถลงข่าวออก ทำให้สัญลักษณ์เหลือเพียง 9 พรรคเท่านั้น. 
    


อุ่นหนาฝาคั่ง...แน่นซอย ไทยโพสต์ ครบรอบ ๒๓ ปี ย่างเข้าปีที่ ๒๔ ยังได้รับความรัก จากกัลยาณมิตรมากมาย เหมือนเช่นเคย ขอบคุณกันไม่หมด ทั้งจากภาคธุรกิจ ราชการ ฝ่ายการเมือง

'๒๑ ตุลา' สำนึกย้อน 'สำนึกไทย'
'ทอน' ไม่รู้! แล้วจะรอดหรือ
ธาตุแท้อนาคตใหม่
งบฯ ผ่าน ไม่ยุบ ไม่ออก
'ความเมือง' ในไทยยุคที่ ๓
อย่าให้ฝ่ายแค้นแหกตา