เป็นวัยเก๋าอย่างมีพลัง อารมณ์ต้องแจ่มใส


   

      ทำงานหลายบทบาทจนหลายคนคุ้นหน้าคุ้นตากันดี ทั้งเรื่องเกี่ยวกับเด็กและงานด้านการเมือง สำหรับ ครูหยุย-วัลลภ ตังคณานุรักษ์ เลขาธิการมูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก และตำแหน่งล่าสุดสมาชิกวุฒิสภา ปัจจุบันครูหยุยในวัย 65 ปี บอกให้ฟังว่าเจ้าตัวเป็นคนไม่ชอบอยู่นิ่ง เพราะรักที่จะทำงานในสิ่งที่ชอบ โดยการได้ลงพื้นที่พบประชาชน ในฐานะบทบาททางการเมือง ก็ทำให้ได้รับทราบปัญหาของชาวบ้าน เพื่อนำมาสู่การแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากการทำงานแล้ว การดูแลใส่ใจสุขภาพ เจ้าตัวก็ทำอยู่เป็นประจำ เพราะการที่จะทำงานได้อย่างเต็มที ก็ต้องมีสุขภาวะที่ดีทั้งร่างกาย จิตใจและอารมณ์

(วัลลภ ตังคณานุรักษ์)

      ครูหยุย-วัลลภ บอกว่า การออกกำลังกายของผม คือการงวิ่งเหยาะๆ ทุกเช้า ประมาณ 3-4 กิโลเมตร และวิ่งทุกวันครับ ทั้งนี้หากวันไหนไม่ได้ไปตอนเช้าก็จะเลือกไปวิ่งในตอนเย็นแทน ก่อนหน้านี้ผมวิ่งบนสายพานครับ ก็ทำให้รู้ว่าค่อนข้างเบื่อ ตอนนี้เลยเปลี่ยนมาวิ่งในสวนสาธารณะแทนครับ เพราะทำให้เราได้สูดอากาศบริสุทธิ์ก็จะรู้สึกสดชื่นมากยิ่งขึ้น นอกจากก็พยายามเลือกกิจกรรมเคลื่อนไหวที่เชื่อมกับการวิ่ง เช่น การเดิน และการเลือกกินอาหารที่ไม่ทำร้ายสุขภาพ อย่างผักผลไม้เป็นสำคัญ

      “นอกจากวิ่งออกกำลังกายแล้ว ผมเป็นคนชอบเดินเวลาที่ไปไหนมาไหน โดยเฉพาะการเดินตลาด เพราะถือว่าเราได้ออกกำลังกายและพักไปด้วยในตัว เพราะเวลาที่ไปตลาดเราจะเห็นโน่นเห็นนี่ ต้นไม้ ดอกไม้ ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ตลอดจนผู้คนที่มาจับจ่ายสินค้า หรือได้เห็นไลฟ์สไตล์ของคน ทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลายเป็นอย่างมาก ทั้งกายและจิตใจก็ว่าได้ นอกจากนี้ ผมชอบร้องคาราโอเกะที่บ้านประมาณอาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง ประโยชน์ของการร้องเพลงนั้นก็ช่วยทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลายไปด้วย และมีความสุขเวลาที่ร้องคาราโอเกะ เพราะเสียงเพลงทำให้เราเพลิดเพลินและหายเหนื่อยได้ครับ

      ส่วนการดูแลสุขภาพ เรื่องการเลือกรับประทานอาหารนั้น ผมก็เลือกกินอาหารปกติครับ ไม่มีเมนูใดเป็นพิเศษ แต่จะเน้นปรุงสุกสะอาด ช่วยให้ย่อยง่าย และมีผักผลไม้เป็นวัตถุดิบหลักในการปรุง โดยเฉพาะผลไม้ตามฤดูกาล จะชอบรับประทานในมื้อเย็นครับ เพื่อไม่ให้ร่างกายได้รับน้ำตาลมากเกินไป เช่น อินทผลัม ที่มีปริมาณน้ำตาลจากธรรมชาติที่ไม่เป็นโทษกับร่างกาย”

      เกริ่นไปตอนต้นว่าปัจจุบันเจ้าตัวทำงานทั้งมูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก และสมาชิกวุฒิสภา เพราะเป็นคนไม่ชอบอยู่นิ่ง จึงเรียกได้ว่าเป็นคนที่ทำงานหนักมาตลอดชีวิต แม้ว่าจะเข้าสู่อายุ 65 ปีแล้วก็ตาม ที่สำคัญเจ้าตัวชอบลงพื้นที่เยี่ยมชาวบ้าน เพราะจะทำให้เห็นปัญหา ที่แท้จริงของประชาชน

      “การทำงานของผมทั้งก่อนและหลังอายุ 60 ปีนั้นไม่แตกต่างกัน เพราะผมเป็นคนไม่ชอบอยู่นิ่ง จึงเรียกได้ว่าทำงานหนักมาตลอดทั้งชีวิตก็ว่าได้ โดยเฉพาะการทำงานในสภา โดยทุกเช้าผมจะอ่านหนังสือกฎหมายเป็นเวลา 2 ชั่วโมง และก็มักจะหาเวลาว่าง ลงพื้นที่เยี่ยมประชาชน เพราะจะทำให้เราเห็นปัญหาที่แท้จริงของชาวบ้านมากขึ้น ซึ่งนั่นทำให้เราไม่เพียงรับรู้รับทราบเกี่ยวกับความเป็นมาเป็นไปของชาวบ้าน แต่ยังสร้างความเป็นกันเองให้กับชาวบ้านและ ส.ว. อีกทั้งทำให้เข้าใจคนหาเช้ากินค่ำมากขึ้นครับ”

      ส่วนเรื่องครอบครัว ครูหยุย บอกว่า “เจ้าตัวมีลูกสาว 1 คนเป็นสัตวแพทย์ จึงไม่เป็นห่วงลูกมาก แต่อยากฝากไปยังเด็กและเยาวชนยุคใหม่ ที่ถือได้ว่าเป็นกำลังของประเทศชาติ จึงอยากให้ทุกคนเติบโตด้วยการใช้ชีวิตให้เป็นประโยชน์กับตัวเอง เพราะการที่เด็กและเยาวชนเข้าไปมัวเมาหรือยุ่งเกี่ยวกับอบายมุขนั้น ถือเป็นการทำร้ายตัวเองผู้ซึ่งเป็นอนาคตของประเทศชาติ”.

 


เงินนี่...ชักน่ากลัวขึ้นทุกวัน!นับวันจะใช้ซื้อได้ทุกอย่าง จนมองไม่เห็นว่าจะมีอะไรไปหยุดมันได้ถึงจุดหนึ่ง โลกไม่แตก แต่มนุษย์จะตกต่ำ เมื่อสังคมให้ค่าเงินเหนือความเป็นมนุษย์

นี่ไง....'ใบเสร็จปล่อยกู้พรรค'
เฟกนิวส์ "อาวุธพิทักษ์ฐานคะแนน"
วาทกรรม 'ไพร่' เพื่อพ่ายสภา
นวัตกรรม 'กล่องข้าวน้อยให้แม่'
ร้อยล้าน ‘ศรัทธาบริการ’ บิณฑ์
'สารอันตรายกับสายน้ำท่วม'