กสศ.โชว์ผลวิจัยศักยภาพเด็กรร.ขยายโอกาส ยันสามารถพัฒนาได้จริง 


   


กรุงเทพฯ0 กสศ. โชว์ผลวิจัยเพื่อพัฒนาและประเมินทักษะความคิดสร้างสรรค์ และการคิดวิเคราะห์ ในกลุ่มโรงเรียนขยายโอกาส "ไกรยศ" ชี้ สามารถพัฒนาได้จริง ไม่แพ้ประเทศอื่น เล็ง วางแผน ขยายผล สู่สถานศึกษาอีก 400 แห่งทั่วประเทศ  หวัง เป็นกลไกในระดับประเทศต่อไป


    นายไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กล่าวว่า ตามที่กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) สร้างความร่วมมือทำงานวิจัยในโครงการวิจัยเพื่อพัฒนาและประเมินทักษะความคิดสร้างสรรค์และการคิดวิเคราะห์นั้น ขณะนี้งานวิจัยดังกล่าวได้รับคัดเลือกให้นำเสนอในเวทีการประชุมเครือข่ายสมาคมการวิจัยด้านการศึกษาโลกประจำปี 2019 (World Education Research Association: WERA 2019) ณ มหาวิทยาลัยโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อเร็วๆ นี้ โดย กสศ. สพฐ. และ OECD ศึกษาวิจัยด้วยกระบวนการ Stratified Random Sampling (SRS) และ Propensity Score Matching (PSM) กับกลุ่มตัวอย่างนักเรียนไทยกว่า 5,000 คนและครูมากกว่า 200 คน จาก 200 โรงเรียนขยายโอกาสสังกัด สพฐ. อปท. และ สช. ทั่วประเทศระหว่างปีการศึกษา 2559-2561 

    นายไกรยศ กล่าวต่อว่า จากผลการวิเคราะห์ข้อมูลร่วมกันเบื้องต้นระหว่าง กสศ. ผู้เชี่ยวชาญจากองค์การ OECD และมหาวิทยาลัยปารีส มีผลที่น่าสนใจและมีนัยเชิงนโยบายหลายประเด็น ได้แก่ นักเรียนไทยในกลุ่มทดลอง (Experimental Group) ที่ครูได้รับการอบรมจากผู้เชี่ยวชาญจาก OECD และใช้เครื่องมือส่งเสริมและประเมินทักษะความคิดสร้างสรรค์และการคิดวิเคราะห์จาก OECD ในระยะเวลา 1 เทอม  พบว่า นักเรียนมีพัฒนาการด้านความคิดสร้างสรรค์สูงขึ้นอย่างมีนัยทางสถิติเมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม 


      โดยทักษะที่นักเรียนไทยมีพัฒนาการสูงสุดคือทักษะความคิดสร้างสรรค์แบบอเนกนัย ในวิชาคณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ โดยบางชั้นเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นในโรงเรียนขยายโอกาสสังกัด สพฐ. มีระดับของพัฒนาการของทักษะดังกล่าวสูงที่สุดในบรรดา 11 ประเทศที่เข้าร่วมโครงการกับ OECD ทั้งนี้ปัจจัยด้านความสัมพันธ์และทัศนคติระหว่างครู นักเรียน และผู้บริหารสถานศึกษายังมีผลต่อการพัฒนาทักษะความคิดสร้างสรรค์และการคิดวิเคราะห์ คือ ผู้เรียนในกลุ่มทดลองจะมีพัฒนาด้านทักษาความคิดสร้างสรรค์สูงขึ้นเมื่อครูมีความรู้ความเข้าใจในศักยภาพและข้อจำกัดของผู้เรียนในชั้นเรียนเป็นรายบุคคล  ครูใช้รูปแบบการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ในการพัฒนาทักษะผู้เรียนผ่านการฝึกปฏิบัติและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง  ครูใช้กระบวนการประเมินตามสภาพจริง เมื่อผู้เรียนมีความเชื่อมั่นใน ความสามารถในการสอนทักษะความคิดสร้างสรรค์ของครู และทัศนคติของครูที่มีต่อผู้เรียนว่าตัวผู้เรียนสามารถพัฒนาได้จริง และ ผู้บริหารสถานศึกษาให้การสนับสนุนการทำงานของครูในโครงการ และมีความตั้งใจที่จะใช้เครื่องมือนี้ต่อในปีการศึกษาหน้า นอกจากนี้ ผลการวิเคราะห์ของ OECD ยังพบว่านักเรียนมีพัฒนาการด้านความคิดสร้างสรรค์ที่สูงขึ้น หลังการทดลอง มีแนวโน้มที่จะมีปฏิสัมพันธ์ด้านการศึกษากับผู้ปกครองที่ดีขึ้นผ่านการพูดคุยเกี่ยวกับการเรียนที่โรงเรียน และหนังสืออ่านนอกเวลาเรียนมากขึ้น และความสำเร็จในการพัฒนาทักษะความคิดสร้างสรรค์ระหว่างครูและผู้เรียนข้างต้นเกิดขึ้นกับทั้งนักเรียนในระดับประถมศึกษาที่มาจากครอบครัวที่รายได้ปกติและครอบครัวที่มีรายได้น้อย แต่ผลดังกล่าวมีระดับที่ลดลงในกลุ่มนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นในโรงเรียนขยายโอกาส

รองผู้จัดการ กสศ.กล่าวอีกว่า จากผลสรุปของงานวิจัยดังกล่าว พบว่า ครูและนักเรียนไทยที่เข้าร่วมพิสูจน์ให้เห็นว่า ทักษะความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนไทยในโรงเรียนขยายโอกาส ซึ่งเป็นกลุ่มที่มักได้คะแนน PISA เฉลี่ยต่ำที่สุดแทบทุกครั้งที่มีการจัดสอบ สามารถพัฒนาได้จริงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติไม่แพ้ประเทศอื่นๆ จากทั่วโลก รวมถึงนักเรียน "ช้างเผือก" (จากผลการสอบ PISA ครั้งล่าสุด นักเรียนที่มีเศรษฐสถานะต่ำที่สุดร้อยละ 25 ของประเทศ แต่ทำคะแนน PISA ได้อยู่ในกลุ่มคะแนนสูงสุดร้อยละ 25 ของโลก ซึ่งอยู่ในสัดส่วนราวร้อยละ 3 ในกลุ่มตัวอย่างของประเทศไทย) เมื่อผู้เรียน ครู และผู้บริหารสถานศึกษามีความเข้าใจเชื่อมั่นในศักยภาพของกันและกัน กล้าที่จะปรับเปลี่ยนกระบวนการเรียนการสอน และมีเป้าหมายการพัฒนาร่วมกันเป็นรายบุคคลผ่านการใช้เครื่องมือการประเมินผลตามสภาพจริง ข้อค้นพบนี้มีนัยเชิงนโยบายที่สำคัญทั้งต่อการปฏิรูประบบการศึกษาในมิติคุณภาพ และมิติความเสมอภาคต่อผู้เรียนทุกคนในระบบการศึกษา ซึ่งชี้ให้เห็นว่า จริงๆ แล้วระบบการศึกษาไทยสามารถผลิตนักเรียนบางกลุ่มที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้สูงไม่แพ้ใครในโลก ทั้งนักเรียนที่มาจากครอบครัวทั่วไป หรือนักเรียนที่มาจากครอบครัวยากจน โดยปัจจุบัน สพฐ. และ กสศ. กำลังวางแผนร่วมกันในการขยายผลจากการวิจัยร่วมกับ OECD นี้สู่สถานศึกษาอีก 400 แห่งทั่วประเทศ รวมทั้งในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา 3 จังหวัด (สตูล ระยอง ศรีสะเกษ) เพื่อเป็นกลไกในการขยายผลการดำเนินงานในระดับประเทศต่อไปกล่าว
 


"หลวงพ่อทวด"........ ยังคงนั่งมองลูกหลานและบ้านเมืองไทยด้วยเมตตาอยู่ในมณฑปวัดช้างให้ ริมทางรถไฟ เหมือนทุกๆ ปี

เฉพาะกับ "พระมหากษัตริย์"
ว่าด้วย 'บุญคุณและเอื้ออาทร'
น้ำครำตรวจสอบน้ำเน่า
น้ำท่วม 'อย่าเอาแต่ดู' ต้องทำ
ตรรกะ 'ตลบตะแลง' ของธร
โศกนาฏกรรมสัตว์การเมือง