จะต้องกระตุกกันอีกนานแค่ไหน?


   

 

อือมม์ม์ม์...สุดท้ายก็เป็นอันว่า รัฐบาลท่านได้ตัดสินใจกระตุก กระตุ้นเศรษฐกิจ อย่างชนิดสุดขอบ สุดแขน อยู่พอสมควร งวดประชุม ครม.วันที่ 16 สิงหาฯ ที่ผ่านมา เห็นว่าปาเข้าไปประมาณ 316,000 ล้านบาท ส่วนงวดต่อๆ ไปที่ยังรอคิวตามมาอีกเป็นระลอก จะอีกกี่แสนล้าน กี่ล้านล้าน ก็คงต้องคอยติดตามกันเอาเองก็แล้วกัน...

                                                            -----------------------------------------------

                คือการกระตุก การกระตุ้น กันในลักษณะที่ว่านี้...ย่อมต้องมีทั้งผู้เห็นด้วย-ไม่เห็นด้วย ก็แล้วแต่จะว่ากันไป บางเรื่อง บางราว ที่ออกจะมีน้ำหนักเหตุผลรองรับอยู่พอสมควร อย่างการมุ่งช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยแล้ง อาจไม่ถึงกับก่อให้เกิดเสียงเหน็บแนม นินทา มากมายซักเท่าไหร่ แต่ประเภทการวิ่งไล่แจกเงินให้กับวัยรุ่น อายุเกิน 18 ปี ให้ไป ชิม-ชอบ-ใช้ หรือไปกินแหลก แ-กสะบัด ในจังหวัดท่องเที่ยวที่เรียกๆ กันว่า เมืองรอง ทั้งหลาย ชนิดต้องควักเม็ดเงินกันถึง 1,500 ล้านบาท อันนี้...ดูเหมือนจะได้รับ สากกะเบือบิน และ รองเท้าแตะ สาดเข้าใส่รัฐบาลในระดับเซ็นเซอร์ราวด์ หรือรอบทิศรอบทาง...

                                                             ------------------------------------------------

                ซึ่งเอาเข้าจริงๆ แล้ว...มันจะดี-ไม่ดี เหมาะ-ไม่เหมาะ ควร-ไม่ควร...คงพูดลำบาก เพราะด้วยข้อมูล ข้อเท็จจริง ที่รัฐบาลท่านเองนั่นแหละ น่าจะสัมผัสคลุกคลีอย่างใกล้ชิดที่สุด ขณะผู้ที่ถนัดในการวิจารณ์ ผู้ซุบซิบ นินทา อาจไม่ได้มีข้อมูล ข้อเท็จจริง อยู่ในมือเอาเลยแม้แต่น้อย การตัดสินใจแจกโน่น แจกนี่ แจกแล้วก็แจกอีก เพื่อหวังจะให้ ตัวเลขจีดีพี มันเขยิบๆ ขึ้นมามั่ง หรือเพื่อหวังช่วยผ่อนคลายความเดือดร้อน โดยเฉพาะในช่วงระยะสั้นๆ อันเนื่องมาจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลก ที่มันไม่ค่อยเป็นใจให้กับประเทศเล็กๆ อย่างไทยแลนด์ แดนสยาม ของหมู่เฮาทั้งหลาย ที่ต้องพึ่งพา การส่งออก มาโดยตลอด มากมายซักเท่าไหร่สุดท้าย...ก็คงต้องอาศัยกาลเวลานั่นแหละ เป็นผู้ชี้วัดตัดสิน ว่ามันจะดี จะเหมาะ จะควร หรือไม่ ประการใด...

                                                                ---------------------------------------------------

                แต่อย่างไรก็ตาม...ถ้าดูจากแนวโน้มสถานการณ์เศรษฐกิจโลกโดยทั่วไป อะไรก็ตามที่มันได้กลายเป็นตัวปัญหา เป็นอุปสรรค ต่างนานา มันคงไม่จบง่าย จบเร็ว หรือไม่น่าจะคลี่คลายลงไปในช่วงระยะสั้นๆ อยู่แล้วแน่ๆ  เรียกว่า...มันกะจะเล่นกันในระดับ ลองมาร์ช เอาเลยถึงขั้นนั้น โดยเฉพาะสำหรับ สงครามการค้า ระหว่างจีนและอเมริกา ชนิดนับวันมีแต่บานปลาย ปลายบานยิ่งขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็นสงครามเทคโนโลยี สงครามการเงิน ใกล้ๆ จะเข้าสู่ สงครามเลือด เข้าไปทุกที ด้วยเหตุนี้นี่เอง...เลยแทบสรุปไม่ได้ว่า ประเทศเล็กๆ อย่างไทยแลนด์ แดนสยามนั้น จะต้องกระตุก ต้องกระตุ้น ชนิดเมื่อยแขน เมื่อยขา ไปอีกถึงขั้นไหน และถ้าหากต้องกระตุกกันนานๆ โอกาสที่จะ ฉิบหาย...กับ...ฉิบหาย ต้องกลายเป็นอาร์เจนตินา เวเนซุเอลา เป็นกรีซ ฯลฯ มันจะมีความเป็นไปได้มาก-น้อยเพียงใด???

                                                               -----------------------------------------------------

                อันนี้นี่แหละ...ที่ทำให้เกิดความห่วง ความกังวล สำหรับบรรดาประชาชนผู้รักชาติ บ้านเมือง โดยทั่วไป แม้กระทั่งผู้ที่เคยอาสาเป็น กองหนุน ให้รัฐบาลมาโดยตลอด 5-6 ปี จนต้องเกิดการแปลงสภาพ แปรสภาพ เป็น กองเกิน และ กองหลอน ไปแล้วเป็นจำนวนมิใช่น้อย เพราะโดยตลอด 5-6 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลท่านก็กระตุกไปแล้วไม่รู้กี่รอบ-ต่อกี่รอบ โดยเฉพาะรอบที่ใกล้ๆ จะเกิดการ เปลี่ยนผ่าน จากรัฐบาลเผด็จการแบบเต็มสูบ เต็มด้าม ไปสู่รัฐบาลประชาธิปไตยแบบครึ่งใบ เสี้ยวใบใดๆ ก็แล้วแต่ อันนั้น...ต้องเรียกว่า กระตุกชนิดหัวทิ่ม หัวตำ ไปตามๆ กัน...

                                                                ------------------------------------------------------

                การกระตุกบ่อยๆ กระตุกแล้วกระตุกอีก...แม้จะมีที่มาจาก ข้อมูล-ข้อเท็จจริง อันมิอาจปฏิเสธและหลีกเลี่ยงได้ก็แล้วแต่ แต่อย่างน้อย...การพยายามหาทางชี้แจง ทำความเข้าใจ ให้ผู้คนเกิดความเชื่อมั่น เชื่อใจ แม้ไม่ถึงกับต้อง  ศรัทธา อย่างที่เคยวิงวอน อ้อนวอน เป็นบทเพลงเอาไว้ตั้งแต่เริ่มแรก จึงถือเป็นสิ่งสำคัญเอามากๆ ไม่ใช่แต่เฉพาะในทาง เศรษฐกิจ ที่ผู้คนออกจะรู้สึกว่า มันยังแทบไม่ได้มีอะไร กระเตื้อง ขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย แต่สำหรับในทาง การเมือง ยิ่งน่าจะสำคัญยิ่งขึ้นไปใหญ่ เพราะภายใต้ภาวะที่ กองหนุน แทบไม่เหลืออยู่แล้ว การขาดความเชื่อใจ มั่นใจ ในทางเศรษฐกิจนั้น ก็น่าจะยิ่งมีส่วนทำให้เกิด กองเกิน และ กองหลอน ทางการเมือง มากยิ่งขึ้นไปใหญ่...

                                                                   ----------------------------------------------------

                โดยเฉพาะอย่างยิ่ง...การหาทางทำให้สิ่งที่รัฐบาลพูดๆ หรือพยายาม ท่องคาถา มาโดยตลอด อย่างคำว่า เศรษฐกิจพอเพียง นั้น เป็นอะไรที่เป็นจริง-เป็นจัง มากไปกว่าแค่คำพูด หรือแค่ ยันต์กันผี ไปเป็นพักๆ อันนี้นี่แหละ...ที่อาจก่อให้เกิด ศรัทธา ในทางการเมืองขึ้นมาได้ไม่ยาก และอาจเป็นตัวช่วยคลี่คลาย บรรเทาเบาบาง ช่วยสร้างความเชื่อใจ มั่นใจ ในทางเศรษฐกิจตามมาได้อย่างเป็นระลอก โดยเฉพาะในช่วงระยะยาว หรือช่วงที่การกระตุก หรือการกระตุ้นใดๆ ก็ช่วยไม่ได้อีกต่อไปแล้ว!!!

                                                                 ----------------------------------------------------------

                ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Epictetus (อีกครั้ง...และอีกครั้ง)... Fortify yourself with contentment, for this an impregnable fortress. – จงสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ตัวท่านด้วยความสันโดษ (พอเพียง) เพราะนี่...คือป้อมปราการที่ไม่มีผู้ใดจะตีแตก...

                                                                --------------------------------------------------------

 


ทำไม......... "พรรคอนาคตใหม่" จึงรณรงค์เรื่อง "ยกเลิกเกณฑ์ทหาร" ชนิดเอาเป็น-เอาตาย? ไม่ใช่เพราะ พล.ท.พงศกร สอบไม่ผ่านเข้าโรงเรียนเสธฯ หรอกนะ

ความเมืองเรื่อง "กล้วยและไข่"
เพื่อไทย 'หลอกแก้ผ้า' น้องใหม่
'ความลับทางทหารที่จำแม่น'
พรรคร่วม 'หลวม' ในแกนนำ
มีอะไรเสนอนอกจาก 'แบน'?
จากสภาสู่ 'พิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์'