โอ่!ปีนี้ประกัน5สินค้าเกษตรแน่


   

  นักวิชาการติงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรัฐบาล เป็นมาตรการสูตรเดิมๆ ปรามาสไม่น่าจะได้ผลมากนัก เพราะแค่กระตุ้นอุปสงค์ระยะสั้น ไม่ได้เพิ่มรายได้ระยะยาว ทำให้เกิดข้อจำกัดเรื่องฐานะทางการคลัง "ประชาธิปัตย์" เดินหน้าประกันรายได้ปาล์ม-ข้าว ส่วนมันสำปะหลัง-ข้าวโพด จ่อคิว 

    นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรงงพาณิชย์ เปิดเผยว่า วันที่ 19 ส.ค. จะนำเรื่องการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนปาล์มเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน หลังจากที่กระทรวงพาณิชย์ได้หารือกับภาคเอกชนและตัวแทนเกษตร ซึ่งได้ข้อยุติที่ประกันราคากิโลกรัมละ 4 บาท โดยมีหลักเกณฑ์ น้ำมัน 18% ครัวเรือนละไม่เกิน 25 ไร่ ทั้งนี้ หากบอร์ดปาล์มน้ำมันเห็นชอบ จะเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีโดยเร็ว ส่วนการประกันราคาข้าวก็ได้ข้อยุติทั้งสามฝ่ายไปเมื่อ 17 ส.ค. ซึ่งจะนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ขณะที่ยางพารา เบื้องต้นกระทรวงเกษตรฯ ได้ดำเนินการไปแล้ว รอที่ประชุมคณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทยกำหนดหลักเกณฑ์
    "ภายในปีนี้จะได้เห็นการประกันราคาสินค้าเกษตรทั้ง 5 ชนิดอย่างแน่นอน รวมถึงมันสำปะหลัง และข้าวโพดด้วย เพราะเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ส่วนข้าวโพด ราคาในขณะนี้ดีอยู่แล้ว จึงยังไม่ต้องการเข้าไปแทรกแซงราคา แต่จะต้องพยุงราคาให้อยู่ในเกณฑ์ดี" นายจุรินทร์ย้ำ 
    นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงนโยบายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐของรัฐบาลว่า จะเกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภาคการบริโภค ที่ช่วยพยุงการขยายตัวของเศรษฐกิจ เพราะผลของการใช้จ่ายผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 109,048.13 ล้านบาท (ร้อยละ 0.7 ของ Nominal GDP) มีส่วนสำคัญที่ทำให้การบริโภคภาคเอกชนในไตรมาสที่ 3 และ 4 ปี 2561 และไตรมาสที่ 1 ปี 2562 ขยายตัวถึงร้อยละ 5.2 5.4 และ 4.6 ตามลำดับ ซึ่งมากกว่าอัตราการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศที่ขยายตัวร้อยละ 3.2, 3.6 และ 2.8 ตามลำดับ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการบริโภคภาคเอกชนที่ได้อานิสงส์ส่วนหนึ่งจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ช่วยให้เศรษฐกิจไม่ทรุดตัวลงมากกว่าที่เป็น (รายงานผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศรายไตรมาส ; สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ)
    โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ การดำเนินโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ยังส่งเกิดประโยชน์ต่อภาครัฐ เช่น มีฐานข้อมูลเชิงลึกเป็นรายบุคคลและพื้นที่ สามารถจัดสวัสดิการแบบถูกฝาถูกตัว ใช้งบประมาณคุ้มค่า ให้สวัสดิการที่ตรงกับความต้องการของผู้มีรายได้น้อย บรรเทาภาระค่าครองชีพที่จำเป็นของครัวเรือนได้ ใช้สวัสดิการที่ให้ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไม่มีการรั่วไหล ไม่มีการคอร์รัปชัน ถ้าไม่ใช้เงินไม่หายไปไหน ยังคงอยู่ในกองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานรากด้วย 
    นางนฤมลยังกล่าวอีกว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ได้ให้ทุกคนช่วยกันทำความเข้าใจ ส่วนใครมีหน้าที่รับผิดชอบ ขอให้ดำเนินการไป นายกฯ อยากให้เอาเวลาไปเน้นทำอะไรที่เกิดประโยชน์เพื่อประชาชนจริงๆ มากกว่า ขณะที่นายกฯ ได้สั่งการ รวมถึงติดตามการทำงานของแต่ละกระทรวงว่าไปถึงไหนแล้ว และให้บรรจุเรื่องนั้นเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณา คิดแต่เรื่องงานที่เป็นบวก ไม่ค่อยได้มาคุยถึงเรื่องการเมืองเท่าไหร่ เมื่อชี้แจงแล้วก็จบ เน้นงานเพื่อประโยชน์เพื่อประชาชนจะดีกว่า ส่วนกรณีข่าวเฟกนิวส์ อยากให้ประชาชนให้วิจารณญาณก่อนแชร์และเชื่อ สอบถามหน่วยงานที่มีหน้าที่ กรณีบิดเบือนจะดำเนินการตามกฎหมาย
    นายอนุสรณ์ ธรรมใจ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจเพื่อการปฏิรูป สถาบันเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจล่าสุดของรัฐบาลที่ออกมาหลังการประชุม ครม.เศรษฐกิจนัดแรก ว่าเป็นมาตรการชั่วคราว เน้นไปที่ภาคการบริโภคและภาคการท่องเที่ยว เป็นมาตรการสูตรเดิมๆ ที่เคยทำมาก่อนหน้านี้ อาจช่วยบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนได้บ้าง และไม่น่าจะได้ผลมากนัก เพราะเศรษฐกิจไทยมีโครงสร้างผูกขาดสูง ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจกระจุกตัว โครงสร้างเศรษฐกิจพึ่งพาภายนอกสูง ต้องแก้ไขโดยลดอำนาจผูกขาดและปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้พึ่งพาตลาดภายในมากขึ้น แนวโน้มการค้าโลกนั้นจะชะลอตัวลงไปมากกว่าเดิม สิงคโปร์เป็นระบบเศรษฐกิจที่ชี้ทิศทางการชะลอตัวของการค้าโลกได้เป็นอย่างดี โดยคาดว่าสิงคโปร์จะเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยในไตรมาสสามปีนี้ หลังจากที่จีดีพีไตรมาสสองติดลบ 3.3% ในส่วนของมาตรการแจกเงิน 1,000 บาท โดยมีเป้าหมายไว้ที่ 10 ล้านคนสำหรับการท่องเที่ยวเมืองรองนั้น หากมีคนมาลงทะเบียนตามเป้าหมายจริง รัฐบาลจะใช้งบประมาณหนึ่งหมื่นล้านบาทสำหรับมาตรการนี้ คงจะกระตุ้นการท่องเที่ยวเมืองรองได้บ้าง แต่เงิน 1,000 บาท จะหมดไปกับค่าเดินทางและค่าน้ำมัน และยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าเมื่อประชาชนรับเงินไปแล้วจะไปเที่ยวเมืองรองตามนโยบายหรือไม่ 
    นายอนุสรณ์กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ หากมีกลไกไปกำกับก็จะเพิ่มต้นทุนและความยุ่งยากในการทำตามนโยบายอีก ประชาชนระดับฐานรากซึ่งควรเป็นกลุ่มเป้าหมายที่รัฐบาลต้องดูแลอาจไม่ได้ประโยชน์อะไรมากนัก ยังเป็นการแก้ปัญหาแบบไม่ตรงจุด ไม่ตรงกลุ่มเป้าหมาย การแจกเงินแบบนี้ในที่สุดเงินจะลงไปที่โรงแรม ร้านอาหารหรือร้านของฝากใหญ่ๆ คนที่ได้ประโยชน์จากงบแจกเงินเที่ยวจะไม่ใช่กลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจและช่วยเหลือตัวเองไม่ค่อยได้ นโยบายแจกเงินให้เที่ยวจึงเป็นนโยบายที่ไม่มีประสิทธิภาพในการกระตุ้นและฟื้นเศรษฐกิจโดยภาพรวม และน่าจะเป็นนโยบายที่มีปัญหาในเรื่องกรอบความคิดในการกำหนดนโยบาย เป็นกรอบความคิดในการแก้ปัญหาแบบแยกส่วน คิดแบบจุลภาค เป็นกรอบคิดแบบการตลาดและแก้ปัญหาแบบนักธุรกิจ ไม่ใช่กรอบคิดการบริหารระบบเศรษฐกิจหรือใช้มุมมองแบบมหภาค ปัญหาท่องเที่ยวไทยทรุดตัวเป็นผลจากกำลังซื้อจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ชะลอตัวอย่างแรงมากกว่า การแจกเงินให้เที่ยวจึงไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก   
     ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเศรษฐกิจฯ กล่าวอีกว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอาจบรรเทาความเดือดร้อนได้บ้าง แต่ไม่ยั่งยืน เป็นการกระตุ้นอุปสงค์ระยะสั้น ไม่ได้เพิ่มรายได้ระยะยาว ไม่ได้เพิ่มผลิตภาพหรือโอกาสในการจ้างงาน และทำให้เกิดข้อจำกัดเรื่องฐานะทางการคลังมากขึ้นตามลำดับ นอกจากนี้ หากเศรษฐกิจไม่เติบโตตามเป้าและมีหนี้เสียเกิดขึ้นจากโครงการปล่อยกู้ เกิดภาระผูกพันต่อหนี้สาธารณะในอนาคตจากนโยบายกึ่งการคลังที่ดำเนินการผ่านธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ หากเศรษฐกิจไม่เติบโตตามเป้าและมีหนี้เสียเกิดขึ้นจากโครงการปล่อยกู้ มาตรการสินเชื่อให้เกษตรกรและแจกเงินเพื่อลดต้นทุนการผลิตผ่านธนาคารเฉพาะกิจของรัฐประมาณ 200,000 ล้านบาทมาตรการเพิ่มเงินให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 300-500 บาท มาตรการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ปล่อยกู้ธุรกิจรายเล็ก มาตรการเหล่านี้อาจบรรเทาผลกระทบชะลอตัวเศรษฐกิจได้บ้าง แต่ประสิทธิภาพของมาตรการจะขึ้นอยู่กับความเชื่อมั่นของประชาชนต่อเศรษฐกิจในอนาคตด้วย โดยเศรษฐกิจยังไม่มีแนวโน้มปรับตัวในทิศทางดีขึ้น
    นายอนุสรณ์กล่าวทิ้งท้ายว่า ส่วนมาตรการลดหย่อนภาษีเพื่อส่งเสริมการลงทุนภายในประเทศนั้นเป็นมาตรการที่ดี และจะมีความยั่งยืนกว่ามาตรการอื่นๆ และน่าจะเพิ่มผลิตภาพของทุน (Capital Productivity) ได้ระดับหนึ่ง โดยสัดส่วนของภาคการลงทุนต่อจีดีพีของเศรษฐกิจไทยอยู่ที่ 24% และ 18% เป็นการลงทุนภาคเอกชน ส่วนการลงทุนภาครัฐอยู่ที่ 6% การจะฟื้นเศรษฐกิจด้วยกำลังซื้อภายในต้องกระตุ้นการลงทุนภาคเอกชนและการบริโภคภาคเอกชน ซึ่งมีสัดส่วนสูงถึง 51% ของจีดีพี.   


เงินนี่...ชักน่ากลัวขึ้นทุกวัน!นับวันจะใช้ซื้อได้ทุกอย่าง จนมองไม่เห็นว่าจะมีอะไรไปหยุดมันได้ถึงจุดหนึ่ง โลกไม่แตก แต่มนุษย์จะตกต่ำ เมื่อสังคมให้ค่าเงินเหนือความเป็นมนุษย์

นี่ไง....'ใบเสร็จปล่อยกู้พรรค'
เฟกนิวส์ "อาวุธพิทักษ์ฐานคะแนน"
วาทกรรม 'ไพร่' เพื่อพ่ายสภา
นวัตกรรม 'กล่องข้าวน้อยให้แม่'
ร้อยล้าน ‘ศรัทธาบริการ’ บิณฑ์
'สารอันตรายกับสายน้ำท่วม'