โจรดวงซวยขโมยปืนจากบ้านพักตร.มาเจอดาบตำรวจเจ้าของปืนจำได้จับคาด่าน


   

19 ส.ค.62- พ.ต.อ.กิตติชัย สังขถาวร ผกก.สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา แถลงข่าวการจับกุมคนร้ายลักทรัพย์ในบ้านของตำรวจได้อาวุธปืนไป 1 กระบอกว่า เหตุเกิดขึ้นเมื่อเวลา 23.30 น.วันที่ 18 ส.ค.ที่ผ่านมา ตำรวจฝ่ายป้องกันปราบปราม สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จับกุมนายจตุพล แซ่ลิ้ม อายุ 32 ปี ขับรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีแดง หมายเลขทะเบียน กกฉ 997 สงขลา พร้อมอาวุธปืนขนาด 9 มม. ซึ่งขโมยออกมาบ้านพักของ ด.ต.สุเมธ ขวัญเลิศ ผู้บังคับหมู่งานป้องกันปราบปราม สภ.หาดใหญ่ บริเวณด่านตรวจระหว่างที่ตำรวจกำลังตั้งจุดตรวจตามแผนป้องกันปรามปรามอยู่บนถนนราษฎร์อุทิศ หรือ เขต 8 ใน อ.หาดใหญ่ 

โดยขณะที่ด.ต.สุเมธ ขวัญเลิศ ผู้บังคับหมู่งานป้องกันปราบปราม สภ.หาดใหญ่ ร่วมปฏิบัติหน้าที่ตั้งจุดตรวจอยู่ ได้ตรวจค้นนายจตุพล ที่ขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีแดง หมายเลขทะเบียน กกฉ 997 สงขลา ผ่านมาพบอาวุธปืนพร้อมกระสุนอยู่ในกระเป๋าและเงินสดอีก 2,000 บาท ซึ่ฃด.ต.สุเมธจำได้ทันทีว่าทั้งกระเป๋าและปืนเป็นของตัวเองที่ถูกขโมยไปจากบ้านพักเมื่อวันที่ 15 ส.ค.ที่ผ่านมา พร้อมบัตรข้าราชการตำรวจ  ตำรวจและเอกสาร

นอกจากนี้รถจักรยานยนต์ที่ขับมาก็พบว่าเป็นรถจักรยายนต์ที่ถูกขโมยมาจากบ้านเลขที่ 115 ถ.ราษฎร์ยินดี ใน อ.หาดใหญ่ ซึ่งเจ้าของแจ้งหายไว้เมื่อวันที่ 10 ส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งจากการตรวจสอบประวัตินายจตุพลก็ทราบว่าเพิ่งพ้นโทษออกมาได้เดือนกว่าในคดีลักทรัพย์หลังถูกจำคุกมา 2 เดือน และเชื่อว่าขณะที่ถูกจับกุมก็น่ากำลังขับรถพร้อมอาวุธปืนไปก่อเหตุชิงทรัพย์หรือลักทรัพย์ด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกเหตุการณ์ขณะที่นายจตุพล ขับรถจักรยานยนต์เข้าไปก่อเหตุเอาไว้ได้หลังจากที่ขับรถวนเวียนดูลาดเลาอยู่หลายรอบ   และได้ฉวยโอกาสเข้าไปหยิบเอากระเป๋าสะพายซึ่งมีอาวุธปืนและบัตรข้าราชการตำรวจพร้อมเอกสารไป ซึ่งช่วงก่อเหตุ  ด.ต.สุเมธ ได้เข้าห้องน้ำไม่เกิน 5 นาที  เมื่อออกมาก็พบว่ากระเป๋าได้หายไป เบื้องต้นตำรวจได้แจ้งข้อหาลักทรัพย์หรือรับของโจร และจะสอบสวนขยายผลว่าเคยก่อเหตุลักทรัพย์ที่ใดมาอีกหรือไม่


ทฤษฎี "ตาบอดไม่กลัวเสือ" ของทักษิณ ทำให้พรรคการเมืองหนึ่ง ได้ครองอีสานมาร่วม ๒ ทศวรรษ

'สารอันตรายกับสายน้ำท่วม'
'เส้นทาง ๒ มิติ' รอ.ธรรมนัส
เฉพาะกับ "พระมหากษัตริย์"
ว่าด้วย 'บุญคุณและเอื้ออาทร'
น้ำครำตรวจสอบน้ำเน่า
น้ำท่วม 'อย่าเอาแต่ดู' ต้องทำ