นักการเมืองไม่ทราบฝ่าย?


   

               ลีลาเยอะจริงๆ

                คงเป็นการตลาดการเมืองกระมัง

                "มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์" นำทีม ส.ส.พรรคเศรษฐกิจใหม่ รวม ๖ คน แถลงข่าว หลังมีข่าวว่า ๔ ส.ส.ของพรรคจะย้ายค่าย

                ไปเป็นพรรคร่วมรัฐบาล

                "ขอพูดชัดๆ ว่า ส.ส.๖ คน ของพรรคเศรษฐกิจใหม่ยังเป็นฝ่ายค้าน ไม่มีใครแตกแถวไปไหน 

                แต่บางกรณีที่เป็นความเห็นร่วมกันของพรรคฝ่ายค้านนั้น ส.ส.พรรคเศรษฐกิจใหม่จะใช้เอกสิทธิ์พิจารณาการลงมติที่อาจสวนทางกับพรรคร่วมรัฐบาลในบางประเด็น 

                จะไม่ค้านแบบหัวปักหัวปำ 

                ไม่ต้องมาถามว่าจะเป็นฝ่ายค้านอิสระหรือไม่ แต่เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์การทำงานของพวกเราว่า รักษาคำพูดหรือไม่

                ขอให้สบายใจได้ หากมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล พรรคเศรษฐกิจใหม่พร้อมเข้าร่วมด้วยแน่นอน การตัดสินใจของ ส.ส.พรรคเศรษฐกิจใหม่จะเป็นไปในแนวทางเดียวกันทั้งหมด"

                ครับ...คำแถลงของ "มิ่งขวัญ" ฟังอย่างไรก็ไม่ชัด               

                ฝ่ายค้านก็ไม่ใช่ รัฐบาลก็ไม่เชิง

                แล้วเป็นอะไร?

                ฝ่ายค้านอิสระหรือ?

                คำถามคือ พรรคเศรษฐกิจใหม่ ใครเป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจกันแน่

                ย้อนกลับไปเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ต้นตอข่าวย้ายขั้ว ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น "นิยม วิวรรธนดิฐกุล" รองหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ 

                "นิยม" ให้สัมภาษณ์เสียงดังฟังชัดว่า

                "พรรคเศรษฐกิจใหม่ที่มี ส.ส. ๖ คนนั้น มีบางส่วนจะย้ายไปร่วมงานกับรัฐบาล แต่ผมและคุณมิ่งขวัญนั้นจะยังคงทำงานเป็นฝ่ายค้านต่อไป สำหรับรายละเอียดต่างๆ นั้น ขอให้รอการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการก่อน"

                ฟังแบบไม่ต้องแปลความ เสียงข้างมากในพรรคเศรษฐกิจใหม่ คือ ๔ เสียง ย้ายขั้ว

                "ภาสกร เงินเจริญกุล" เลขาธิการพรรค ๑ ใน ๔ เสียง แถลงข่าวเวทีเดียวกับ "มิ่งขวัญ" ก็บอกใบ้ชัดเจน

                "ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้าน หรือฝ่ายรัฐบาลก็ต้องทำงานร่วมกัน บางครั้งพรรคก็มีความอึดอัดใจ การทำงานไม่ราบรื่น

                เช่น ปัญหาปากท้องก็ไม่พูดถึง พูดถึงแต่เรื่องการเมือง ซึ่งผมเห็นว่ามันจะไม่มีทางเสถียรได้ ๑๐๐%  และประชาชนก็ไม่อิ่มท้องขึ้น

                ดังนั้นประเด็นทางเศรษฐกิจก็เป็นเอกสิทธิ์ของพรรคเหมือนกัน บางเรื่องที่อยากใช้คำว่า ๗ พรรคฝ่ายค้านให้มาคุยกัน เพื่อให้เห็นด้วย ก่อนที่จะอ้างชื่อพรรคเศรษฐกิจใหม่รวมไปด้วย"

                ก็หมายความว่า พรรคเศรษฐกิจใหม่ไม่ได้เป็นเนื้อเดียวกับ ๖ พรรคฝ่ายค้านที่เหลือ

                และน่าจะจริงตามนั้น!

                เพราะในพิธีรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง "สมพงษ์ อมรวิวัฒน์" เป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ไม่มี ส.ส.ของพรรคเศรษฐกิจใหม่แม้คนเดียวไปร่วมงาน

                ทั้งที่งานนี้ถือเป็นงานสำคัญของพรรคฝ่ายค้าน!

                สรุปนับจากนี้ไปคงจะมีฝ่ายค้านผลุบโผล่เป็นรัฐบาลมากขึ้นเรื่อยๆ

                โหวตเสียงทีคุยกันที เศรษฐกิจใหม่จริงๆ.

 

 


ทฤษฎี "ตาบอดไม่กลัวเสือ" ของทักษิณ ทำให้พรรคการเมืองหนึ่ง ได้ครองอีสานมาร่วม ๒ ทศวรรษ

'สารอันตรายกับสายน้ำท่วม'
'เส้นทาง ๒ มิติ' รอ.ธรรมนัส
เฉพาะกับ "พระมหากษัตริย์"
ว่าด้วย 'บุญคุณและเอื้ออาทร'
น้ำครำตรวจสอบน้ำเน่า
น้ำท่วม 'อย่าเอาแต่ดู' ต้องทำ