บี้ส.ส.-NGOออกโรงต้านโจรใต้


   

 กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าสรุปเหตุบึ้มป่วน 4 อำเภอ 6 จุดที่ยะลา ทำชาวบ้านบาดเจ็บ 10 ราย ประชาชนกว่าครึ่งแสนกระทบ จี้ “นักการเมืองในพื้นที่-นักสิทธิมนุษยชน” แสดงจุดยืนต่อต้านพวกสุดโต่ง “บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม” ประสานเสียงสั่งเร่งหาตัวคนร้าย พร้อมเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบด่วน

เมื่อวันพุธที่ 21 ส.ค. ยังคงมีความต่อเนื่องจากกรณีผู้ไม่หวังดีลอบวางระเบิดเสาไฟฟ้า, เสาสัญญาณโทรศัพท์ และตู้เอทีเอ็ม ใน 4 อำเภอคือ อ.เมืองยะลา,  ยะหา, บันนังสตา และธารโต จังหวัดยะลา ช่วงค่ำวันอังคาร ซึ่งสร้างความเสียหายและทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 10 ราย ในช่วงเช้าวันพุธ เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (อีโอดี) พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดพิสูจน์หลักฐาน ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ได้เก็บหลักฐาน สำรวจความเสียหาย รวมทั้งเร่งแก้ไขเรื่องเสาไฟฟ้าและสายโทรศัพท์
ต่อมาที่ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ภาค 4 ส่วนหน้า พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ได้สรุปเหตุการณ์ใน 4 พื้นที่ 6 จุด ว่าเวลา 19.10 น. คนร้ายไม่ทราบจำนวน ลอบวางระเบิดบริเวณเสาไฟฟ้า ริมถนนสาย 4065 บ้านเจาะบือแน หมู่ที่ 1 ต.บาโงยซิแน อ.ยะหา ทำให้เสาไฟฟ้าเสียหาย 4 ต้น ราษฎรบาดเจ็บ 4 ราย และไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง,  19.40 น. คนร้ายวางระเบิดตู้เอทีเอ็ม ธนาคารกรุงไทยและออมสิน ที่ท่ารถโดยสาร บ.คอกช้าง อ.ธารโต และวางระเบิดร้านรับซื้อขี้ยางในตลาดคอกช้าง รวมถึงเกิดเพลิงที่บ้านเรือนราษฎร ทำให้ชาวบ้านบาดเจ็บ 6 ราย ต่อมา 19.45 น. คนร้ายเผายางรถยนต์ บนถนนสาย 410 (ยะลา-เบตง) ก่อนถึงโรงงานสามดาวพาราวู้ด ที่บ้านเจาะบันตัง และเผาเสาสัญญาณโทรศัพท์ ต.บาเจาะ อ.บันนังสตา, เวลา 19.50 น. เกิดเหตุ ระเบิดเสาไฟฟ้าที่หน้ามัสยิดกำปงนิบง ต.บุดี อ.เมืองยะลา เสาโค่นหักลงมาขวางถนน และเวลา 20.00 น. ระเบิดเสาทวนสัญญาณโทรศัพท์ดีแทค ที่ ม.3. ต.บาเจาะ อ.บันนังสตา และเผายางรถยนต์ที่บ้านบันนังกูแว ต.บันนังสตา และในเวลาเดียวกันได้เกิดเหตุระเบิด ที่สำนักงานกองทุนสงเคราะห์ยาง อ.บันนังสตา จ.ยะลา
“คนร้ายได้กระจายกำลังไปวางระเบิดตามจุดต่างๆ เน้นสิ่งสาธารณูปโภค โดยใช้ระเบิดแบบแสวงเครื่องบรรจุในกล่องเหล็กทรงกลม จุดชนวนด้วยการตั้งเวลา และยังพบการวางระเบิดเพื่อทำร้ายเจ้าหน้าที่ขณะเข้าทำการตรวจสอบ ซึ่งเจ้าหน้าที่เก็บกู้ได้เรียบร้อยแล้ว แต่แรงระเบิดทำให้สาธารณูปโภคเสียหายจำนวนมาก ไฟฟ้าขัดข้องในหลายพื้นที่ มีประชาชนเดือดร้อนกว่า 53,400 คน และมีผู้บริสุทธิ์ได้รับบาดเจ็บรวม 10 ราย” พ.อ.ปราโมทย์กล่าว 
โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้ายังกล่าวอีกว่า  เหตุการณ์ครั้งนี้เห็นถึงความพยายามสร้างสถานการณ์ความรุนแรงที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สิน ทำลายบรรยากาศการท่องเที่ยว การค้าการลงทุนและระบบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะผลผลิตทางการเกษตร ซึ่ง กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าจะเร่งรัดบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มก่อเหตุโดยเร็วที่สุด พร้อมขอให้ทุกภาคส่วน โดยเฉพาะองค์กรด้านสิทธิมนุษยชน และนักการเมืองในพื้นที่ ได้ออกมาแสดงจุดยืนที่ชัดเจนในการต่อต้านและประณามการใช้ความรุนแรงดังกล่าว เพื่อปกป้องพิทักษ์สิทธิ และคืนความเป็นธรรมให้พี่น้องประชาชนที่ต้องตกเป็นเหยื่อของกลุ่มสุดโต่ง
ด้านความเคลื่อนไหวของส่วนกลางนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ว่าได้สั่งการไปแล้วหลังเกิดเหตุ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังดำเนินการติดตามสืบสวนสอบสวนกันอยู่ และมอบหมายให้หน่วยงานด้านการสาธารณสุขและ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าเข้าไปช่วยดูแลด้วย โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ รวมทั้งการเยียวยาต่างๆ ซึ่งเรื่องนี้มีกติกาอยู่แล้ว ขณะนี้ก็ต้องติดตามเฝ้าระวังกันด้วย 
    พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ระบุว่าต้องพูดคุยกับฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ส่วนการป้องกันต้องให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ต้องระวังให้มากขึ้น โดยขอแสดงความเสียใจต่อผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตด้วย โดยเราพยายามทำทุกอย่างแล้ว ทั้งการระวังป้องกันไม่ให้เกิดเหตุและอื่นๆ ที่ผ่านมา ซึ่งยะลาไม่ค่อยมีเหตุการณ์เกิดขึ้น  ต้องให้เจ้าหน้าที่ได้สอบสวนและติดตามผู้กระทำความผิดต่อไป
    พล.อ.ประวิตรยืนยันว่า เหตุที่เกิดขึ้นนั้นไม่เกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องของกลุ่มบีอาร์เอ็นที่ต้องการให้รัฐบาลปล่อยตัวผู้ต้องหาในคดีความมั่นคง และไม่เกี่ยวกับเหตุระเบิดใน กทม. ส่วนการเดินหน้าพูดคุยสันติสุขเพื่อจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ยังคงมีอยู่ต่อไป ที่ผ่านมามีความคืบหน้าอยู่พอสมควร ส่วนหัวหน้าคณะพูดคุยยังไม่ได้ตั้งใหม่ ขณะที่การกำหนดโซนนิ่งในพื้นที่นั้น เร็วๆ นี้จะเพิ่มอีก 1 อำเภอ ให้เป็นพื้นที่ปลอดภัย
นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวถึงเหตุร้ายใน จ.ยะลา ว่ามีประชาชนบาดเจ็บ 8 คน เป็นผู้ใหญ่ 4 คน ชาย 2 คนและหญิง 2 คน และเด็กอีก 4 คน เป็นหญิงทั้งหมด ในส่วนของเด็กนั้น ได้รักษาและเดินทางกลับบ้านแล้ว ส่วนผู้ใหญ่ 4 คนอยู่ระหว่างรอการประเมินอาการของแพทย์ ซึ่ง พม.ยะลาได้เร่งลงพื้นที่ประเมินทางสังคมและได้เยียวยาความเสียหายตามเกณฑ์และระเบียบของทางราชการเรียบร้อยแล้ว 
พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษก กห. กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้แสดงความเสียใจกับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุระเบิดหลายจุดในพื้นที่ พร้อมทั้งได้สั่งการให้ทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เร่งเข้าช่วยเหลือเยียวยาประชาชนบริสุทธิ์และเด็กที่ได้รับบาดเจ็บอย่างดีที่สุด ควบคู่ไปกับการเร่งฟื้นฟูความเสียหายของระบบสาธารณูปโภคที่ถูกทำลาย เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติโดยเร็ว พร้อมได้สั่งการให้ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เร่งติดตามผู้ร่วมก่อเหตุทั้งหมดมาดำเนินการตามกฎหมายโดยเร็ว และให้เพิ่มมาตรการเฝ้าระวังในพื้นที่และตั้งอยู่บนความไม่ประมาท
    พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รองผู้บัญชาการทหารบก (รอง ผบ.ทบ.) ในฐานะผู้ช่วยผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ผู้ช่วย ผอ.รมน.) กล่าวว่า ได้รับรายงานเบื้องต้นแล้ว ซึ่ง พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 กำลังดำเนินการสอบสวนเพื่อหาสาเหตุ โดยช่วงที่ผ่านมาเหตุการณ์ก็เกิดขึ้นมากน้อยสลับกันไป โดยเกิดขึ้นเป็นช่วงจังหวะ แต่ไม่ได้มากขึ้นจนถือเป็นนัยสำคัญหรือน่าห่วงใยอะไร เพราะไม่ว่าเหตุการณ์จะเกิดขึ้นมากหรือน้อย กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าก็ให้ความสำคัญ และทุ่มเทการทำงานเพื่อรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนให้มากที่สุด 
เมื่อถามว่า คนที่ไม่เข้าใจและยังมีการลอบก่อเหตุ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการเข้าถึงคนกลุ่มดังกล่าวได้อย่างไร พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า เป็นธรรมดา ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ได้ให้นโยบายอยู่เสมอว่า เป็นธรรมดาที่คนหมู่มาก 77 ล้านคน จะให้ทุกคนมีความคิดเห็นเหมือนกันคงเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นเจ้าหน้าที่ต้องช่วยกันสร้างการรับรู้และความเข้าใจ มุ่งมั่นทำความดีเพื่อช่วยเหลือประชาชน เพราะเชื่อว่าสักวันหนึ่งคนที่ไม่เข้าใจก็อาจเข้าใจในสิ่งที่เจ้าหน้าที่ทำได้
ขณะที่ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องเร่งรัดจับกุมผู้ต้องหาที่ก่อเหตุให้ได้โดยเร็ว พร้อมมีมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันอาชญากรรม เพิ่มความเข้มงวดการตรวจตราสถานที่ต่างๆ โดยขณะนี้ ผบช.ภ.9 ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน ฝ่ายสอบสวนบูรณาการกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง รวบรวมพยานหลักฐาน และพิสูจน์ถึงตัวคนร้ายที่ก่อเหตุ พร้อมออกติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ซึ่งสาเหตุนั้นเบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ที่มุ่งหวังต่อเจ้าหน้าที่รัฐ แต่เจ้าหน้าที่ก็ยังไม่ตัดประเด็นอื่นทิ้งไป
ด้านนายวัส ติงสมิตร ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้กล่าวประณามการก่อเหตุดังกล่าวว่า เป็นการกระทำที่ไร้มนุษยธรรม ผิดกฎหมาย และละเมิดต่อสิทธิในชีวิตและร่างกาย อันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง จึงขอให้ผู้ก่อเหตุหรือผู้อยู่เบื้องหลัง ยุติการกระทำความรุนแรงต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ และขอสนับสนุนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานความมั่นคง เร่งดำเนินการสืบสวนสอบสวน เพื่อนำตัวผู้ก่อเหตุมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยเร็ว มีมาตรการป้องกันการก่อวินาศกรรมทำลายทรัพย์สินของทางราชการและประชาชน เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนทั่วไป ตลอดจนให้ความช่วยเหลือและเยียวยาแก่ผู้บาดเจ็บและครอบครัวอย่างทั่วถึง
    “ปัญหาความไม่สงบและความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายทั้งภาครัฐ ภาคประชาชน และสถาบันการศึกษา ต้องร่วมมือกันอย่างเข้มแข็งในการเฝ้าระวัง และปลูกฝังค่านิยมการปฏิเสธการใช้ความรุนแรง และการใช้ยุทธวิธีโจมตีสาธารณะที่สร้างความหวาดกลัว เพราะการใช้ความรุนแรงไม่เคยแก้ปัญหา แต่กลับจะยิ่งเพิ่มระดับความรุนแรงของความแตกแยกในสังคมมากยิ่งขึ้น” นายวัสกล่าว.
 


วันนี้ พุธ ๑๘ กันยา ฝ่ายค้านอภิปรายทั่วไปรัฐบาล ประเด็น "นายกฯ ถวายสัตย์ฯ" ส่งท้ายก่อนปิดสมัยประชุม

ร้อยล้าน ‘ศรัทธาบริการ’ บิณฑ์
'สารอันตรายกับสายน้ำท่วม'
'เส้นทาง ๒ มิติ' รอ.ธรรมนัส
เฉพาะกับ "พระมหากษัตริย์"
ว่าด้วย 'บุญคุณและเอื้ออาทร'
น้ำครำตรวจสอบน้ำเน่า