ลุงกำนันกับพรรคการเมืองใหม่


   

ดูจากกิริยา อาการ ของคุณลุงกำนัน เทพเทือก กับพรรคการเมืองซึ่งกำลังถูกจัดตั้งขึ้นมาใหม่ ไม่ว่าจะในนามมวลมหาประชาชนอวตารสถิต หรือนามใดๆ ก็แล้วแต่ ต้องเรียกว่า...ยังไม่ถึงกับ เสียเหลี่ยมกำนัน ถือว่าคุณลุงท่านยัง เล่นเป็น ยังกำหนดระยะต่อ ระยะเคียง ระหว่างตัวเองกับพรรคการเมืองที่ว่า ได้อย่างพอเหมาะ พอเจาะ พอสมควรแก่เหตุและผล สะท้อนถึง สติ และ ปัญญา ว่ายังไม่ถึงกับห่างหายไปซะที่ไหน...

                                                            ----------------------------------------------------

      คือให้ถือเป็นเรื่องของ น้องชายแท้ๆ ที่ไม่ใช่แค่เฉพาะพี่ๆ น้องๆ ซึ่งย่อมมีสิทธิ์ที่จะทำอะไรได้ ตามความปรารถนา ความต้องการของตัวเอง อันไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับ ตัวตน ของลุงกำนัน ผู้ได้เคยป่าวประกาศว่าจะสละแล้ว ไม่เอาแล้ว สำหรับการแย่งยื้อ แข่งขัน กันในทางอำนาจการเมือง ส่วนพรรคการเมืองของน้องชายอย่างคุณ เทือกธานี นั้น จะไปหนุนใครต่อใคร ก็ไม่น่าจะเกี่ยวอะไรกับแนวทาง เจตนารมณ์ ของมวลมหาประชาชนอย่าง กปปส. ที่ไม่ได้มุ่งยึดมั่นตัวบุคคล แต่ยึดส่วนรวมและชาติบ้านเมืองเป็นที่ตั้งมาโดยตลอด เพียงแต่ความรู้สึกในทางส่วนตัวของลุงกำนัน ท่านอาจยังคงเชื่อใจ ไว้วางใจ ต่อความมุ่งมั่นในการเสียสละเพื่อชาติบ้านเมืองของ บิ๊กตู่ ไปตามความรู้สึกของปัจเจกบุคคลแต่เพียงเท่านั้น...

                                                           ----------------------------------------------------

      เรียกว่า...ยังไม่ถึงกับต้องลงไปคลุกคลีตีโมง ให้นอตหลุด นอตหลวม โดยใช่เหตุ ยังวางระยะห่าง ระยะเคียง ให้พอมีช่องพลิกขวา พลิกซ้าย พอเปลี่ยนบ่า เปลี่ยนไหล่ ได้มั่ง โดยเฉพาะสำหรับการแบกน้ำหนักของ บิ๊กตู่ ซึ่งต้องยอมรับว่า หลังๆ นี้...ออกจะ ตัวหนัก อย่างเป็นพิเศษ คือไม่ได้หนักเฉพาะแค่ตัวเอง แค่ตัวเดียว-อันเดียวล้วนๆ ยังหันไปคว้าพี่ๆ น้องๆ มาให้ร่วมแบก ร่วมหาม ไม่รู้กี่ตัวต่อกี่ตัว อันส่งผลให้ไม่ว่าใครก็ตาม ที่ยังรัก ปักใจ ใน บิ๊กตู่ ล้วนแล้วแต่ไหล่ลู่ไปตามๆ กัน อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงและปฏิเสธได้...

                                                             ---------------------------------------------------

      ส่วนการที่ ลุงกำนัน ท่านคิดจะแบก บิ๊กตู่ มาตั้งแต่แรกๆ...ว่าไปแล้วคงไม่ได้เกี่ยวอะไรกับ ส่วนตัว มากมายซักเท่าไหร่ แม้ถือเป็นความรู้สึกในทางส่วนตัวก็ตามที คือท่านคงยึดเอา ส่วนรวม นั่นแหละเป็นที่ตั้ง เมื่อยังมองไม่เห็นใครๆ ที่น่าจะเหมาะเจาะ เหมาะสม เมื่อเทียบกับ บิ๊กตู่ ท่านเลยตัดสินใจคว้ามาแบก โดยไม่ได้สนใจว่าใครจะร่วมด้วยช่วยแบกไปกับท่านหรือไม่ ประการใด ท่านแบกของท่านไปแบบเงียบๆ เฉยๆ ไปตามรสนิยมส่วนตัว ไม่ต่างอะไรไปจากบรรดาผู้ที่เคยเป็น กองหนุน ทั้งหลาย ที่แม้หลังๆ จะเปลี่ยนมาเป็นกองเกิน หรือกองหลอน ไปบ้างแล้วก็ตามที...

                                                                   ------------------------------------------------------

      เพียงแต่ว่า...การวางตัว วางตน การกำหนดตัวตนของ “ลุงกำนัน” นั้น ออกจะเป็นอะไรที่ยากซ์ซ์ซ์กว่าปุถุชนคนธรรมดาอยู่บ้างตามสมควร คือจะไป “ปลีกวิเวก” หรือ “ปล่อยวาง” อะไรลงไปซะทั้งหมด...คงลำบาก เนื่องจากก่อนหน้านั้น ท่านดันไปสร้างความผูกพัน สร้างห่วง สร้างราหุล เอาไว้กับใครต่อใครนับเป็นล้านๆ ในฐานะ “ผู้นำมวลชน” ที่นำพาใครต่อใครออกไปนอนกลิ้ง นอนหงาย อยู่กลางถนนรนแคม ยอมเสียเหงื่อ เสียแรง กระทั่งเสียเลือด เสียเนื้อ ไปจนจะตัดอะไร มันคงไม่อาจตัดได้ไปซะทั้งหมด ทั้งเนื้อ ทั้งตัว ยังเต็มไปด้วย “ติ่ง” ไม่รู้กี่หมื่น กี่แสนติ่ง รสนิยมในทางส่วนตัวของท่าน เลยอาจถูกนำเอาไปใช้เป็นตัวกำหนดทิศทางการเมืองในแต่ละช่วง แต่ละระยะ ได้ไม่ยาก...

                                                                 -------------------------------------------------------

      ดังนั้น...การที่ท่านพยายามวางระยะห่าง ระยะเคียง กับพรรคการเมืองซึ่งกำลังจะถูกจัดตั้งขึ้นมาใหม่ ไม่ให้ถึงกับเป็น อันหนึ่ง อันเดียว กับ ตัวตน ของท่านจนเกินไป ต้องถือเป็นการ ปล่อยวาง ได้พอสมควรแล้ว ไม่ได้คิดจะกำ อัตตา เอาไว้เป็นแท่งๆ ด้ามๆ ไม่ได้เหมารวมความสำเร็จของมวลชนเป็นความสำเร็จของตัวเองโดยลำพัง เพียงเท่านี้...ต้องถือว่า เป็นอะไรที่น่าเคารพ ยกย่อง น่าชื่นชมอยู่เช่นเดิม ส่วนตัวตนของท่านจะถูกนำมาเกี่ยวพันกับอนาคตของส่วนรวม ของชาติ บ้านเมือง มากน้อยขนาดไหน อันนั้น...คงเป็นเรื่องแต่ละปัจเจกบุคคลที่จะต้องแยกแยะ ต้องใคร่ครวญพิจารณากันเอาเอง ว่าอะไรเหมาะ-ไม่เหมาะ ควร-ไม่ควร ไปในแต่ละช่วง แต่ละระยะ...

                                                                -------------------------------------------------

      หรืออาจพอสรุปได้ว่า...ความมุ่งมั่น ตั้งใจ ที่จะทำอะไรให้กับชาติบ้านเมือง ให้กับแผ่นดิน ของคุณลุงเทพเทือกนั้น น่าจะยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ไม่ได้เปลี่ยนไปจากลุงกำนันคนเดิม ที่เคยนอนกลิ้ง นอนหงาย อยู่กับบรรดามวลชนทั้งหลาย เพียงแต่โดยจังหวะ เวลา โดยฉากสถานการณ์ ที่มันเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมในหลายต่อหลายเรื่อง หลายต่อหลายกรณี บรรดาผู้ที่เคยเป็น ติ่ง หรือแม้แต่ไม่ใช่ ติ่ง ทั้งหลาย คงต้องค่อยๆ แยกแยะ พิจารณา กันไปตามลำดับขั้น และสิ่งที่ควรจะยึดมั่น ถือมั่น ให้มากๆ เข้าไว้ ก็คือการยึดเอา ผลประโยชน์ส่วนรวม ยึดเอาชาติ บ้านเมือง เป็นที่ตั้ง ตามเจตนารมณ์ของมวลมหาประชาชน อันเป็นเจตนารมณ์เดียวกันกับคุณลุงเทพเทือกนั่นแหละ อย่าถึงกับต้องไปกล่าวหา จงเกลียด จงชัง ผู้ที่เคยเสียสละให้กับผู้อื่น ให้กับส่วนรวม จนหาใครดีๆแทบไม่ได้ แต่ก็อย่าถึงกับต้องไปลุ่มหลง ไปยึดติดกับตัวบุคคล จนอะไรที่เคยดีๆ ออกไปทางเลอะเทอะ ออกอาการดีแตก ดีซ่าน เอาง่ายๆ...

                                                                -----------------------------------------------------

      ยิ่งในอนาคต...ที่แทบไม่รู้ ถึงไม่รู้ก็ต้องเดินไปเช่นนี้ ตัวบุคคลอย่างคุณลุงเทพเทือก ที่กล้าลุย กล้าแลก กล้าเสียสละผลประโยชน์ส่วนตนให้กับส่วนรวม กับชาติบ้านเมือง อย่างเป็นที่พิสูจน์แล้ว ย่อมถือเป็น ทรัพยากรบุคคล ที่ควรให้ค่าและให้ความสำคัญไว้โดยตลอด ในการร่วมกำหนดอนาคตให้เป็นไปอย่างที่มวลมหาประชาชนปรารถนาและต้องการ ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้...

                                                                 ----------------------------------------------------

      ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Benjamin Franklin... Be slow in choosing a friend, slower in changing.-จงสรรหามิตรช้าๆ...และจงเปลี่ยนมิตรให้ช้ากว่าเวลาสรรหา...

                                                                   --------------------------------------------------


"ตัวอะไรเอ่ย........... หางอยู่ไทย หัวไปส่ายอยู่นอกประเทศ?" ไม่ใช่หัวเดียวนะ แต่ "ทีเดียว ๒ หัว" เลย

ถอดรหัสเลือกตั้ง "ต้นปี ๖๒"
'ใครหัวหน้า' สำคัญกว่าถูกดูด    
แอมเนสตี้ที่ 'สังคมไม่ต้องการ'
อีกก้าวของ 'นายกฯ เผด็จการ'
คสช.คือกบฏแผ่นดิน?
ยุทธศาสตร์ชาติกับทิศทางโจร