สมาคมสถาปนิกฯต้านสร้างเทอร์มินัล 2 จับพิรุธ ทอท.สร้างตึกใหม่หวังรายได้เชิงพาณิชย์


   

27 ส.ค. 2562 นายอัชชพล ดุสิตนานนท์ นายกสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ (ASA) เปิดเผยภายหลังการแถลงการณ์ ”หยุดแผน ทอท.ป่วนสุวรรณภูมิ” ว่าสมาคมฯมีความเป็นห่วงเกี่ยวกับแผนพัฒนาโครงการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 (Terminal 2) ของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งที่ผ่านมาได้สื่อสารไปยังประชาชนและหน่วยงานรัฐมาโดยตลอดถึงความไม่เหมาะสมในการพัฒนาที่ผิดไปจากแผนแม่บทเดิม ตั้งแต่ช่วงที่นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ อดีตรมว.คมนาคมโดยได้มีการรับฟังข้อเสนอแนะดังกล่าวและทางสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)ก็มีความคิดเห็นที่สอดคล้องกันและมองว่าบทแม่บท (Master Plan) เดิมดีและมีศักยภาพอยู่แล้ว ทว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมคนใหม่ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ กลับตัดสินใจผลักดันโครงการต่อไปโดยไม่ฟังเสียงทัดทานจากสภาพัฒน์

นายอัชชพล กล่าวต่อว่า การก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 ในตำแหน่งใหม่ นั้นอยู่นอกพิกัดแผนแม่บทส่งผลให้เกิดความล่าช้าและความเสียหาย ซึ่งความล่าช้าในการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิทำให้สนามบินเกิดความแออัด ไม่สามารถรองรับจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นในขณะนี้ได้ และทำให้งบประมาณในการขยายสนามบินเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน ทอท.ได้พยายามเบี่ยงเบนเพื่อก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 ซึ่งใช้งบประมาณ 42,000 ล้านบาท เพราะพื้นที่อาคารมีขนาดใหญ่และเน้นพื้นที่เชิงพาณิชย์ ซึ่งไม่เกิดประโยชน์กับผู้โดยสาร รวมถึงการบริหารจัดการมีความยุ่งยาก เพราะต้องใช้ระบบรถไฟฟ้าไร้คนขับถึง 3 สายนอกจากนี้อาคารผู้โดยสารใหม่ตามแบบ ทอท. เปลี่ยนจากหลุมระยะไกล 14 หลุม เป็นหลุมจอดประชิดอาคาร 14 หลุม ทำให้ไม่สามารถทำหลุมจอดเพิ่มเติมได้ ทำให้อาคารไม่สามารถรองรับผู้โดยสารตามเป้าหมายได้

นายอัชชพลกล่าวต่อว่าดังนั้นในวันนี้จะยื่นหนังสือให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาในวันนี้ เพื่อสั่งการให้กระทรวงคมนาคม เร่งรัดให้ ทอท.ดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีปี 2553 และแผนแม่บทท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเดิมให้แล้วเสร็จโดยเร็ว รวมถึงให้ ทอท. แสดงความรับผิดชอบที่ดำเนินการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิล่าช้า เพราะในวันที่ 27 ส.ค.นี้ ทางกระทรวงคมนาคมจะนำเสนอเรื่องดังกล่าวให้คณะรัฐมนตรี(ครม.) พิจารณา 
อย่างไรก็ตามส่วนกรณีที่ล่าสุดทาง ทอท.ได้มีการเปิดโอกาสให้หลายฝ่ายแสดงความคิดเห็นก็ไม่ได้มีการเชิญสมาคมฯไปร่วมแสดงความคิดเห็นด้วย ทั้งยังคงเดินหน้าโครงการต่อ อย่างไรก็ตามในส่วนของคณะทำงานดังกล่าวที่ประกอบด้วยสายการบินและกลุ่มผู้ใช้บริการสนามบินที่มีความเห็นมองว่าต้องการให้มี Terminal 2 ทางสมาคมฯก็มองว่าเป็นเรื่องที่ต้องทำตั้งนานแล้วแต่ทำผิดที่ผิดทาง ซึ่งทาง ทอท.ก็ยืนยันว่าทางสมาคมฯได้มีการแสดงความคิดเห็นมาตลอด

ทั้งนี้ในส่วนของประเด็นเซ็นทรัล วิลเลจนั้นปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลข้อเท้จจริงจึงยังไม่สามารถให้ข้อมูลหรือแสดงความคิดเห็นได้ ทั้งนี้ยืนยันว่าในการออกแถลงการณ์ดังกล่าวยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องและไม่ได้แถลงข่าวโจมตี ทอท. กรณีสั่งชะลอก่อสร้างเซ็นทรัลวิลเลจ

นายวิชัย ตันตราธิวุฒิ อดีตนายกสมาคมสถาปนิกผังเมืองไทยกล่าวว่าการออกแบบสนามบินใหญ่อย่างที่ปักกิ่งและสิงคโปร์ ใช้สถาปนิกระดับโลกในการออกแบบ ในขณะที่ไทยใช้มือออกแบบจากสถาปนิกที่ไม่มีชื่อเสียงไม่มีประสบการณ์ในการก่อสร้างสนามบินระดับชาติ อีกทั้งการเร่งก่อสร้างเทอร์มินัล 2 ทอท. มีเป้าประสงค์เน้นพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์เพื่อหารายได้

ด้านรายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคม ระบุว่าโครงการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 สนามบินสุวรรณภูมิวงเงิน 42,000ล้านบาท ทางทอท.ได้เสนอกระทรวงคมนาคมแล้ว โดยการก่อสร้างบริเวณด้านทิศเหนือของอาคารเทียบเครื่องบิน A (Concourse A) ได้หารือกับคณะกรรมการ Airport Consultative Committee (ACC) แล้ว ส่วนแผนใหม่จะปรับจากที่จะก่อสร้างฯพร้อมกับสลับการก่อสร้างอาคารหลังเดิมส่วนต่อขยายฝั่งตะวันออก (East Expansion) ไปทำการขยายฝั่งตะวันตก (West Expansion) ก่อน ซึ่งองค์กรการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ( ICAO) เห็นว่าการเปิดหน้างานพร้อมกับก่อสร้างเทอร์มินอล 2 จะมีปัญหาต่อการให้บริการนั้นอยู่ที่การพิจารณาของนโยบายเนื่องจากจะสามารถเพิ่มขีดรองรับ Over Capacity จะสามารถชะลอการขยายอาคารด้านตะวันตก และตะวันออกไว้ทำภายหลัง

ด้านนายนิตินัย ศิริสมรรถการ. ผู้อำนวยการใหญ่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) กล่าวถึงการณีสมาคมฯออกแถลงการณ์เดินหน้าค้านก่อสร้างเทอมินอล 2ว่า หากเป็นเรื่องเดิมก็จะเดินหน้าต่อ แต่หากทางสมาคมฯมีเหตุผลใหม่มาประกอบทาง ทอท.ก็พร้อมจะรับฟังความคิดเห็น

ด้านนายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) หรือ CAAT เปิดเผยว่า กรณีที่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอทเตรียมส่งหนังสือร้องเรียนเรื่องการเปิดบริการห้าง เซ็นทรัลวิลเลจ เสี่ยงขัดกับกฎการบินสากลขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (International Civil Aviation Organization – ICAO) นั้น ขณะนี้ ทอท.ยังมิได้ส่งหนังสือร้องเรียนเรื่องดังกล่าว มายัง กพท. แต่เบื้องต้นมองว่าการเปิดศูนย์การค้าในจุดดังกล่าวใกล้กับแนวบินร่อนลง (take off & approach ) ของสนามบินสุวรรณภูมินั้น ไม่น่ามีปัญหาในการเปิดบริการ แต่ก็ต้องมีบางกิจกรรมที่ห้ามเด็ดขาด และกพท.ก็ไม่มีอำนาจไปห้ามเซ็นทรัลวิลเลจเปิดให้บริการ เนื่องจากเป็นสิทธิและการกระทบกับประชาชนทั่วไปที่ต้องการใช้บริการได้

ทั้งนี้มองว่าบางกิจกรรมนั้นสามารถดำเนินการได้บางอย่าง จะไปห้ามไม่ให้ทำทุกอย่างคงไมได้ เพราะต้องมองว่าเซ็นทรัลวิลเลจก็เหมือนกับชางบ้านทั่วไปที่อาศัยอยู่ใกล้สนามบิน จะไปห้ามไม่ให้จุดควันเลยก็ไม่ได้ ส่วนประเด็นเรื่องความสูงของโครงการเซ็นทรัลวิลเลจ ที่ทอท.ได้ส่งหนังสือให้ตรวจสอบก่อนหน้านี้ว่าขัดกับกฎการบินหรือไม่ กพท.ยืนยันว่าเรื่องความสูงของโครงการดังกล่าวไม่ขัดกับหลักการบินสามารถดำเนินการได้

“เรื่องนี้ต้องดูเป็นกรณีไปจะไปห้ามทั้งหมดก็ไม่ได้ ต้องดูเป็นเคสไปเพราะแต่ละสนามบินก็มีการก่อสร้างห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่หรือศูนย์การค้าใกล้กับสนามบินเหมือนกัน ต่างประเทศก็มี สนามบินดอนเมืองก็มีการเปิดสนามกอล์ฟ ซึ่งก็ต้องหาแนวทางให้อยู่ร่วมกันได้ กรณีแบบนี้ไอเคโอให้อำนาจองค์กรการบินของแต่ละประเทศไปบริหารจัดการเอง” นายจุฬากล่าว

นายจุฬากล่าวต่อว่าสำหรับกิจกรรมที่ห้ามเซ็นทรัลวิลเลจปฏิบัติโดยเด้ดขาดเพราะอาจขัดต่อความปลอดภัยทางการบินมี 3 ด้านคือ 1.การยิงเลเซอร์ขึ้นไปบนท้องฟ้าเพราะจะทำให้นักบินสับสน ตามหลักการบินสากลเรื่อง Laser emission free zone  2.การปล่อยคลื่นเสียงในความถี่ที่กระทบกับการบินและอากาศยาน 3.การปล่อยโคมลอยและการจุดพลุที่มีผลกระทบกับการมองเห็นทางวิ่งในแนวร่อนลง อย่างไรก็ตามหากมีข้อห้ามอื่นๆเพิ่มขึ้น กพท.จะเป็นผู้ออกประกาศห้ามออกมาอีกครั้งหนึ่งหลังจากนี้ หากทอท.มีประเด็นเรื่องความเสี่ยงอะไรเกี่ยวกับการบินก็ให้ส่งหนังสือตรงมาถึง กพท. เพื่อพิจารณา