จับตา“ผบ.แป๊ะ”จัดทัพนายพล เคาะเก้าอี้“ผบช.”กำลังหลัก


   

                        ช่วงบ่ายวันที่ 29 ส.ค. จับตาไปที่ “กรมปทุมวัน” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นั่งหัวโต๊ะเป็นประธานประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ครั้งที่ 8/2562 หนึ่งในวาระสำคัญคือการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับผู้บังคับการถึงจเรตำรวจ และรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ “ผบก.-จชต. รอง ผบ.ตร.” วาระปี 2562 หรือวาระ “นายพล” ที่ตามกฎ ก.ตร. ต้องแต่งตั้งให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 31 ส.ค.

        เช็กรายชื่อระดับ “นายพล” พบว่ามีตำแหน่งว่างจำนวน 178 ตำแหน่ง จาการเกษียณอายุราชการและเลื่อนเป็นที่ปรึกษาพิเศษ ตร. และผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ตร. ทำให้การแต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้มีทั้งตำแหน่งที่เลื่อนสูงขึ้นและโยกย้ายในระนาบเดียวกันกว่า 300 ตำแหน่ง โดยเฉพาะตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เกษียณอายุราชการถึง 3 คน คือ “บิ๊กอวบ” พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน, “บิ๊กปู” พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล, “บิ๊กจุก” พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม ระดับผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) ว่าง 6 ตำแหน่ง ที่ พล.ต.ท.นเรศ นันทโชติ, พล.ต.ท.ทวิชชาติ พละศักดิ์ รอง จตช. และ พล.ต.ท.พรหมธร ภาคอัติ ผู้ช่วย ผบ.ตร. เลื่อนเป็นที่ปรึกษาพิเศษ และแต่งตั้งทดแทนผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งเลื่อนเป็น รอง ผบ.ตร.

        ระดับผู้บัญชาการ “ผบช.” ว่าง 18 ตำแหน่ง ซึ่งมีตำแหน่งสำคัญๆ หลายๆ ตำแหน่ง ทั้งเก้าอี้ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ที่ พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น.เกษียณอายุราชการ นอกจากนี้ยังมี พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง ผบช.ภ.2, พล.ต.ท.สุธีร์ เณรกัณฐี ผบช.ภ.6, พล.ต.ท.ธีรพล คุปตานนท์ ผบช.ทท., พล.ต.ท.พนมพร อิทธิประเสริฐ ผบช.สพฐ.ตร., พล.ต.ท.สมบัติ มิลินจินดา จตช. และว่างอีก 6 ตำแหน่ง จากการแต่งตั้งทดแทนผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งที่สูงขึ้นเป็น ผช.ผบ.ตร. นอกจากนี้ตำแหน่ง รอง ผบช.ว่าง 52 ตำแหน่ง และ ผบก.ว่างอีก 99 ตำแหน่ง ซึ่งการแต่งตั้งครั้งนี้ยังใช้เกณฑ์การแต่งตั้งเดิม ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 31 ก.ค.61 เรื่องหลักเกณฑ์การแต่งตั้งและโยกย้ายข้าราชการตำรวจตามหลักอาวุโส 33 เปอร์เซ็นต์

        โฟกัสไปที่ตำแหน่งที่สำคัญ “รอง ผบ.ตร.” ว่าง 3 เก้าอี้ “บิ๊กอวบ” พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ดูแลงานด้านป้องกันและปราบปราม “บิ๊กปู” พล.ต.อ.ศรีวราห์ ดูแลงานด้านความมั่นคง และ “บิ๊กจุก” พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ ดูแลงานด้านกฎหมาย ซึ่งล้วนแต่เป็นตำแหน่งที่สำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร ดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและความมั่นคงของชาติ และเป็น “แคนดิเดต” ถึงผู้นำเบอร์หนึ่งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หันไปดูรายชื่อผู้ช่วย ผบ.ตร. 10 นาย

        “แคนดิเดต” รอง ผบ.ตร. ฟอลโล่ไปที่ พล.ต.ท.ศักดา ชื่นภักดี นรต.36 เพื่อนร่วมรุ่น พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. อดีตหัวหน้าสำนักงาน พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร.น้องชาย “ลุงป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ  ที่ชวดขึ้นเป็น รอง ผบ.ตร.เมื่อปีที่แล้ว เคยดำรงตำแหน่งสำคัญๆ มาแล้วหลายตำแหน่ง รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (รอง ผบช.สตม.) จเรตำรวจ ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) ก่อนขึ้นเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร.

        พล.ต.ท.มนู เมฆหมอก นรต.38 อดีตนายเวร พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ อดีต ผบ.ตร. นายตำรวจมากฝีมือที่เคยโชว์ฝีมือมาหลายหน่วย ตั้งแต่เป็นนายเวร (สบ.5) ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, รองผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว (รอง ผบก.ทท.) ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบก.สตม.), รองผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ (รอง ผบช.สพฐ.ตร.) รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 (รอง ผบช.ภ.7), ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) ก่อนขึ้นเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร.

        อีกคนคือ พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข นรต.36 เพื่อนร่วมรุ่นและมือขวา “ผบ.แป๊ะ” ด้านสืบสวนสอบสวน ร่วมลงพื้นที่คลี่คลายคดีสำคัญๆ มาแล้วทั่วประเทศ ทั่งคดีระเบิดที่ศาลท้าวมหาพรหม แยกราชประสงค์ และคดีลอบวางระเบิดทั่วกรุงเทพฯ เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา และยังมีสายสัมพันธ์แนบแน่น พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. เป็นตำรวจอีกนายที่มีโปร์ไฟล์ไม่ธรรมดา เคยนั่งเก้าอี้รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) ขึ้นเป็นผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (ผบช.ภ.1) สไลด์เป็นผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล (ผบช.ส.) ก่อนขึ้นเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร. แต่ที่มองข้ามไม่ได้ คือ พล.ต.ท.วิสนุ ปราสาททองโอสถ และ พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย โฆษก ตร. นรต.38 อาจเป็นตัวสอดแทรก

        โดยเฉพาะตำแหน่ง “ผู้บัญชาการ” เป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนองค์กรตำรวจ ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง “บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ เกษียณปี 63 นั่งเก้าอี้ “พิทักษ์ 1” อีก 1 ปี  คนที่จะมาทำงานด้วยต้องเชื่อมือไว้ใจได้ คุยกันรู้เรื่อง โดยเฉพาะ “ผู้บัญชาการเมืองหลวง” ที่ พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น เพื่อนร่วมรุ่น ผบ.ตร.เกษียนอายุราชการ แคนดิเดตเก้าอี้ “น.1” มีหลายชื่อส่งเข้าชิง ที่เริ่มเห็นเค้าลางกันบ้างทั้ง พล.ต.ต.สมชาย พัชรอินโต ผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยตำรวจ เพื่อนร่วมรุ่น นรต.36 กับ ผบ.ตร. พล.ต.ต.ภัคพงษ์ พงษ์เภตรา รอง ผบช.น.นรต.38 ที่รับผิดชอบงานด้านความมั่งคงเคียงข้าง  พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพรามณกุล รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1 นรต.38 ที่คาดว่าได้แรงหนุนจาก ผบ.ตร.

        ส่วนเก้าอี้ภาคตะวันออกที่ พล.ต.ต.จิตติ รอดบางยาง เกษียณไป ยังมีชื่อ พล.ต.ท.อำพล ผบช.ภ.1 โยกไปคุมชายทะเล และโยก พล.ต.ท.ธนา ชูวงษ์ ผบช.ภ.7 นายตำรวจคนสนิท พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. มานั่งเก้าอี้ ผบช.ภ.1 แทน โซนภาคเหนือเก้าอี้ ผบช.ภ.5 มีชื่อ พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รอง ผบช.น.เข้าประกวด ส่วนตำแหน่ง ผบช.ภ.9 พื้นที่สำคัญ “ผบ.แป๊ะ” ยังไว้ใจให้เพื่อน นรต.36  พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ กำกับดูแลพื้นที่ชายแดนใต้ เช่นเดียวกันกับตำแหน่งผู้บัญชาการสอบสอบสวนกลาง “ผบช.ก.” ที่มีหน่วยงานสำคัญๆ ทั้ง บก.ป., บก.ปอท., บก.ปคม., บก.ปปป.  ตำรวจรวจทางหลวง ตำรวจน้ำ ตำรวจรถไฟ ยังไว้ใจฝีมือ พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง ให้เป็นหัวเรือต่อ ส่วน “ตำรวจป่า” พล.ต.ท.วิชิต ปักษา ผบช.ตชด.ยังอยู่ที่เดิม เช่นเดียวกันกับ พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.ยังคงอยู่ตำแหน่งเดิม

        การแต่งตั้งครั้งนี้ “ผบ.แป๊ะ” มีอำนาจเต็มในการจัดโผ สแกนเองทั้งกระดาน ไม่เหมือนที่ผ่านมาถูกแทรกแซง สอดไส้เละไม่เป็นท่า ที่ต้องจับตามองคือระดับ “ผบช.” เก้าอี้หลักๆ ทั้ง บช.น., บช.ภ.1, 2, 7, 5 ที่ต้องมีมือทำงานให้เป็นรูปธรรมสนองนโยบายรัฐช่วยยึดขาเก้าอี้ “ผบ.ตร.” ให้มั่นคงจนเกษียณ คัดสรรคนให้ “ถูกฝาถูกตัว” สร้างความชอบธรรมเพื่อเป็นบันทัดฐาน ตามที่ “นายกฯ ลุงตู่”  กำชับการแต่งตั้งต้องไร้ข้อครหา ห้ามไม่ให้มีการซื้อขายเก้าอี้อย่างเด็ดขาด. 


ขออาลัย.......... ต่อการสิ้นอายุขัยของ "นายชัย ชิดชอบ" อดีตประธานรัฐสภา ที่บ้านจังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อวาน (๒๔ ม.ค.๖๓) ด้วยวัย ๙๒ ปี และขอแสดงความเสียใจกับ "ตระกูลชิดชอบ" ที่ต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักเคารพและเป็นหลักชัยของตระกูลครั้งนี้ด้วย

ทำไมต้อง "กดบัตรแทนกัน"?
แรงจูงใจของอาชญากร
ที่ไม่ได้วินิจฉัย 'ใช่ว่าไม่ผิด'
'ศิษย์หนุ่มกับอาจารย์ทารก'
๒๑ มกรา 'มีใครจะลาบวช?'
ดิ้นกันไปเมื่อรู้ว่า 'ใกล้เมรุ'