ครม.เศรษฐกิจจ่อเคาะ แพ็กเกจกระตุ้นล็อต2


   


    “กอบศักดิ์” แพลม ครม.เศรษฐกิจเตรียมคลอดมาตรการกระตุ้นมหภาคอีกล็อต มีทั้งผ่านบีโอไอและพาณิชย์ “บิ๊กตู่” วอนคนมีตังค์อย่าสวมรอยบัตรคนจนเลย คลังฝัน "ชิมช้อปใช้” ดันจีพีดีเพิ่ม 0.1-0.2%
    เมื่อวันพุธ นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขานุการในคณะกรรมการรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) เปิดเผยในงาน “Thailand Focus 2019” ตอนหนึ่งว่า ในการประชุม ครม.เศรษฐกิจวันศุกร์ที่  30 ส.ค. จะพิจารณามาตรการกระตุ้นลงทุนผ่านสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) และมาตรการกระตุ้นการส่งออกของกระทรวงพาณิชย์ พร้อมกันนี้เตรียมเสนอมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวและเร่งรัดการลงทุนภาครัฐให้ ครม.เศรษฐกิจพิจารณาด้วย
    “รัฐบาลเดินหน้าเรียกความเชื่อมั่นด้วยการอนุมัติโครงการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานต่างๆ ครอบคลุมตั้งแต่ถนน สนามบิน ท่าเรือ รถไฟความเร็วสูง รถไฟฟ้า พร้อมกับการเดินหน้าปฏิรูปกฎระเบียบต่างๆ ลดความซ้ำซ้อนภายใต้เกณฑ์พื้นฐาน 3 ข้อ ความชอบธรรมทางกฎหมาย ความจำเป็นสอดคล้องเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันและความเป็นมิตรกับธุรกิจ” นายกอบศักดิ์กล่าว
    ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงมาตรการประกันราคาข้าวว่า แตกต่างจากจำนำข้าว ซึ่งจะใช้เงินไม่มากตามที่ประมาณการไว้ เพราะราคาข้าวถูก แต่เราก็ต้องเตรียมไว้เพื่อไม่ให้เกิดภาระผูกพัน ซึ่งมาตรการเหล่านี้ไม่ใช่มาตรการที่ยั่งยืน โดยวางไว้ 1 ปี บางอย่างแค่ 2 เดือน เฉพาะในช่วงที่เกิดปัญหา และปีหน้าก็ต้องดูกันใหม่ โดยรัฐบาลต้องหาวิธีการที่เหมาะสม ยืนยันว่าจะไม่ทำอะไรให้เสียหาย และจะระมัดระวังอย่างที่สุด ซึ่งถือเป็นหลักการสำคัญใน 5 ปีที่ผ่านมา และต่อไปก็จะทำแบบเดิมอีก ส่วนจะมีการทุจริตในส่วนไหนหรือไม่ ก็ต้องไปดูกัน ซึ่งวันนี้ได้สั่งการหน่วยงานไปแล้วในการจ่ายเงินให้กับเกษตรกรต้องจ่ายตรงเข้าบัญชีไปเลย ไม่เช่นนั้นจะเป็นโอกาสที่คนจะใช้ประโยชน์ ขณะเดียวกันเกษตรกรก็ต้องมีการขึ้นทะเบียนไว้ ตรงนี้ต้องขอร้อง และต้องค่อยๆ ปลดล็อกไป 
    พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงข้อเรียกร้องให้เปิดลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพิ่มเติมว่า กำลังตรวจสอบ ซึ่งที่ผ่านมาเปิดสองครั้ง โดยครั้งที่ 2 ได้มีการปลดล็อกบางอย่างให้คนเข้ามาได้มากขึ้น สิ่งสำคัญคือความซื่อสัตย์สุจริต ใครที่รู้ตัวว่ามีเงิน มีที่ดินและมีบ้านอย่าเข้ามาเลย เพราะจะทำให้คนอื่นเสียโอกาส ต้องมีจิตสำนึก เพราะรัฐบาลใช้เงินต้องดูจากการจัดระเบียบ
    เมื่อถามว่าบางคนมีที่ดิน มีบ้าน แต่ไม่มีรายได้ จึงอยากมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ต้องมีการตรวจสอบ ซึ่งบางคนไม่มีบัญชีธนาคาร แต่มีบ้านหลังใหญ่
    ขณะที่ น.ส.สุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวว่า ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 14.6 ล้านราย สามารถมาลงทะเบียนเพื่อรับเงิน 1,000 บาท ตามมาตรการชิมช้อปใช้ได้ด้วย เพราะไม่มีการจำกัดสิทธิ์ประชาชน โดยเปิดกว้างให้ประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป รวมทั้งไม่ได้มีการห้าม หรือจำกัดไม่ให้นำเงิน 1,000 บาท ที่รัฐบาลจะจ่ายผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง (จี-วอลเลต) นำไปซื้อสินค้าประเภทสุรา เบียร์ บุหรี่ โดยห้ามไม่ให้นำไปเติมน้ำมันตามสถานีบริการน้ำมันเท่านั้น
    “ไม่ได้ห้ามว่าไม่ให้นำเงินที่รัฐแจกให้ 1,000 บาทไปใช้ซื้อสุรา เบียร์ บุหรี่ ตรงนี้ถือเป็นสิทธิของผู้ถือเงิน คงไปห้ามไม่ได้ แต่ถ้าพิจารณาตามหลักการแล้วก็ไม่ควร นอกจากนี้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐถ้ามีอายุ 18 ปี ก็ลงทะเบียนได้ ซึ่งจะทำให้ผู้มีรายได้น้อยได้รับเงินจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิมรายละ 200-300 บาทต่อเดือน และได้รับเพิ่มเติมจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอีกเดือนละ 500 บาท จำนวน 2 เดือน และได้รับจากมาตรการชิมช้อปใช้อีก 1,000 บาทด้วย” น.ส.สุทธิรัตน์กล่าว
    อธิบดีกรมบัญชีกลางยังกล่าวอีกว่า กรมได้เริ่มเปิดรับสมัครผู้ประกอบการร้านค้าที่สนใจเข้าร่วมมาตรการชิมช้อปใช้ โดยตั้งเป้าหมายว่าจะมีร้านค้าทั้งที่อยู่ในส่วนร้านธงฟ้าประชารัฐ ซึ่งเป็นฐานข้อมูลเดิม และร้านค้ารายใหม่ที่สนใจสมัครเข้าร่วมมาตรการทั้งสิ้น 1.3 แสนร้านค้า ซึ่งคาดว่าจะเพียงพอรองรับการใช้งานจากประชาชน 10 ล้านราย ส่วนประชาชนที่สนใจลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิมาตรการชิมช้อปใช้ รับเงินเป๋าตัง 10 ล้านคนนั้น ลงทะเบียนได้ทาง w ww.ชิมช้อปใช้.com ตั้งแต่วันที่ 23 ก.ย.-15 พ.ย.2562 (วัน/รอบละ 1 ล้านคน) 
    ทั้งนี้ เมื่อลงทะเบียนสำเร็จระบบจะยืนยันให้ทราบทันทีว่าลงทะเบียนสำเร็จ และจะแจ้งทางอีเมลให้ทราบอีกครั้ง ส่วนกรณีไม่สำเร็จ (กรณีรายที่เกิน 1 ล้าน) ระบบจะแจ้งให้ทราบว่าเต็มจำนวนสำหรับรอบวันนั้นแล้ว) และสามารถลงทะเบียนได้อีกครั้งในรอบถัดไป หลังจากนั้นข้อมูลจะถูกส่งไปตรวจสอบความถูกต้องกับกรมการปกครอง และภายใน 3 วัน ธนาคารกรุงไทยจะส่งเอสเอ็มเอสไปยังหมายเลขโทรศัพท์ที่แจ้งไว้  หากถูกต้อง จะแจ้งให้ทราบว่าได้รับสิทธิ พร้อมแจ้งรายละเอียด จังหวัด และระยะเวลา วันที่สามารถไปใช้สิทธิให้ทราบ (ภายใน 14 วัน หลังจากได้รับเอสเอ็มเอส) หากไม่ถูกต้อง จะแจ้งให้ทราบกรณีที่ผิดพลาด ซึ่งสามารถลงทะเบียนใหม่ในรอบถัดไปได้ และดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเป๋าตัง เมื่อได้รับเอสเอ็มเอสยืนยันการได้รับสิทธิตามขั้นตอน โดยจะมีระบบให้ยืนยันตัวตน หลังจากนั้นจะแจ้งวงเงิน 1,000 บาทในเป๋าตัง ช่องที่ 1 และเริ่มใช้งาน และจะมีเป๋าตังช่อง 2 เพื่อให้เติมเงินและนำไปใช้จ่าย และได้รับเงินชดเชย (แคชแบ็ก) 15% ของจำนวนเงินที่ใช้จ่าย แต่ไม่เกิน 4,500 บาท จากวงเงินการใช้จ่ายไม่เกิน 3 หมื่นบาท
    นายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน ในฐานะโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า จากการประเมินว่ามาตรการชิมช้อปใช้ วงเงิน 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจนั้น จะมีส่วนช่วยสนับสนุนให้เกิดการบริโภคภายในประเทศเพิ่มขึ้น และมีส่วนช่วยกระตุ้นให้ตัวเลขเศรษฐกิจ (จีดีพี) ขยายตัวเพิ่มขึ้น 0.1-0.2% โดยเศรษฐกิจไทยในเดือน ก.ค.2562 พบว่าเริ่มมีสัญญาณปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้า สะท้อนจากปัจจัยสนับสนุนด้านอุปสงค์จากการส่งออกกลับมาขยายตัวได้ในรอบ 5 เดือน โดยขยายตัวที่ 4.3% ต่อปี 
    “การลงทุนภาคเอกชนก็ปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้า จากปริมาณการนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคขยายตัว 17.5% ต่อปี ปริมาณจำหน่ายรถยนต์นั่งกลับมาขยายตัว 0.8% ต่อปี และปริมาณรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ขยายตัว 11.5% ต่อปี ส่วนยอดภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ราคาคงที่ ขยายตัวติดลบ 9.1% ต่อปี เนื่องจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปรับตัวลงอยู่ที่ระดับ 62.2 เนื่องจากผู้บริโภคมีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ภัยแล้ง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในภูมิภาค และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและสงครามการค้า” นายพรชัยกล่าว
    นายพรชัยกล่าวอีกว่า ภาคการท่องเที่ยวยังขยายตัวได้ สะท้อนจากนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่เดินทางเข้าประเทศไทยในเดือน ก.ค.2562 ขยายตัว 4.7% ต่อปี คิดเป็น 3.33 ล้านคน เนื่องจากนักท่องเที่ยวจีนกลับมาขยายตัวได้ในรอบ 5 เดือน โดยขยายตัวที่ 5.8% ต่อปี ขณะที่นักท่องเที่ยวประเทศอื่นยังคงขยายตัวได้ดี อาทิ อินเดีย ลาว และมาเลเซีย เป็นต้น ส่วนรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ อยู่ที่ 1.67 แสนล้านบาท ขยายตัว 3.1% ต่อปี.