กั๊กแจงถวายสัตย์ฯ ลุงตู่คิวแน่นทั้งสัปดาห์/ฝ่ายค้านเสียงแตกถกลับ


   


    เปิดคิวงานนายกฯ แน่นเอี้ยดทั้งสัปดาห์หน้า ยังไม่แจ้งภารกิจไปตอบสภาปมถวายสัตย์ฯ โฆษกรัฐบาลวอนอย่ากดดัน ขอนายกฯ พิจารณาเอง "วิษณุ” ระบุเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ควรประชุมลับอยู่แล้ว แต่ไม่จำเป็นต้องใช้ตลอดการอภิปราย "ชวน" ชี้ทำได้ตาม รธน.และข้อบังคับ ประธานวิปฝ่ายค้านไม่ขัดข้องถกลับ อ้อนขอเวลา 3 วัน เหตุผู้ขออภิปรายมีมาก แต่ "ปิยบุตร" อ้างไม่กระทบความมั่นคงไม่อ่อนไหว ฝ่ายค้านเคาะวันซักฟอก 6 ก.ย.นี้ "เรืองไกร" ไปไกลยื่นศาล รธน.วินิจฉัย "ประยุทธ์" ล้มล้างการปกครอง  
    เมื่อวันศุกร์ มีรายงานจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า ในสัปดาห์หน้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม มีภารกิจแน่นตลอดสัปดาห์ โดยวันจันทร์ที่ 2 ก.ย. เวลา 15.00 น. นายกฯจะเข้าร่วมและกล่าวปาฐกถาพิเศษในงานสัมมนา "Thailand - Korea Business Forum" ที่ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล วันที่ 4 ก.ย. เวลา 09.30 น. คณะรัฐมนตรีพลังงานอาเซียนและเลขาธิการอาเซียนเข้าเยี่ยมคารวะนายกฯ โรงแรมดิ แอทธินี เวลา 10.00 น. นายกฯ เป็นประธานเปิดการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านพลังงาน ครั้งที่ 37 และการประชุมอื่นที่เกี่ยวข้อง ที่โรงแรมดิแอทธินี 
    วันที่ 5 ก.ย. เวลา 09.00 น. นายกฯ เป็นประธานในพิธีเปิดงานสัมมนา ASEAN MSMEs in the Digital Era: Challenges and Opportunities ที่โรงแรม Bangkok Marriot Marquis Queen’s Park และเวลา 13.30 น. เป็นประธานให้ข้อคิดเห็นในการแถลงผลการศึกษาเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ ส่วนวันศุกร์ที่ 6 ก.ย. เวลา 09.00 น. รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนเข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรี ที่โรงแรมแชงกรี-ลา และเวลา 09.30 น. นายกฯ เป็นประธานและกล่าวสุนทรพจน์ในพิธีเปิดการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน ครั้งที่ 51 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง โรงแรมแชงกรี-ลา 
    ส่วนอีกสัปดาห์ ในวันที่ 12 ก.ย. นายกฯ มีกำหนดการเป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคคนวัยทำงานในสถานประกอบการฯ ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น และในวันที่ 13 ก.ย. นายกฯมีกำหนดเดินทางไปเป็นประธานการจัดงานเทศกาลท่องเที่ยวสมุย “Samui Festival” ที่เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี และติดตามงานด้านการอาชีวศึกษา 
    ทั้งนี้ ยังไม่มีการแจ้งภารกิจว่านายกฯ จะเดินทางไปประชุมสภาที่ฝ่ายค้านขอเปิดอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติตามมาตรา 152 แต่อย่างใด
    ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ปฏิเสธให้สัมภาษณ์ ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการระดับชาติเพื่อเตรียมการจัดประชุมสุดยอดอาเซียนและการประชุมที่เกี่ยวข้อง โดยบอกให้ไปถามโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 
    ด้านนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงฝ่ายค้านยื่นอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติกรณีถวายสัตย์ปฏิญาณ นายกฯ จะไปตอบในสภาเองหรือไม่ ว่านายกฯ ยังไม่ได้ตอบ ท่านบอกว่าขอพิจารณาเอง อย่าเพิ่งไปกดดันท่านเลย ใจเย็นๆ ในเรื่องของวันที่จะไปชี้แจง ก็ยังไม่ได้มีการพูดถึง เพราะตามที่ตนได้หารือกับนายกฯ จะไม่มีเรื่องการเมืองเลย มีแต่เรื่องงาน เมื่อวันที่ 29 ส.ค. นายกฯ ก็สั่งให้หาข้อมูลคนยากจน ตนไม่ทราบเช่นเดียวกันว่านายกฯ ได้เห็นมติของฝ่ายค้านแล้วหรือไม่ และไม่ได้รับแจ้งอย่างเป็นทางการว่าญัตติส่งถึงรัฐบาลแล้วหรือไม่ ตนตอบไม่ได้ว่ามีแนวโน้มที่นายกฯ จะไปตอบเองหรือไม่ ให้ท่านพิจารณาเอง 
"วิษณุ"ชี้ควรประชุมลับ
    นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความเป็นไปได้ที่จะขอเปิดประชุมลับในการอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 152 ประเด็นการถวายสัตย์ฯ ว่า มีคนถามตนก็ตอบไปว่าตามข้อบังคับประชุมสภา ซึ่งขณะนี้ใช้ข้อบังคับการประชุมสภาเก่าอยู่ กรณีเช่นนี้สามารถขอให้ประชุมลับได้ ถ้าหากเห็นว่าเป็นเรื่องที่ไม่สมควรที่จะเปิดเผยออกไป โดยการขอให้เปิดประชุมลับนั้น คณะรัฐมนตรี (ครม.) หรือ ส.ส.อาจเป็นผู้ขอให้ประชุมลับ ซึ่งอาจจะเป็นการขอให้ลับตั้งแต่ต้นจนจบ หรือหากประชุมกันไปและถึงจุดหนึ่งแล้วขอให้ประชุมลับก็ได้
    รองนายกฯ กล่าวว่า อย่างกรณีการตรวจสอบคุณสมบัติจะเปิดอภิปรายด้วยการประชุมปกติก่อน แต่พอลงลึกถึงเรื่องที่คนนั้นไม่ดีอย่างไร ซึ่งไม่ควรพูดถ่ายทอดออกมาให้ยินกันทั่วประเทศ ก็เริ่มเข้าสู่การประชุมลับ และคนที่ไม่เกี่ยวข้องต้องออกไป ใครที่จะไปเสนอข่าวก็ไม่ได้ เพราะฉะนั้นการเปิดอภิปรายตามมาตรา 152 หากจะไปเริ่มต้นให้ประชุมลับเลยจะดูเร็วเกินไปตีตนไปก่อนไข้ เพราะไม่รู้เขาจะถามอะไร และยังไม่รู้เราจะตอบอะไร ดังนั้นเมื่อไปถึงจุดหนึ่งอาจจะรู้ แล้ว ครม.อาจจะขอหรือ ส.ส.จะขอประชุมลับก็ได้ระหว่างการประชุม ส่วนนายกฯ จะไปตอบเองหรือไม่ ให้รอดูอยู่ที่ท่าน แต่ถึงอย่างไร ครม.ต้องไป เพราะเห็นญัตติแล้ว 
    "อะไรที่เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์นั้น ควรต้องประชุมลับอยู่แล้ว จึงต้องอยู่ที่ว่าเขาจะกล่าวถึงรัฐบาลหรือกล่าวถึงพระมหากษัตริย์ และที่ผ่านมาที่มีคนออกมาเปิดเผยข้อมูลในการประชุมลับก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่ผู้นั้นต้องรับผิดชอบ" นายวิษณุกล่าว
       เมื่อถามว่า ขณะนี้มีการกำหนดวันแล้วหรือยัง นายวิษณุกล่าวว่า ยัง เห็นฝ่ายค้านเป็นผู้เสนอวันที่ 6 ก.ย. ซึ่งไม่มีปัญหาอะไร ขณะที่ประธานสภาฯ ระบุไม่อยากให้ไปรบกวนวันประชุมสภาปกติ  ซึ่งวันที่ 2 ก.ย. วิป 3 ฝ่ายจะประชุมกัน เรื่องเช่นนี้ตบมือข้างเดียวไม่ได้ ต้องเป็นความสะดวกของสภาและของรัฐบาลที่จะดูด้วยกัน โดยประธานสภาฯ จะเป็นผู้คุมเกมอยู่แล้ว และยังไม่สามารถระบุได้ว่ากี่วันถึงจะเหมาะ เพราะยังไม่รู้จะพูดเรื่องอะไร จึงแปลกที่มาพูดเรื่องวันกันแล้ว ขนาดคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยยังออกมาพูดว่า ถ้าพูดเนื้อหาเน้นๆ แค่ครึ่งวันก็พอแล้ว
    นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า อย่าไปตื่นเต้น การขอเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติเป็นการใช้สิทธิ์ตรวจสอบของฝ่ายค้าน จึงไม่รู้สึกตื่นเต้น และไม่ใช่เรื่องใหญ่เพราะเคยเป็นฝ่ายค้านมาก่อนเข้าใจดี และคนที่เป็นส.ส.จะรู้สึกว่าเป็นเรื่องปกติ ส่วนรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งต้องพร้อมชี้แจงและเปิดให้มีการตรวจสอบ  ส่วนจะเข้าข่ายที่จะเสนอให้ประชุมลับหรือไม่ เป็นดุลยพินิจของฝ่ายค้าน และต้องคำนึงถึงความรู้สึกของประชาชนที่จะรับฟังด้วย ส่วนตัวไม่ขัดข้องถ้าจะเสนอขอให้มีการประชุมลับ และที่ผ่านมาประเทศไทยไม่มีความลับ ไม่มีใครปิดฟ้าด้วยฝ่ามือได้ เพราะนักข่าวเก่ง ใช้นักการเมืองได้อยู่แล้ว
ฝ่ายค้านขอเวลา 3 วัน
    นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ความคืบหน้าในการอภิปรายทั่วไปฯ ว่า ต้องรอรัฐบาลหารือเรื่องนี้ในที่ประชุม ครม.และตอบกลับมาก่อน และหากจะมีการเสนอให้มีการประชุมลับ ก็สามารถทำได้ตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับการประชุม โดย ส.ส.หรือรัฐบาลก็มีสิทธิ์ที่จะเสนอให้มีการประชุมลับได้ ทั้งนี้ ขอย้ำว่าเรื่องของการอภิปรายทั่วไปเป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 และตนไม่บังอาจไปเตือนใคร เพราะทุกคนมีหน้าที่ แต่เมื่อมีสื่อมาถามตนก็บอกไปว่าเชื่อว่านายกรัฐมนตรีอยากจะมาชี้แจง และตราบใดที่ยังมีญัตติอยู่ฝ่ายสภาก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากบรรจุเข้าระเบียบวาระ
    ด้านนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวว่า ถ้ารัฐบาลจะขอเป็นการประชุมลับ ก็ต้องเอาเหตุผลมาชี้แจงว่ามีความจำเป็นอะไร ถ้าไม่มีเหตุผลที่สมควรเราก็ไม่อยากจะประชุมลับ เพราะเสียดายโอกาสที่ประชาชนจะได้ติดตามรับรู้รับทราบ แต่ถ้ามีเหตุผลที่มีน้ำหนักเราก็ไม่ขัดข้อง ยินดีให้ความร่วมมือ หวังว่ารัฐบาลคงไม่ฉวยโอกาสอ้างเหตุผลเพื่อปกปิดข้อเท็จจริงไม่ให้ประชาชนรับรู้ นอกจากเรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณแล้ว ยังมีเรื่องการแถลงนโยบายที่ไม่แสดงแห่งที่มาของงบประมาณ และเรื่องอื่นๆ ที่คิดว่าเราจะถามและแนะนำให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชน เช่น เรื่องเศรษฐกิจปากท้อง เหล่านี้ไม่ควรประชุมลับอย่างยิ่ง
     เมื่อถามถึงการเตรียมตัวอภิปราย ฝ่ายค้านได้วางตัวบุคคลไว้อย่างไรบ้าง นายสุทินกล่าวว่า ฝ่ายค้านเตรียมตัวมานานแล้ว โดยจำแนกเนื้อหาสาระ ข้อคำถาม และข้อเสนอแนะออกเป็นด้านๆ ส่วนตัวผู้อภิปรายได้วางตัวคร่าวๆ ไว้แล้ว อาทิ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์, น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ, นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว, นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา, พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส และตน พร้อมด้วยผู้มีประสบการณ์ของพรรคอีกจำนวนหนึ่ง เหลือเพียงการกำหนดกรอบเวลาที่ประธานสภาฯ จะแจ้งให้ทราบชัดเจนเมื่อไหร่จะเดินหน้าได้ทันที
    “กรอบเวลาอภิปรายอย่างน้อยควรมี 2 วัน เนื่องจากขอบข่ายเนื้อหาคำถามและข้อเสนอแนะที่ฝ่ายค้านเตรียมไว้ไม่ได้มีเฉพาะที่ปรากฏอยู่ในญัตติเท่านั้นยังมีเนื้อหาสาระอีกจำนวนมาก โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ ถ้ารัฐบาลจะให้เวลาเพียงแค่ 1 วัน เชื่อว่าไม่เพียงพอ ส่วนตัวอย่างฝากถึงรัฐบาลว่าจะ 2 หรือ 3วัน ก็ให้เวลามาเถอะ จะไปกลัวอะไร ทุกฝ่ายมีปากมีสมองเหมือนกันในการใช้เวทีสภาแก้ปัญหาให้กับประเทศ" นายสุทินกล่าว
     น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เป็นสิทธิ์ที่ฝ่ายรัฐบาลสามารถร้องขอต่อสภาประชุมลับได้ แต่ประธานจะอนุญาตหรือไม่นั้นย่อมขึ้นอยู่กับเหตุผลความจำเป็นและมติของสภา แต่เชื่อว่ารัฐบาลไม่น่าจะร้องขอให้ประชุมลับ เพราะไม่น่าจะมีข้อมูลใดที่รัฐบาลเปิดเผยต่อสาธารณชนไม่ได้ ที่สำคัญก็คือมีเรื่องเกี่ยวข้องและอาจเข้าข่ายละเมิดสิทธิของประชาชนอยู่หลายประเด็น หากร้องขอให้ประชุมลับ ย่อมทำให้รัฐบาลเสียโอกาสชี้แจงข้อเท็จจริงต่างๆ กับประชาชน ซึ่งจะส่งผลเสียโดยตรงกับรัฐบาลเอง และทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่นมากขึ้นไปอีก ดังนั้นการใช้พวกมากลากไปเพื่อหวังช่วยนายกฯ จากการอภิปรายครั้งนี้จึงไม่น่าจะเกิดขึ้น เพราะเชื่อว่ารัฐบาลน่าจะใช้เวทีนี้ในการชี้แจงเหตุผลข้อเท็จจริง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน 
"ปิยบุตร"อ้างไม่กระทบมั่นคง
    นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า อยากฝากผู้เกี่ยวข้องพิจารณาให้รอบคอบ  ประเด็นการถวายสัตย์ฯ ของ ครม.อยู่ในความสนใจของมหาชน เห็นได้จากการสำรวจความเห็นประชาชนทั่วประเทศจากสวนดุสิตโพล พบว่าประชาชนถึงร้อยละ 77.20 เห็นว่าญัตติของฝ่ายค้านมีเหตุผลเพียงพอ ในการขอเปิดอภิปราย, ร้อยละ 66.72 เห็นด้วยที่ฝ่ายค้านยื่นญัตติซักฟอก พล.อ.ประยุทธ์ ประเด็นถวายสัตย์ฯ ไม่ครบถ้วน หากดำเนินการปิดหูปิดตาประชาชน จะยิ่งเพิ่มความไม่สบายใจของประชาชน ไม่ต้องเกรงว่าฝ่ายค้านจะอภิปรายเกินเลย เพราะการยื่นญัตติครั้งนี้วัตถุประสงค์หลักคือการปกป้อง รักษาสถาบัน และกฎหมายรัฐธรรมนูญในหมวดพระมหากษัตริย์ไว้ให้มั่นคง 
     นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านเห็นควรหากกำหนดให้มีการอภิปรายในวันศุกร์ที่ 6 กันยายน เป็นวันที่เหมาะสม ไม่กระทบการประชุมสภาของ ส.ส.และในการอภิปรายหากยังมีเนื้อหาที่เป็นสาระยังไม่ได้อภิปราย สามารถขยายเวลาออกไปได้ ไม่น่าจะมากำหนดว่าจะต้องอภิปรายกี่วัน เพราะญัตติดังกล่าวเป็นญัตติที่ประชาชนให้ความสนใจว่า พล.อ.ประยุทธ์ และ ครม.ทำถูกต้องหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ควรให้ความสำคัญกับและควรมาตอบคำถามในสภา
    นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า ในอดีตที่ผ่านมาการประชุมลับเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้งในประเด็นเรื่องความมั่นคงหรือสถานการณ์ที่อ่อนไหว ซึ่งหากจะมีใครขอให้ประชุมลับ ก็ต้องแสดงเหตุผลว่าเรื่องไหนเป็นประเด็นอ่อนไหว หรือเป็นเรื่องความมั่นคง จากที่ตรวจสอบเนื้อหาที่เตรียมอภิปรายแล้ว ก็ไม่ได้มีเรื่องความมั่นคงหรือความอ่อนไหวแต่อย่างใด ประเด็นมีเพียงอย่างเดียวคือ พล.อ.ประยุทธ์ถวายสัตย์ฯ ครบหรือไม่ หรือแจ้งที่มารายได้ครบหรือไม่ ส่วนจะอภิปรายกี่วัน ต้องดูด้วยว่าผู้อภิปรายมีจำนวนเท่าไร หากจะเปิดแล้วเวลา 1 วัน ก็อาจจะไม่พอ การขยายไปเป็น 2 วันก็ไม่ได้เสียหายอะไร คาดว่าจะเริ่มอภิปรายในวันศุกร์ที่ 6 ก.ย. หากไม่จบก็สามารถต่อในวันที่ 7 ได้
    ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ  ยื่นหนังสือถึงศาลรัฐธรรมนูญ ขอให้วินิจฉัยว่าการที่นายกฯ ถวายสัตย์ฯ ไม่เป็นไปตามมาตรา 161 ของรัฐธรรมนูญ และการแถลงนโยบายของ ครม.ที่ไม่เป็นไปตามมาตรา 162 เข้าข่ายเป็นการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือไม่ โดยนายเรืองไกรกล่าวว่า การที่ผู้ตรวจการแผ่นดินได้ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญกรณีเห็นว่าการถวายสัตย์ฯ ของนายกฯ ไม่ครบถ้วน และที่นายกฯ ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ไม่ได้มีการระบุถึงแหล่งที่มาของรายได้ จึงเข้าข่ายเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญมาตรา 49 ประกอบมาตรา 3 วรรคสอง จึงขอให้ศาลรัฐธรรมนูญเพิกถอนการกระทำที่ไม่ถูกต้อง และสั่งให้นายกฯดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้อง
    นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานและโฆษกคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านและการมีส่วนร่วมของประชาชน กล่าวว่า จะจัดโครงการฝ่ายค้านเพื่อประชาชนสัญจร 4 ภาค รับฟังและสะท้อนปัญหาเศรษฐกิจปากท้องที่กระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน ทั้งเกษตรกร ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ผู้ได้รับผลกระทบจากปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ในวันเสาร์ 31 ส.ค. และวันอาทิตย์ 1 ก.ย. จะมีการเปิดเวทีสาธารณะรับฟังและสะท้อนมุมมองต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่จะเป็นเจ้าภาพร่วมกับพรรคเพื่อไทย พรรคอนาคตใหม่ พรรคเสรีรวมไทย พรรคประชาชาติ พรรคเศรษฐกิจใหม่ พรรคเพื่อชาติ พรรคพลังปวงชนไทย ณ ห้อง 1201 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตั้งแต่เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป จึงขอเชิญชวนเข้าร่วมเวทีสาธารณะ เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางที่จะนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยโดยพร้อมเพรียงกัน
"ไพบูลย์"หาพรรคใหม่ได้
     นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี กกต.มีมติให้พรรคประชาชนปฏิรูปสิ้นสภาพตามคำร้องของนายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตหัวหน้าพรรค ว่าที่ประชุม กกต.ได้พิจารณาข้อกฎหมายเพียงคำขอการสิ้นสภาพทางการเมืองประเด็นเดียว ส่วนเรื่องคะแนนของพรรคจะนำมารวมหรือไม่ ยังไม่ได้มีการพิจารณา โดยจะนับตั้งแต่วันที่มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา ผลของการสิ้นสภาพก็เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องเป็นไปตามมาตรา พ.ร.ป.พรรคการเมืองมาตรา 95 ที่บอกว่าหัวหน้าพรรคและผู้บริหารพรรคมีหน้าที่ต้องส่งบัญชีและงบแสดงสถานะทางการเงินให้กับ กกต.ภายใน 30 วัน เพื่อชำระบัญชีให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน และขยายเวลาได้อีก 180 วัน มีหน้าที่เฉพาะเรื่องนี้เท่านั้น ไม่สามารถดำเนินการทางการเมืองในนามพรรคได้อีกแล้ว เพราะพรรคได้สิ้นสภาพไปแล้ว
    เมื่อถามถึงการพิจารณาข้อกฎหมายเรื่องการไปสังกัดพรรคอื่น นายอิทธิพรกล่าวว่า ยังไม่มีการพิจารณา แต่มาตรา 95 (4) ของ พ.ร.ป.พรรคการเมืองที่ระบุว่าการสิ้นสภาพลักษณะนี้เหมือนเป็นการยุบพรรค เพื่อเป็นการคุ้มครองสมาชิกพรรคที่เป็น ส.ส.ให้หาพรรคการเมืองสมัครเป็นสมาชิกภายใน 60 วัน หากไม่มีพรรคสังกัดภายในเวลาดังกล่าว จะทำให้สถานะ ส.ส.สิ้นสุดลงด้วย ส่วนนายไพบูลย์ หากไปอยู่พรรคพลังประชารัฐ ยังจะขอไม่ตอบ เพราะเรื่องยังไม่เกิดขึ้น และยังไม่ผ่านความเห็นของคณะกรรมการ กกต.  เพราะเป็นเรื่องยาก และเป็นข้อกฎหมายเกี่ยวข้อง ต้องไปดูกฎหมายระบุเช่นไร อยากให้การให้ความเห็นชัดเจนและถูกต้องที่สุด 
    พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กล่าวถึงการป้องกันกรณีที่มีการสร้างข่าวปลอมเพื่อดิสเครดิตรัฐบาลและกองทัพว่า ตนเคยพูดเรื่องเฟกนิวส์หรือข่าวปลอมว่าเป็นหน้าที่ของรัฐบาล เพราะปัจจุบันเรื่องข่าวอยากให้ประชาชนใช้วิจารณญาณ เนื่องจากบางครั้งคนเราถูกปลุกฟังซ้ำแล้วซ้ำเล่าในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ก็ทำให้เกิดความเชื่อจากข่าวปลอม ตนไม่อยากจะใช้คำว่า “manipulate” แล้วก็มาเปลี่ยนพฤติกรรมทีละเล็กทีละน้อยจนทำให้เชื่อในข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง จนเชื่อว่าเป็นความจริง 
    “ภาพซ้ำๆ ที่ตัดต่อ ปัจจุบันสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ความสำคัญในเรื่องนี้ ขณะที่รัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ดำเนินการตั้งศูนย์นี้อยู่ ในส่วนของทหารก็จะเฝ้าระวังเพียงในส่วนของทหาร เราอยู่ในขอบเขตของทหารเพราะปัจจุบันไม่มีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แล้ว เราก็ทำในด้านของความมั่นคง เพราะฉะนั้นไซเบอร์ด้านความมั่นคงก็อยากให้เข้าใจทหาร อะไรที่จะกระทบกับความมั่นคงและสถาบัน ถือว่าเป็นความมั่นคงของประเทศ” พล.อ.อภิรัชต์กล่าว
    เมื่อถามถึงความคืบหน้าการจัดทำบทความเชิงวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองที่ผ่านมา โดยเฉพาะพฤติกรรมทางการเมืองของคนในสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปจากการได้รับอิทธิพลของสื่อสังคมออนไลน์ หรือโซเชียลมีเดียนั้น พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า “เขียนเสร็จแล้ว เดี๋ยวเผยแพร่ เดี๋ยวจะมีคนเดือดร้อน”.