กรมรางลุยสรุปลดราคารถไฟฟ้าคาดได้ข้อสรุปเดือนนี้


เพิ่มเพื่อน    

 

7 ก.ย.62-นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมการขนส่งทางราง (ขร.) เปิดเผยว่า การประชุมกำหนดแนวทางลดค่าโดยสารรถไฟฟ้า ขร.ตั้งเป้าหมายจะประชุม 2 ครั้ง คือ ในวันที่ที่ 6 ก.ย.ที่ผ่านมา และอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า ทั้งนี้ หลังจากได้ข้อสรุปแล้วนั้น จะนำเสนอแนวทางให้กระทรวงคมนาคมพิจารณา โดยเชื่อว่าการปรับลดค่าโดยสารรถไฟฟ้า จะสามารถประกาศบังคับใช้ได้ปีนี้

“เบื้องต้น ต้องหารือกับผู้ประกอบการถึงรูปแบบในการปรับลดราคา เช่น บีทีเอส ปัจจุบันมีตั๋วเดือนอยู่แล้ว โดยมีรูปแบบการใช้งาน ซื้อภายใน 1 เดือน คิดค่าเดินทางเป็นเที่ยว ถูกสุดเที่ยวละ 26 บาท สูงสุดมากกว่า 45 บาท ส่วนรถไฟฟ้าใต้ดินและแอร์พอร์ตลิงค์ที่ยังไม่มีตั๋วเดือน ซึ่งต้องหารือว่ามีแนวทางปรับลดค่าโดยสาร เพื่อช่วยเหลือประชาชนอย่างไร”นายสราวุธ กล่าว

นายสราวุธ กล่าวต่ออีกว่า เตรียมหารือร่วมกับเอกชนว่า จะสามารถปรับลดราคาจากราคาสูงสุดสูงสุด 45 บาท เหลือ 25 บาทได้หรือไม่ โดยในปัจจุบันช่วงนอกเวลาเร่งด่วน (ออฟพีค) หรือมีเวลาประมาณ 13 ชั่วโมง ซึ่งจะมีการลดค่าโดยสารในช่วงเวลาดังกล่าว เนื่องจากมีจำนวนผู้โดยสารน้อย และจะเป็นการดึงดูดให้มีคนมาเดินทางมากขึ้น ช่วยลดความแออัด ทั้งยังลดการใช้รถส่วนตัวด้วย ในส่วนของช่วงเวลาเร่งด่วน ทั้งเช้า-เย็นอยู่ที่ 5-6 ชั่วโมงนั้น จะเสนอแนวทางลดราคาจากการจัดทำตั๋วเดือนกับลดค่าโดยสารทำเพดานสูงสุดช่วงหลังชั่วโมงเร่งด่วน
 
อย่างไรก็ตาม จะมีการหารือหน่วยงานต่างๆ ซึ่งทั้ง 2 รูปแบบนี้ จะไม่กระทบกับสัญญาสัมปทานและงบประมาณที่จะใช้ รวมถึงจะหารือว่ามีความพร้อมหรือไม่ และฟังเงื่อนไขของผู้ประกอบการ เนื่องจากรถไฟฟ้าใช้ระบบที่แตกต่างกัน แต่ในเบื้องต้นนั้น ทุกฝ่ายยินดีที่จะเข้าร่วม แต่ถ้าจะทำให้เกิดทั้งระบบ ทั้งสัมปทานและภาครัฐ คาดว่าจะสรุปภายในเดือนนี้ ขณะที่ในส่วนของกรมการขนส่งทางรางที่รับนโยบายจากกระทรวงคมนาคม จะดำเนินการภายใต้กรอบที่ภาครัฐต้องไปรับภาระชดเชยต่างๆ น้อยที่สุด หรือไม่ต้องรับภาระเลย โดยรูปแบบนี้มองว่า หน่วยงานที่ให้บริการอาจจัดเก็บรายได้ต่อเที่ยวลดลง แต่ผู้โดยสารเพิ่มขึ้น

นายสราวุธ กล่าวว่าสำหรับประเด็นที่รถไฟฟ้าใต้ดินเกิดปัญหาขัดข้องบ่อยนั้น ได้สั่งการให้ผู้ประกอบการปรับปรุงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยผู้ประกอบการระบุว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการเพิ่มขบวนรถ ทำให้อาจเกิดเหตุขัดข้อง แต่พยายามปรับปรุงให้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ได้กำชับตามนโยบายกระทรวงฯ กล่าวคือ หากเกิดเหตุขัดข้องต้องรายงานให้ผู้โดยสารและกระทรวงคมนาคมรับทราบ อย่าปล่อยให้เกิดปัญหาขาดการสื่อสารจนผู้โดยสารได้รับความเดือดร้อน นอกจากนี้ อำนาจลงโทษผู้ประกอบการที่บกพร่องเกี่ยวกับปัญหาการเดินรถนั้น กรมการขนส่งทางรางอยู่ระหว่างรออำนาจตาม พ.ร.บ.กรมการขนส่งทางรางฉบับใหม่ ที่จะให้กรมฯ กำหนดบทลงโทษ ระหว่างนี้ยังเป็นมาตรการขอความร่วมมือผู้ประกอบการในระหว่างที่รอกฎหมายใหม่