2 ปมสำคัญตามต่อเนื่อง หลังจบโกงจีทูจีภาคแรก


   

             ประเด็นที่ต้องติดตามต่อไปเมื่อคดีทุจริตระบายข้าวจีทูจีถึงที่สุดแล้วในส่วนของคดีอาญา หลังเมื่อวันศุกร์ที่ 6 ก.ย.ที่ผ่านมา องค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้มีคำพิพากษาชั้นอุทธรณ์ ในคดีทุจริตระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ซึ่งจำเลยคือ บุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์กับพวก ได้ยื่นอุทธรณ์คดี โดยองค์คณะมีคำพิพากษาแก้ให้จำคุกบุญทรง เพิ่มอีกกระทงหนึ่งเป็นเวลา 6 ปี รวมโทษจำคุกนายบุญทรงจากโทษเดิม 42 ปี เป็นจำคุกทั้งสิ้น 48 ปี   

                สิ่งที่น่าติดตามต่อไปหลังจากนี้มี 2 ประเด็นที่ต้องติดตามต่อ ก็คือ

                1.คดีจีทูจีภาคสอง

                หลังคณะอนุกรรมการไต่สวนคดีทุจริตระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ จีทูจี ล็อตสองของ ป.ป.ช. ที่มีนางสุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธาน มีคำสั่งไต่สวนและแจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ถูกกล่าวหาคดีจีทูจีล็อตสอง โดยมีผู้ถูกแจ้งข้อกล่าวหาทั้งตัวบุคคล-บริษัทนิติบุคคลรวมทั้งสิ้น 71 ราย    อันมีชื่อของ สามพี่น้องตระกูลชินวัตร รวมอยู่ด้วยคือ ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ "เจ๊แดง"

                หลัง ป.ป.ช.แจ้งข้อกล่าวหาดังกล่าว มีรายงานต่อมาว่านางเยาวภาได้ทำหนังสือคัดค้าน น.ส.สุภา ปิยะจิตติ เป็นประธาน โดยให้เหตุผลว่า สุภา เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เนื่องจากสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ น.ส.สุภาดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงการคลัง เป็น ปธ.อนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าว ต่อมาได้ถูกย้ายไปเป็นรองปลัดกระทรวงการคลัง อาจทำให้ น.ส.สุภาเกิดความโกรธเคืองและพิจารณาคดีระบายข้าวจีทูจีอย่างไม่เป็นธรรมได้ แต่สุดท้ายที่ประชุมใหญ่ ป.ป.ช.ยกคำร้องคัดค้านดังกล่าว เหตุผลของนางเยาวภาฟังไม่ขึ้น

                จึงรอดูว่า หลังจากนี้คดีจีทูจีล็อตสองจะใกล้งวดเมื่อใด และจะมีใครโดนแจ้งข้อกล่าวหา-ชี้มูลความผิด จนคดีส่งไปอัยการเพื่อส่งฟ้องต่อศาลฎีกาฯ ตามรอยคดีจีทูจีล็อตแรกกันบ้าง

                2.การบังคับคดีทางปกครอง-ชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่ง  

                ที่ผ่านมา เรื่องการบังคับคดีปกครองที่กระทรวงการคลัง-กระทรวงพาณิชย์ ออกคำสั่งทางปกครองให้จำเลยคดีรับจำนำข้าวและคดีจีทูจีชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่งกับรัฐ มีปรากฏออกมาเป็นระยะ แต่ถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีความชัดเจนว่าคดีจะสิ้นสุดเมื่อใด อย่างไรก็ตาม ในการอ่านคำอุทธรณ์ของศาลฎีกาฯ ในคดีบุญทรงกับพวก เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาดังกล่าว มีการระบุว่าคำพิพากษาได้ระบุตอนหนึ่งว่า

                “วันนี้องค์คณะวินิจฉัยอุทธรณ์ได้ออกหมายจำคุกคดีถึงที่สุดของจำเลยแต่ละคนตามคำพิพากษาแล้ว พร้อมออกคำบังคับการชดใช้ค่าเสียหายในส่วนแพ่งให้กับกระทรวงการคลังตามคำพิพากษาด้วย”

                ทั้งนี้ กระบวนการบังคดีคดีทางปกครองเพื่อให้ชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่งส่วนหนึ่งที่ยังไม่ปรากฏข่าวออกมาว่าคืบหน้าไปถึงไหน อาจเป็นเพราะหน่วยงานรัฐและศาลปกครองที่จะเป็นผู้ตัดสินออกคำสั่งทางปกครอง อาจต้องการให้คดีอาญาถึงที่สุดเสียก่อน ซึ่งเมื่อคดีของบุญทรงกับพวกในคดีจีทูจีถึงที่สุดแล้วเมื่อวันศุกร์ ก็อาจจะทำให้การบังคับคดีทางปกครองน่าจะมีความคืบหน้าออกมาให้เห็นกันบ้าง

                โดยตามกฎหมาย เมื่อคดีทางปกครอง-คดีทางแพ่ง ถึงที่สุดแล้ว หากผู้ถูกร้องไม่ยินยอมชดใช้ความเสียหายนับตั้งแต่วันที่มีคำสั่งภายใน 15 วัน หน่วยงานที่เสียหายจะใช้มาตรการบังคับทางปกครองยึดทรัพย์ขาดทอดตลาดเพื่อชดใช้ค่าเสียหายต่อไป

                 อนึ่ง ในโครงการจีทูจีก่อนหน้านี้ กระทรวงพาณิชย์ได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางแพ่ง พบว่ามีเจ้าหน้าที่ 6 ราย แยกเป็นข้าราชการ 3 ราย และข้าราชการการเมือง 3 ราย ต้องรับผิดชอบค่าเสียหาย 2.57 หมื่นล้านบาท จึงทำให้ ก.พาณิชย์ มีคำสั่งทางปกครองให้จำเลยในคดีจีทูจีชดใช้เงินในจำนวนที่แตกต่างกันไป เช่น บุญทรงให้ชดใช้เงินมูลค่า 1,768,973,012.66 บาท, ภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ ชดใช้จำนวน 2,242,571,739.68 บาท เป็นต้น

                อย่างไรก็ตาม ต่อมายิ่งลักษณ์และกลุ่มนายบุญทรง  ได้ยื่นฟ้องกลับ รมว.การคลัง-กระทรวงการคลังเป็นคดีปกครองต่อศาลปกครองกลาง เพื่อขอให้ศาลปกครองออกคำสั่งเพิกถอนคำสั่งทางปกครองของกระทรวงการคลังดังกล่าว

                โดยในส่วนของยิ่งลักษณ์พบว่ามีการใช้สิทธิ์ยื่นต่อศาลปกครองกลางถึงสองครั้ง แต่ศาลก็ยกคำร้องหมดเช่นเดียวกับที่ก่อนหน้านี้ศาลปกครองกลางก็เคยยกคำร้องของบุญทรง-ภูมิ กับพวก เนื่องจากศาลปกครองเห็นว่าการบังคับคดียังไม่เกิดขึ้น ทำให้ไม่ต้องคุ้มครอง 

                ด้วยเหตุที่การโต้แย้งยื้อคดีกันอยู่ระหว่างจำเลยคดีจีทูจี-จำนำข้าว กับกระทรวงการคลัง ในเรื่องการออกคำสั่งทางปกครองที่กระทรวงการคลังและกระทรวงพาณิชย์ ออกคำสั่งทางปกครองให้ยิ่งลักษณ์-บุญทรงกับพวกต้องชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่งตามกระบวนการบังคับคดี ที่เป็นไปตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง มาตรา 57 ซึ่งอนุญาตให้นำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 มาใช้โดยอนุโลม

                กระบวนการทั้งหมดยังไม่ถึงสิ้นสุด จึงทำให้การบังคับคดี เช่น การยึดอายัดทรัพย์สินเพื่อบังคับคดีทางแพ่งจึงยังไม่เกิดขึ้นเพราะต้องรอให้คดีถึงที่สุดเสียก่อน ซึ่งยังเหลืออีกหลายขั้นตอน ภายใต้เส้นตายคือ การบังคับคดีต้องดำเนินการภายในอายุความ 10 ปี นับแต่วันที่มีคำสั่งให้ยิ่งลักษณ์-บุญทรง-ภูมิ กับพวก ชดใช้เงินให้รัฐ

                ทั้งสองประเด็นดังกล่าวข้างต้น คือสิ่งที่ต้องรอติดตามกันต่อไปว่าบทสรุปจะออกมาแบบไหน โดยเฉพาะที่หลายคนอยากรู้ก็คือ ขบวนการโกงข้าวจีทูจี ใครคือ ผู้อยู่เบื้องหลังสั่งการ จำเลยในคดี บุญทรงกับพวก จนทำให้บุญทรงบอกว่า กูพูดไม่ได้ ให้ฮือฮามาแล้ว.

 


ทอนเอ้ย.... ที่ยื่นต่อ ป.ป.ช.และเขาแปะข้างฝาให้คนดูเมื่อวาน (๒๐ ก.ย.๖๒) นั่นน่ะ บัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของทอน

เฟกนิวส์ "อาวุธพิทักษ์ฐานคะแนน"
วาทกรรม 'ไพร่' เพื่อพ่ายสภา
นวัตกรรม 'กล่องข้าวน้อยให้แม่'
ร้อยล้าน ‘ศรัทธาบริการ’ บิณฑ์
'สารอันตรายกับสายน้ำท่วม'
'เส้นทาง ๒ มิติ' รอ.ธรรมนัส