คืนความสุขแก่ผู้สูงวัยในสังคม ด้วยโครงการช่วยเหลือผู้ยากไร้


   

    โครงการ "กองทุนซีพีเอฟ คืนสุขผู้สูงวัย" มีเป้าหมายชัดเจนในการให้ความช่วยเหลือผู้สูงอายุที่ไร้ผู้ดูแล ไม่มีรายได้และไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ตลอดจนปลูกจิตสำนึกความกตัญญู เป็นความร่วมมือของบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ “ซีพีเอฟ” ที่ร่วมกับ “มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์” ดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่องเข้าสู่ปีที่ 9 ผู้บริหารและพนักงานซีพีเอฟจิตอาสาของโรงงานผลิตอาหารสัตว์ราชบุรี อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี พร้อมด้วยตัวแทนของหน่วยงานในพื้นที่ ประกอบด้วย นายกอบต.ดอนกระเบื้อง ปลัดตำบลดอนกระเบื้อง กำนัน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ดอนกระเบื้อง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ และประธานอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ตำบลดอนกระเบื้อง ลงพื้นที่เพื่อเยี่ยมเยียน และมอบเงินช่วยเหลือผู้สูงวัย 2 รายที่อาศัยอยู่รอบโรงงาน เพื่อตรวจสุขภาพและให้กำลังใจแก่ผู้สูงอายุ
    นายวุฒิชัย สิทธิปรีดานันท์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการกองทุนซีพีเอฟ คืนสุขผู้สูงวัย กล่าวว่า “ซีพีเอฟมีเป้าหมายในการปลูกฝังพนักงานให้ตระหนักถึงความสำคัญของความกตัญญูรู้คุณผู้สูงอายุ ช่วยเหลือชุมชน และมีส่วนร่วมดูแลผู้สูงอายุรอบฟาร์มและโรงงาน ที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ โดยได้ดำเนินโครงการ "กองทุนซีพีเอฟ คืนสุขผู้สูงวัย” มาตั้งแต่ปี 2554 จนถึงปัจจุบันมีผู้สูงอายุที่รับความช่วยเหลือรวมมากกว่า 800 ราย
    ปัจจุบัน ซีพีเอฟและมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์ดำเนินโครงการ "กองทุนซีพีเอฟ คืนสุขผู้สูงวัย” โดยมอบเงินช่วยเหลือให้แก่ผู้สูงวัยที่อาศัยอยู่รอบโรงงานและฟาร์ม ซึ่งไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้เดือนละ 2,000 บาท ทุกๆ เดือน จนกว่าผู้สูงวัยจะถึงแก่กรรม หรือมีลูกหลานรับไปดูแล โดย ณ สิงหาคม 2562 มีผู้สูงวัยที่ได้รับความช่วยเหลือจากโครงการจำนวน 369 ราย
    สำหรับเกณฑ์ในการคัดเลือกผู้สูงอายุเข้าร่วมโครงการ "กองทุนซีพีเอฟ คืนสุขผู้สูงวัย” มีหลักเกณฑ์ 5 ข้อ คือ 1.ต้องเป็นผู้สูงวัยอายุ 60 ปีขึ้นไป และต้องอยู่ในรัศมี 6-7 กิโลเมตรของโรงงานผลิตอาหารสัตว์ราชบุรี 2.เป็นผู้สูงอายุป่วยโรคเรื้อรังที่ยังสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ แต่ถูกลูกหลานทอดทิ้ง 3.อาศัยอยู่ในพื้นที่หรือชุมชนไม่ต่ำกว่า 1 ปี 4.เป็นผู้สูงวัยที่มีเทศบาล หรือ อบต.รองรับว่าได้รับความเดือดร้อนจริง 5.เมื่อผู้สูงอายุผ่านเข้าเกณฑ์ดังกล่าวแล้ว ทางคณะกรรมการส่วนกลางจะพิจารณาอีกเป็นลำดับ ทั้งนี้ในแต่ละปีนั้น “มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์” มีงบประมาณ 10 ล้านบาท ในการช่วยเหลือเยียวยาผู้สูงอายุที่ผ่านเข้าหลักเกณฑ์การช่วยเหลือดังกล่าว 

(กัลยา เจริญสิน)

    ด้าน คุณยายกัลยา เจริญสิน หรือ ยายเตี้ยม วัย 76 ปี บอกว่า “ป่วยเป็นโรคเบาหวาน ความดัน โรคหัวใจ และโรคไต เคลื่อนไหวร่างกายไม่สะดวก ไม่มีลูกหลานดูแล อาศัยอยู่กับพี่สาวและหลานสาวซึ่งสุขภาพไม่แข็งแรง ในสภาพที่อยู่อาศัยเก่า หลังคาบ้านเป็นสังกะสีผุๆ มีรอยรั่วตลอดแนว เวลาที่ฝนตกต้องใช้ถังน้ำและหม้อรองน้ำฝนเพื่อไม่ให้น้ำท่วมบ้าน สภาพที่นอนเก่าเพราะเปียกน้ำฝน ซีพีเอฟได้รับการประสานจากผู้นำชุมชน ขอความช่วยเหลือซ่อมแซมที่อยู่อาศัย โดยซื้อไม้ทำโครงหลังคาใหม่ และเปลี่ยนกระเบื้องให้ใหม่ทั้งหมด รวมทั้งรับเข้าโครงการ “กองทุนซีพีเอฟ คืนสุขผู้สูงวัย” ตั้งแต่ปี 2557 ได้รับเงินช่วยเหลือเดือนละ 2,000 บาท เพื่อแบ่งเบาค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล มาเป็นเวลา 5 ปีแล้ว ก็ต้องขอขอบคุณซีพีเอฟด้วยค่ะ เพราะทุกวันนี้อยู่กับพี่สาวอายุ 58 ปี ซึ่งก็ผลัดกันป่วยและดูแลซึ่งกันและกันค่ะ”

(อุทัย สนลอย)

    ฝั่ง ป้าอุทัย สนลอย หรือป้าทัย อายุ 65 ปี บอกว่า “ตัวเองเป็นผู้สูงวัยอีกรายที่ได้รับความช่วยเหลือจากโครงการกองทุนซีพีเอฟ คืนสุขผู้สูงวัย ตั้งแต่ปี 2559 หรือประมาณ 4 ปีแล้ว และป่วยเป็นโรคหอบหืด และต้องทำหน้าที่ช่วยดูแลหลานสาวซึ่งเป็นเด็กพิเศษ มีปัญหาสุขภาพลิ้นหัวใจรั่ว เนื่องจากลูกสาวของป้าอุทัยสุขภาพไม่แข็งแรง เป็นโรคภูมิแพ้ง่าย ซึ่งรายได้จากเบี้ยผู้สูงอายุ เบี้ยคนพิการของหลานสาว และเงินช่วยเหลือจากกองทุนฯ ไม่เพียงพอต่อภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัวในแต่ละเดือน จึงหารายได้เพิ่มเติมด้วยการรับจ้างลอกต้นหอมกิโลกรัมละ 2 บาท ซึ่งในแต่ละครั้งจะมีพ่อค้านำมาส่งให้ประมาณ 20 กิโลกรัม ช่วยให้ป้าอุทัยมีรายได้จากการลอกต้นหอมครั้งละประมาณ 40 บาท”

(ชำนาญ หลีล้วน)

    ปิดท้ายกันที่ นายชำนาญ หลีล้วน ผู้อำนวยการ รพ.สต.ตำบลดอนกระเบื้อง กล่าวว่า “ซีพีเอฟเข้ามาดูแลผู้สูงวัยในชุมชน ช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นทั้งด้านสุขภาพและด้านจิตใจของผู้สูงวัยได้เป็นอย่างดี เช่น ในรายของป้าเตี้ยมซึ่งเดิมมีอาการหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท แต่ไม่ยอมไปผ่าตัดเพราะไม่มีเงิน ทางโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลฯ เข้าไปรักษาตามอาการอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทุกวันนี้ป้าเตี้ยมมีสุขภาพดีขึ้นตามลำดับ แต่ก็พบว่าป้าเตี้ยมมีปัญหาสุขภาพทางใจ เพราะอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่ค่อยดีนัก หลังคาบ้านรั่ว เตียงนอนเก่าทรุดโทรม ทางผู้นำชุมชนจึงได้ขอความช่วยเหลือจากซีพีเอฟที่ออกค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมที่อยู่อาศัยให้ทั้งหมด และซื้อเตียงใหม่ให้ พร้อมทั้งร่วมมือกับชุมชนซ่อมแซมบ้านให้ป้าเตี้ยมเสร็จภายใน 1 วัน ป้าเตี้ยมดีใจและซึ้งใจมากจนน้ำตาไหล และยังได้รับเงินช่วยเหลือจากซีพีเอฟเดือนละ 2,000 บาท เพื่อใช้จ่ายตามความจำเป็น”.


ทฤษฎี "ตาบอดไม่กลัวเสือ" ของทักษิณ ทำให้พรรคการเมืองหนึ่ง ได้ครองอีสานมาร่วม ๒ ทศวรรษ

'สารอันตรายกับสายน้ำท่วม'
'เส้นทาง ๒ มิติ' รอ.ธรรมนัส
เฉพาะกับ "พระมหากษัตริย์"
ว่าด้วย 'บุญคุณและเอื้ออาทร'
น้ำครำตรวจสอบน้ำเน่า
น้ำท่วม 'อย่าเอาแต่ดู' ต้องทำ