ดีดปาก‘ธนาธร-ช่อ’ พปชร.จวกพูดปลุกม็อบทำแตกแยกดึงการเมืองลงท้องถนน


   

 “วิษณุ” โวไม่ต้องเตรียมตัวปมถวายสัตย์ปฏิญาณ ถามมาก็ตอบไปเท่านั้น ”วิรัช” แพลมดูหน้างาน หากพ่นน้ำลายวนเวียนซ้ำซากก็อาจเสนอปิดอภิปราย ประธานวิปเผยเตรียมนำเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าที่ประชุมหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลหารือหลังประชุม ครม. พร้อมโยนเรื่องเข้าที่ประชุมพรรค  “เทพไท” ตีปี๊บพร้อมแจงข้อดีในที่ประชุม ปชป. ฝันตั้ง กมธ.จบในสมัยประชุมนี้ “ธนกร-ปารีณา” รุมดีดปาก “พ่อฟ้า-คุณช่อ” พูดปลุกปั่นสร้างม็อบ ดึงการเมืองสู่ท้องถนนย้อนอดีตทั้งที่ควรใช้เวทีสภา

เมื่อวันจันทร์ที่ 9 ก.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวสั้นๆ หลังเป็นประธานเปิดการประชุมกองทัพบกกลุ่มประเทศภาคพื้นอินโด-แปซิฟิก  ประจำปี 2562 ถึงการเตรียมตัวชี้แจงการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร ประเด็นถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 ในวันพุธที่ 18 ก.ย.ว่า "เอาเวลาไปแก้น้ำท่วม"
     ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวเรื่องนี้ว่า ประธานสภาบรรจุวาระเรื่องนี้แล้วหรือยังไม่ทราบ แต่การอภิปรายไม่สามารถข้ามไปถึงวันที่ 19 ก.ย.ได้ หากจะขยายต้องออกเป็นพระราชกฤษฎีกาใหม่ การอภิปรายจึงต้องจบภายในเวลา 24.00 น.ของวันที่ 18 ก.ย. และไม่คิดว่าจะมีประเด็นอะไรมากมาย ทราบว่ามีการเข้าชื่อกัน 20 คนเพื่อจะอภิปราย ซึ่งไม่มีปัญหาอะไรว่ากันไป ขณะที่คณะรัฐมนตรี  (ครม.) ยังไม่ได้พูดคุยกันว่าจะให้ใครชี้แจง ส่วนวิปรัฐบาลไม่ทราบ แต่ไม่มีความจำเป็นอะไร เพราะไม่มีใครรู้และเข้าใจเรื่องเท่ากับรัฐบาล 
“ที่มีข่าวว่าฝ่ายค้านพุ่งเป้ามาที่นายกฯ และผมนั้นไม่เป็นไร ขอบคุณที่บอกให้รู้ล่วงหน้า วิธีเตรียมตัวคืออย่าไปไหน ให้ช่วยอยู่ และไม่รู้จะเตรียมตัวอย่างไร เพราะไม่รู้เขาจะถามอะไร ถ้าถามมาก็ตอบไป  ไม่มีปัญหาอะไร พร้อมหรือไม่พร้อมก็ต้องไปชี้แจง เพราะวัตถุประสงค์ของมาตรา 152 คือเป็นการสอบถามและให้คำแนะนำ ผมบอกเสมอมาว่าถ้าเขาถาม เรารู้เราก็ตอบ ถ้าไม่รู้ก็ตอบไปว่าไม่รู้ แต่ถ้าเป็นคำแนะนำแล้วรู้สึกว่ามีประโยชน์จะรับเอาไว้สำหรับปรับปรุงและดำเนินการต่อไป คงไม่มีอะไรยุ่งยากมาก  อย่าไปทำให้เป็นเรื่องตื่นเต้น เดี๋ยวคนจะตกใจกลัวเกมในสภา ซึ่งเกมในสภาเป็นกติกาตามปกติ” นายวิษณุย้ำ
     เมื่อถามว่าในช่วงชี้แจงจะขอเป็นการประชุมลับหรือไม่ นายวิษณุตอบว่าไม่ทราบ อยู่ที่วิปรัฐบาล และอยู่ที่ว่าตอนนั้นพูดถึงเรื่องอะไรกัน ไม่เห็นน้ำไม่ควรไปตัดกระบอก ไม่เห็นกระรอกไม่ควรโก่งหน้าไม้ ให้รู้ว่าเขาถามอะไร และถ้ารู้สึกว่าถามแบบนี้มันละเอียดอ่อน ก็ขอประชุมลับเฉพาะตรงนั้น แต่หากไม่มีอะไรที่ละเอียดอ่อนและควรให้ประชาชนรู้เหมือนๆ กันก็ควรประชุมเปิดเผย เราเคยประชุมลับกันมาแล้วตั้งหลายครั้งเป็นเรื่องธรรมดา ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร ถึงเวลาใช้วิธีคิดเฉพาะหน้าได้
ส่วนนายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์และนายวิษณุจะมาชี้แจงแน่นอน ซึ่งการอภิปรายจะนอกกรอบไม่ได้ โดยในส่วนของเวลาเห็นว่ามากพอสมควรและไม่ต้องจัดสรรเวลาเพิ่ม และจะเปิดโอกาสให้ฝ่ายค้านอภิปรายเต็มที่ เราคงไม่ทักท้วงอะไรมากหากอภิปรายอยู่ในกรอบ เชื่อว่าทุกคนมีวุฒิภาวะ แต่หากพูดกระทบไปถึงสถาบัน  บุคคลนั้นต้องรับผิดชอบตนเอง ไม่มีเอกสิทธิ์ ส.ส.คุ้มครอง ทั้งนี้การอภิปรายจะเป็นลักษณะเปิดเผย ดังนั้นคนพูดต้องปฏิบัติตามกฎหมาย หากก้าวล่วงต้องรับผิดชอบเอง
“ถ้าอภิปรายซ้ำซ้อนเล็กน้อยคงไม่เป็นไร แต่ถ้าอภิปรายวกวนต้องพิจารณาหน้างานอีกครั้ง แต่ขอย้ำว่าจะเปิดโอกาสฝ่ายค้านเต็มที่ เพราะไม่เช่นนั้นจะถูกตำหนิได้ว่าวันอภิปรายน้อยแล้วยังจะให้เวลาน้อยอีก” นายวิรัชกล่าวตอบถามข้อถามที่ว่า ถ้าฝ่ายค้านอภิปรายซ้ำซ้อนวกวน ฝ่ายรัฐบาลจะเสนอปิดการอภิปรายหรือไม่  
สำหรับความคืบหน้าในการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น นายวิษณุกล่าวถึงกรณีพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เสนอสภาให้ตั้งกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่สอดคล้องกับข้อเสนอพรรคฝ่ายค้านว่า เรื่องที่มีการเสนอในสภารัฐบาลจะนำมาหารือกับ ครม.ซึ่งไม่ทราบว่าจะหยิบยกขึ้นมาพูดคุยในที่ประชุม ครม.วันที่ 10 ก.ย.หรือไม่ แต่ตนเองคงไม่หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นพูดคุย เพราะไม่รู้ ส่วนกรณีที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล เมื่อฝ่ายค้านและพรรคร่วมรัฐบาลเสนอสภา ท่าทีรัฐบาลจะเป็นอย่างไรนั้นคงต้องรอให้ ครม.เป็นผู้กำหนดท่าที และไม่ขอตอบว่าจังหวะเวลาที่หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาเหมาะสมหรือไม่ ขอให้ ครม.เป็นผู้พิจารณา
นัดหัวหน้าพรรคถก
เมื่อถามย้ำว่าจำเป็นที่รัฐบาลต้องเข้าไปเป็นตัวหลักดำเนินการ หรือเป็นหน้าที่ของสภา นายวิษณุตอบว่าไม่ทราบ ขึ้นอยู่กับ ครม. เพราะรูปแบบ วิธีการ มีการพูดคุยในวันแถลงนโยบายรัฐบาลแล้วว่ามีหลายวิธี คือตั้งกรรมการข้างนอก ซึ่งจะดีหน่อยเพราะเอานักวิชาการเข้ามาได้ หรือตั้งกรรมการในสภา  ก็จะมีแต่สมาชิกสภา หรือร่วมกันทั้งในและนอกสภา แต่อันดับแรกคงต้องดูก่อนว่าจะศึกษาวิธีใด และนำไปสู่การดำเนินการอย่างไร ก็ขอให้ ครม.เป็นผู้พูด หากหยิบยกขึ้นมาหารือ
นายวิรัชกล่าวเรื่องนี้ว่า หัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลจะหารือกันอย่างเป็นทางการหลังประชุม ครม.ในวันที่ 10 ก.ย.นี้ที่ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เคยคุยกันไว้ว่าต้องเตรียมการเรื่องนี้ไว้อย่างไรบ้าง แต่เนื่องจากขณะนี้ทั้ง ปชป.และฝ่ายค้านที่เคยยื่นก่อนหน้านี้แล้ว เราก็นำมาดูเพื่อใช้เป็นแนวทางเดียวกันว่า หากจะแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องแก้ไขส่วนใดบ้าง ซึ่งในอนาคตหากได้ข้อสรุปคงต้องเชิญวุฒิสภามาร่วมหารือด้วย และในวันที่ 10 ก.ย.จะมีการประชุม ส.ส.ของ พปชร.ก็จะหยิบยกเรื่องดังกล่าวหารือด้วย
นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรค ปชป.ซึ่งเป็นผู้ยื่นญัตติด่วนตั้ง กมธ.วิสามัญศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญระบุว่า ในวันที่ 10 ก.ย.จะนำเสนอความเห็นเรื่องนี้ต่อที่ประชุม ส.ส.ของพรรค เพื่อให้วิปพรรคนำข้อเสนอดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมวิปรัฐบาล เพื่อความเป็นเอกภาพในการทำงานการเมืองของพรรคร่วมรัฐบาล และถ้าที่ประชุมวิปรัฐบาลเห็นด้วยจะได้มีมติยื่นเป็นญัตติด่วนในนามพรรคร่วมรัฐบาลในทันที
    “ผมต้องขอบคุณนายวิเชียร ชวลิต นายทะเบียนพรรค พปชร.ที่แสดงท่าทีเห็นด้วยต่อญัตติด่วนของพรรค ปชป. และพร้อมยื่นญัตติด่วนเพื่อตั้งคณะ กมธ.วิสามัญฯ ในสมัยประชุมสภาหน้า ซึ่งถ้าพรรค พปชร.เห็นด้วยกับเรื่องดังกล่าวแล้ว ควรยื่นญัตติด่วนในสมัยประชุมนี้ไปเลย จะได้สร้างความเป็นเอกภาพของพรรคร่วมรัฐบาลไปด้วยกัน” นายเทพไทกล่าวและว่า เชื่อว่าการเสนอตั้ง กมธ.วิสามัญฯ ในครั้งนี้นั้น เมื่อพรรคร่วมฝ่ายค้านได้เสนอเป็นญัตติด่วนไปแล้ว และพรรคร่วมฝ่ายรัฐบาลร่วมกันเสนอญัตติด่วนไปด้วย ก็จะเป็นนิมิตหมายที่ดีของการทำงานการเมืองในระบอบรัฐสภายุคนี้ และจะทำให้ความสำเร็จที่จะเกิดขึ้นอยู่เพียงแค่เอื้อมเท่านั้นเอง
      ด้าน พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา (ส.ว.) กล่าวว่า การแก้รัฐธรรมนูญสามารถทำได้  แต่ไม่ทราบว่าประเด็นหลักที่จะแก้ไขคืออะไร และไปถามความเห็นจากประชาชนแล้วหรือยัง เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านประชามติมา ดังนั้นต้องไปถามประชาชนส่วนใหญ่ว่าต้องการหรือไม่ หากเสียงส่วนใหญ่ต้องการแก้ไขก็ต้องทำมาตามขั้นตอน ผ่านสภาผู้แทนราษฎรขึ้นมายังวุฒิสภา ส่วนตัวได้รับทราบจากข่าวเท่านั้นจึงยังไม่ทราบว่าจะแก้กันในเรื่องใด
    “ที่ต้องการแก้ไขเป้าหมายหลักคือที่มาของ ส.ว.นั้น รัฐธรรมนูญนี้ที่มาของ ส.ว.มาจากบทหลักในมาตรา 107 และที่มาจากบทเฉพาะกาลในระยะ 5 ปีแรก หลังจากนั้นก็กลับไปใช้บทหลักที่ให้เลือกกันเอง ดังนั้นการไปแก้ไขเรื่องนี้ ส่วนตัวยังไม่เห็นว่า ส.ว.จะเป็นภาระหรือมีปัญหาอะไร เพราะบทเฉพาะกาลจะหมดอายุภายใน 5 ปี ซึ่งอะไรที่แก้แล้วเป็นประโยชน์ส่วนตัวสนับสนุนและเห็นด้วย แต่ถ้าแก้แล้วไปเข้าทางใครเฉพาะบุคคลใดบุคคลหนึ่งไม่เห็นด้วย” พล.อ.สิงห์ศึกกล่าวและย้ำว่า อะไรที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนและส่วนร่วม ส.ว.คงไม่ขัดข้อง
ดีดปาก 'ธนาธร-คุณช่อ'
    ขณะเดียวกันยังคงมีความต่อเนื่องกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.)  และ น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรค อนค.เดินสายปลุกกระแสแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่กลับพูดลักษณะปลุกปั่นและปลุกระดมให้ออกมายังท้องถนนอีกครั้ง โดยนายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรค พปชร.กล่าวว่า ไม่สบายใจอย่างมากที่นายธนาธรลงพื้นที่ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม แต่กลับพูดปราศรัยปลุกระดมสร้างความแตกแยกในหมู่ประชาชน กล่าวหารัฐบาลในทำนองเอาเงินไปสร้างรถไฟฟ้าหลายหมื่นล้านบาท แต่ช่วยน้ำท่วมนิดเดียว ซึ่งเป็นวิธีคิดของคนรุ่นใหม่ที่อันตรายต่อชาติมาก เป็นการปลุกปั่นประชาชนด้วยข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง เพราะการสร้างรถไฟฟ้าเป็นการสร้างความเจริญให้กับประเทศโดยรวม ไม่น่าเชื่อว่านายธนาธรจะมีกระบวนทัศน์แบบนี้ เพราะมีแต่จะสร้างความเกลียดชังแบ่งแยกประชาชน ที่ผ่านมาบ้านเมืองบอบช้ำมามากแล้ว อย่าหวนกลับไปสู่แบบเดิมเลย คนไทยต้องการความรักความสามัคคี
     “การเคลื่อนไหวในการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นเป็นสิทธิทำได้ แต่การที่ น.ส.พรรณิการ์บอกว่าประชาชนมีสิทธิเรียกร้องรัฐธรรมนูญบนท้องถนนนั้น บ้านเมืองจะกลับไปสู่วังวนความขัดแย้งเช่นเดิม  และจะเป็นการสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนโดยรวม ผมเห็นด้วยกับการรณรงค์เวทีเสวนาต่างๆ  รวมทั้งเรื่องจะเสนอตั้งกรรมาธิการในสภา จึงไม่สมควรที่จะปลุกมวลชนเคลื่อนไหวตามท้องถนนอีก  บ้านเมืองสงบแล้วอย่าหวนกลับไปสู่ความขัดแย้งแบบเดิมอีกเลย ประเทศเสียหายมามากแล้ว ขอให้คิดอะไรใหม่ๆ ให้สมกับชื่อพรรคอนาคตใหม่ อย่าหวนไปสู่อนาคตเก่าที่จะทำให้บ้านเมืองวุ่นวายเลย บทเรียนในอดีตน่าจะสอนอะไรเราบ้าง การเมืองยุคใหม่ต้องนำปัญหาเข้าสู่การแก้ไขในสภา” นายธนกรกล่าว
น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.จังหวัดราชบุรี พรรค พปชร.โพสต์เฟซบุ๊กเช่นกันว่า ประเด็นนักการเมืองฝ่ายค้านพยายามปลุกระดมให้ประชาชนออกมาแสดงพลังใช้สิทธิข้างถนนเพื่อเรียกร้องให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ ถ้าอยากเป็นนักการเมืองที่ดี มีรัฐสภาต้องเล่นในสภา อยากเป็นนักการเมืองที่เป็นประชาธิปไตยก็ต้องเล่นในสภา ไม่ใช่มาปลุกระดมเล่นกันข้างถนน ไม่อย่างนั้นเราจะเลือกตั้งมาทำไม 
“การเรียกร้องสิทธิรัฐธรรมนูญข้างถนนเป็นบรรยากาศเก่าๆ ที่ผ่านมาก่อน พ.ค.2557 มีนักการเมืองกำลังเรียกร้องให้กลับไปอยู่จุดเดิม และเป็นนักการเมืองคนแรกของประเทศไทยที่ถูกร้องเรียนด้วยเรื่องการทำผิดจริยธรรมร้ายแรง หมิ่นเบื้องสูง” น.ส.ปารีณาโพสต์
    นายธันวา ไกรฤกษ์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า "ถึงคุณธนาธร..ตรรกะแบบนี้ระวังพาชาติ 'ฉิบหาย' นะครับ เอาการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ไปเปรียบเทียบกับงบแก้ปัญหาน้ำท่วม ซึ่งมันคนละเรื่องกันเลย รถไฟฟ้าแม้จะสร้างในกรุงเทพฯ แต่ก็ถือเป็นสมบัติของคนทั้งชาติ ลูกหลานคนจังหวัดไหนเข้ามาในเมืองก็ได้ใช้บริการทั้งนั้น แล้วจะมาสร้างวาทกรรม ยุยงปลุกปั่น ให้คนไทยแตกแยกเกลียดชังกันเองทำไม
    ถ้าใช้ตรรกะแบบนี้ แล้วมีคนถามกลับว่าคนเมืองได้อะไร จากเงินที่เสียหายไปกว่า 8 แสนล้าน ในโครงการจำนำข้าว...คุณจะตอบยังไง? น่าผิดหวังครับ ยอมรับว่าเคยชื่นชมคุณในหลายๆ เรื่อง แต่มาวันนี้เห็นชัดเจนแล้วว่า พอหมดหนทางคุณก็เลือกสู้ด้วยวิธี 'หมาจนตรอก' ไร้ซึ่งศักดิ์ศรีใดๆ"
นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชป.กล่าวถึงกรณีที่นายธนาธรระบุว่า ในรอบกว่า 10 ปีมีคนไม่ได้รับความเป็นธรรม และหลายคนต้องติดคุกหรือโดนคดีในสิ่งที่ไม่ได้ทำ ว่านายธนาธรเป็นหัวหน้าพรรคการเมือง เป็นคนรุ่นใหม่อนาคตไกล ไม่ควรพูดเหวี่ยงแหให้สาธารณชนเข้าใจผิดในองค์กรยุติธรรมต่างๆ แบบนี้ เพราะคนที่จะตัดสินให้คนถูกจำคุกได้นั้น คือศาลยุติธรรมและศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หากนายธนาธรจะกล่าวหาศาลว่าลงโทษจำคุกคนโดยไม่มีความผิด หรือตกเป็นจำเลยโดยที่ไม่ได้เป็นผู้กระทำความผิดนั้น นายธนาธรต้องระบุให้ชัดเจนว่าเป็นคดีไหน จำเลยหรือนักโทษคนนั้นชื่ออะไร เพื่อขอความยุติธรรมจากศาลต่อไป ไม่ใช่กล่าวหาลอยๆ เพื่อให้ประชาชนเข้าใจผิดในองค์กรยุติธรรม ดังนั้นการพูดของนายธนาธรจึงไม่สร้างสรรค์ ไม่เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ และสร้างภาพลบให้ศาล 
"ถ้าหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่แน่จริง ให้ระบุข้อเท็จจริงให้ชัดเจนไปเลยว่าคนหลายคนต้องติดคุกหรือโดนคดีในสิ่งที่เขาไม่ได้ทำนั้นชื่ออะไร กี่คน ศาลไหนลงโทษคนบริสุทธิ์บ้าง ไม่ใช่สร้างกระแสให้เยาวชนในมหาวิทยาลัยเข้าใจผิดในศาลแบบนี้ ทางที่ดีนายธนาธรควรให้ ส.ส.ตั้งกระทู้ถามในสภาหรือเสนอตั้งคณะ กมธ.วิสามัญศึกษาเรื่องนี้ หรือเสนอให้ กมธ.สอบสวนเรื่องนี้ว่ามีจริงอย่างที่นายธนาธรพูดหรือไม่ หรือเป็นเรื่องที่นายธนาธรขี้ตู่ยกเมฆขึ้นมา" นายวัชระกล่าว
วันเดียวกัน นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตหัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป กล่าวว่า ได้ไปยื่นเอกสารเพื่อแสดงเจตนาสมัครเป็นสมาชิกพรรค พปชร.ต่อนายทะเบียนพรรค พร้อมชำระค่าสมัครสมาชิกพรรคแบบตลอดชีพ 2,000 บาทแล้ว โดยได้รับใบเสร็จรับเงินจากพรรคและมีชื่อในทะเบียนของพรรคแล้ว ทำให้มีผลเป็นสมาชิกพรรคโดยสมบูรณ์แล้ว และยังได้ยื่นหนังสือต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภา เพื่อแจ้งถึงการเปลี่ยนแปลงพรรคที่สังกัด เพื่อให้สภาแก้ไขข้อมูลในทะเบียน ส.ส. เปลี่ยนเป็นสังกัดพรรค พปชร. และเปลี่ยนแปลงเพิ่มจำนวน ส.ส.ของพรรคจาก 116 มาเป็น 117 คน เพื่อประโยชน์ในการคำนวณสัดส่วน ส.ส.ของพรรคในสภาต่อไป
"ในวันที่ 10 ก.ย.จะเดินทางเข้ามาประชุมพรรค พปชร.ครั้งแรกเวลา 15.00 น. และในวันที่ 18 ก.ย.จะร่วมอภิปรายในนาม ส.ส.พรรค พปชร.ด้วย เนื่องจากได้ดำเนินการตามขั้นตอนเรียบร้อยแล้ว" นายไพบูลย์กล่าว.
 


นี่คือ............ ความพยายามสร้าง "หลักฐานเทียม" เพื่อนำไปเสริมวาทกรรม "ประยุทธ์ทำอะไรก็ไม่ผิด" ของฝ่ายค้าน

วาทกรรม 'ไพร่' เพื่อพ่ายสภา
นวัตกรรม 'กล่องข้าวน้อยให้แม่'
ร้อยล้าน ‘ศรัทธาบริการ’ บิณฑ์
'สารอันตรายกับสายน้ำท่วม'
'เส้นทาง ๒ มิติ' รอ.ธรรมนัส
เฉพาะกับ "พระมหากษัตริย์"