อาเซียน-จีนอัพเกรดเอฟทีเอเร่งเปิดตลาดสินค้า-การลงทุน


   

10 ก.ย.2562 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนกับจีน ว่า อาเซียนกับจีนได้ทำความตกลงเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) กันมาตั้งแต่ปี 2548 รวม 15 ปีแล้ว ซึ่งอาเซียนกับจีนได้ตกลงที่จะดำเนินร่วมกันต่อไป คือ การยกระดับความร่วมมือใน 3 เรื่องสำคัญ ได้แก่ 1.การเปิดตลาดสินค้าเพิ่มเติม 2.การปรับปรุงกฎระเบียบถิ่นกำเนิดสินค้าให้มีความทันสมัยรองรับการค้ายุคใหม่ และ3.การเตรียมความพร้อมเรื่องเปิดเสรีทางการลงทุนเพิ่มเติม

"ที่ประชุมยินดีที่ประเทศสมาชิกได้ให้สัตยาบันต่อพิธีสารยกระดับความตกลงการค้าเสรีอาเซียนจีนครบแล้ว และเริ่มบังคับใช้เมื่อเดือนส.ค.2562 ที่ผ่านมา และยังเห็นด้วยที่อาเซียนและจีน ตกลงที่จะเริ่มการหารือเปิดตลาดสินค้าเพิ่มเติม และการเปิดเสรีการลงทุน ตลอดจนการพิจารณาความร่วมมือสาขาอื่นๆ เพื่อยกระดับความร่วมมือภายใต้กรอบเอฟทีเออาเซียนจีนต่อไป"

ทั้งนี้ ในปี 2561 มูลค่าการค้าระหว่างอาเซียนกับจีน มีมูลค่ากว่า 4.79 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งจีนถือเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของอาเซียน มีส่วนแบ่งทางการตลาดประมาณ 17% ที่อาเซียนค้ากับตลาดโลก

นายจุรินทร์กล่าวว่า ปัจจุบันจีนได้จัดตั้งกองทุนพิเศษเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของอาเซียน มีวงเงินประมาณ 300 ล้านหยวน โดยที่ผ่านมาจีนได้มีการใช้เงินดังกล่าวไปแล้วประมาณ 50 ล้านหยวน เช่น โครงการจัดทำแพลตฟอร์มออนไลน์สำหรับการท่องเที่ยวในอาเซียน และการฝึกอบรมผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องกฎระเบียบเรื่องของถิ่นกำเนิดสินค้า และไทยได้ใช้โอกาสนี้ เสนอของบประมาณในการสนับสนุนเพิ่มเติมอีก 130 ล้านหยวน เพื่อพัฒนาเพื่ออีก 3 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการเส้นทาง R3Aที่เชื่อมระหว่างกรุงเทพฯ-คุนหมิง เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้าระหว่างกัน 2.โครงการพัฒนานักธุรกิจรุ่นใหม่ และ3.โครงการพัฒนาการค้าออนไลน์ระหว่างกัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา เวียดนาม และไทย โดยจีนได้รับทราบและจะนำไปพิจารณาต่อไป

สำหรับการเจรจาระหว่างอาเซียนกับคู่เจรจาอื่นๆ ประกอบด้วยญี่ปุ่น ฮ่องกง เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สหรัฐฯ แคนาดา อินเดีย และรัสเซีย จะเน้นการหารือเพื่อขยายความร่วมมือทางด้านการค้า ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ แต่บางประเทศจะเน้นการหารือเพื่อเปิดเสรีเพิ่มขึ้นจากเอฟทีเอเดิมที่ได้ทำไว้ เช่น จีน เกาหลีใต้ และอินเดีย 


วันนี้...จันทร์ที่ ๒๐ มกรา ๖๓ ผมว่า......คนฉีกปฏิทินไปรอพรุ่งนี้ "อังคารที่ ๒๑ มกรา" กันหมดแล้ว เพราะตอนเวลา ๑๑.๓๐ น.ศาลรัฐธรรมนูญ จะอ่านคำวินิจฉัยคำร้องที่ "นายณฐพร โตประยูร" ร้องให้ยุบพรรคอนาคตใหม่

ดิ้นกันไปเมื่อรู้ว่า 'ใกล้เมรุ'
ปิยบุตร "ยังเป็นคนอยู่หรือ?"
ประชาธิปัตย์ 'ก่อนศตวรรษ'?
ยำใหญ่ “ใส่ไข่” นายกฯประยุทธ์
'ผีบุญ' แนวทางศึกษา 'ทอน'
ประเดิมศกด้วย"ศึก ๒ สวน"