ร้องผู้ว่าฯลำปางสอบผญบ.ยักยอกเงินหลวงไปใช้ส่วนตัว คดีสุดอืดเกือบ10ปีเพิ่งสอบพยาน


   

ร้องผู้ว่าฯลำปางสอบผญบ.ยักยอกเงินหลวงไปใช้ส่วนตัว คดีสุดอืดเกือบ10ปีเพิ่งสอบพยาน

ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดลำปาง พระอาจารย์สาธิต ธีรปัญโญ ผู้อำนวยการสถาบันธรรมาภิวัฒน์ เครือข่ายพระนักพัฒนา ได้นำเอกสารเข้าร้องเรียนต่อผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางผ่านทางศูนย์ดำรงธรรมเพื่อขอให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบผู้ใหญ่บ้านที่มีพฤติกรรมตนไม่เหมาะสม

หนังสือดังกล่าวสรุปใจความว่า เนื่องด้วย เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2561 เจ้าหน้าที่ทหารตำรวจและฝ่ายปกครองเข้าทำการตรวจปัสสาวะพระครูประทีปปุณทัศน์ (สมบูรณ์ ณ ลำพูน) เจ้าอาวาสวัดสบเติ๋น หมู่ 2 บ้านสบเติ๋น ตำบลสบป้าด อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง พบว่ามีสารเสพติด(ยาบ้า)จึงได้ทำการจับกุมและให้พระเภระชั้นผู้ใหญ่ทำการลาสิกขาและดำเนินคดีตามกฎหมาย

พระอาจารย์สาธิต กล่าวว่าหลังจากนั้นผู้ใหญ่บ้านสบเติ๋น ได้ใช้ตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านประกาศเสียงตามสายในหมู่บ้านยุยงปลุกปั่นชาวบ้านว่ากรณีที่เกิดขึ้นเกิดจากอาตมาอยู่เบื้องหลัง ส่งผลให้อดีตเจ้าอาวาสรวมถึงบรรดาญาติๆ ปักใจเชื่อว่าตนเองเป็นผู้แจ้งให้เจ้าหน้าที่มาจับกุมอดีตเจ้าอาวาส ประกอบกับมีผู้ประสงค์ดีโทรศัพท์มาแจ้งข่าวว่าอดีตเจ้าอาวาสและญาติคิดอาฆาตและมุ่งร้าย จึงได้บันทึกเสียงการสนทนาดังกล่าวไว้ ซึ่งการกระทำของผู้ใหญ่บ้านสบเติ๋นดังกล่าวก่อให้เกิดความเดือนร้อนเสียหายเป็นอย่างมาก จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องมาดูแลรักษาความปลอดภัย

“การกระทำของผู้ใหญ่บ้านสบเติ๋นดังกล่าวเป็นการกระทำที่น่าจะมีมูลเหตุจูงใจจากที่ในอดีตอาตมาเคยเป็นผู้ให้คำปรึกษากับกลุ่มชาวบ้านที่ร้องเรียนผู้ใหญ่บ้านสบเติ๋นกรณียักยอกเงินโครงการแก้ปัญหาความยากจน (กข.คจ.) สมัยที่ผู้ใหญ่บ้านสบเติ๋นดำรงตำแหน่งสมัยที่ 1 คือ ระหว่าง พ.ศ.2551-2555 ก่อนที่จะได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งสมัยที่สองคือสมัยปัจจุบัน”

ดังนั้น เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ตนและเพื่อให้เกิดความถูกต้องชอบธรรมขึ้นในสังคม จึงขอให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบพฤติกรรมของผู้ใหญ่บ้านสบเติ๋น ใน 3 ประเด็นดังนี้ คือ 1.การประกาศเสียงตามสายในหมู่บ้านกรณียุยงปลุกปั่นชาวบ้านให้เกลียดชังตนว่าการกระทำดังกล่าวถูกต้องเหมาะสมหรือไม่ และหากเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องเหมาะสมขอให้มีการลงโทษทางวินัยต่อไป

2.ขอให้มีการรื้อฟื้นและตรวจสอบการร้องเรียนผู้ใหญ่บ้านสบเติ๋นกรณียักยอกเงินโครงการ กขคจ.  สมัยที่ผู้ใหญ่บ้านสบเติ๋นดำรงตำแหน่งสมัยที่ 1 คือระหว่าง พ.ศ. 2551-2555 ก่อนที่จะได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งสมัยที่สองคือสมัยปัจจุบัน โดยให้ถือเอาคลิปวิดีโอบันทึกการสารภาพของผู้ใหญ่บ้านสบเติ๋นว่าได้ยักยอกเงิน โครงการ กขคจ. ไปใช้ในธุรกิจส่วนตัวจริง ทั้งๆที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐและรู้ระเบียบเป็นอย่างดี ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่เป็นความผิด ขอให้มีการปลดผู้ใหญ่บ้านสบเติ๋นออกจากตำแหน่งต่อไป

“เมื่อดูคลิปวิดีโอที่ได้มีการบันทึกไว้ขณะที่เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนอำเภอแม่เมาะเข้าตรวจสอบเงินที่หายไปรวม 210,000 บาทเศษ แล้วก็พบว่า ผู้ใหญ่บ้านได้รับสารภาพว่าตนเองนำเงิน กขคจ ออกไปใช้ในธุรกิจส่วนตัวจริง และจะขอชำระคืนให้ภายใน 3 ปี แต่ชาวบ้านที่มาร่วมประชุมส่วนใหญ่ไม่พอใจและมีการโต้เถียงกันเป็นระยะ”

จากการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังพบว่า หลังเรื่องแดง ผู้ใหญ่บ้านรับสารภาพว่าเอาเงินไปจริงซึ่งถือว่าความผิดสำเร็จแล้ว แต่ทางเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนกลับไปที่ สภ.แม่เมาะ และลงบันทึกประจำวันไว้เท่านั้น พร้อมกับทำข้อตกลงให้ผู้ใหญ่บ้านผ่อนชำระเงินคืนโดยมีผู้ค้ำประกัน 3 คนโดยไม่ประสงค์แจ้งความร้องทุกข์อีกด้วย

ขณะที่ทางจังหวัดได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบในเรื่องดังกล่าว แต่เหมือนทุกอย่างจะเงียบหายไปชาวบ้านในชุมชนไม่เคยทราบความคืบหน้าในกรณีดังกล่าว แม้จะมีการทำหนังสือทวงถามไปหลายครั้งแล้วก็ตาม จนกระทั่งผู้ใหญ่บ้านครบวาระในปี 2555 และยังมาลงสมัครรับเลือกตั้งใหม่และก็ได้รับเลือกตั้งเข้ามาเป็นสมัยที่2 จนถึงปัจจุบัน

ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังปลัดอำเภอแม่เมาะคนปัจจุบันถึงเรื่องดังกล่าว ทราบว่าตนเองเพิ่งได้รับเรื่องให้ทำการสอบสวน ขณะนี้ได้สอบพยานครบทุกคนแล้ว พร้อมที่จะสรุปรายงานส่งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางได้รับทราบในเร็วๆนี้

ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุเกิดมาตั้งแต่ปี 2551 แต่ทำไมการสอบวินัยถึงได้ล่าช้าและดึงเวลามานานขนาดนี้ ปลัดอำเภอแม่เมาะ กล่าวว่า ก่อนหน้านั้นตนเองไม่ทราบเพราะเพิ่งมารับตำแหน่งและได้รีบดำเนินการในเรื่องนี้โดยเร็วที่สุด ส่วนความผิดด้านอื่นๆก็คงอยู่ที่เจ้าของเงินหรือผู้มีอำนาจในเรื่องนั้นจะเป็นผู้ดำเนินการ


ในส่วน "ราชอาณาจักร"...........คสช.ปักธงปฏิรูปตั้งแต่ พฤษภา ๕๗ มัวรุ่มร่ามอยู่กับการออกแบบ ๔ ปีผ่านไป "แกะแบบ" ลงมือเป็นเนื้อ-เป็นหนังได้ส่วนเดียว คือ EEC!

หัวหน้าพรรค 'เพื่อไทย' ตัวจริง
ถอดรหัสเลือกตั้ง "ต้นปี ๖๒"
'ใครหัวหน้า' สำคัญกว่าถูกดูด    
แอมเนสตี้ที่ 'สังคมไม่ต้องการ'
อีกก้าวของ 'นายกฯ เผด็จการ'
คสช.คือกบฏแผ่นดิน?