จาก ‘มือประสานสิบทิศ’ สู่ ‘ตำบลกระสุนตก’


   

               จาก “มือประสานสิบทิศ” วันนี้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ ส.ส.พะเยา พรรคพลังประชารัฐ กำลังจะเป็น

                “สายล่อฟ้า” หรือ “ตำบลกระสุนตก”!!!

                สืบเนื่องจาก the Sydney Morning Herald หนังสือพิมพ์ของออสเตรเลีย ได้ค้นเอกสารจากศาลคดียาเสพติดของ ร.อ.ธรรมนัส ในปี พ.ศ.2536 พบรายละเอียดระบุว่า มีส่วนในการขนยาเสพติดเข้าออสเตรเลียตั้งแต่ต้น นอกจากนี้ยังพบว่า ร.อ.ธรรมนัสติดคุกอยู่ที่ออสเตรเลีย 4 ปีเต็ม ไม่ใช่แค่ 8 เดือนตามที่มีการกล่าวอ้าง

                ร.อ.ธรรมนัส ปฏิเสธที่จะอธิบายรายละเอียด เพียงแต่บอกว่า เคยชี้แจงเรื่องนี้ไปแล้ว พร้อมทั้งแฉว่า มีกระบวนการจ้องดิสเครดิตตนเอง ซึ่งเป็นความร่วมมือกันระหว่างคนในประเทศและคนนอกประเทศ

                “มันเป็นเรื่องรายละเอียดที่ตกลงกับศาลออสเตรเลียและเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้ เป็นเรื่องที่พูดไม่ได้ แต่ที่เอามาเขียนมันมีที่มาที่ไป ผมรู้หมดแล้วว่าโยงใยกับเรื่องอะไร มีที่มาที่ไปอย่างไร รู้โครงข่ายทั้งหมดแล้ว และมอบหมายทนายความและฝ่ายกฎหมายของตน ดำเนินการทั้งทางแพ่งและอาญา”

                รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ระบุ

                และท้าให้ “อีแอบ” ที่อยู่เบื้องหลังออกมาเล่นซึ่งๆ หน้า

        แน่นอนว่า “ข้อเท็จจริง” มีเพียงหนึ่งเดียว ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องติดตามว่า ระหว่าง “สื่อออสเตรเลีย” กับ “ผู้กองมนัส” ใครพูดความจริง

                 อย่างไรก็ดี การตีแผ่บทความชิ้นนี้ออกมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ถูกตั้งข้อสังเกตว่า “เจาะจง” ตัว ร.อ.ธรรมนัส มากเกินไปหรือไม่ เพราะประเด็นนี้เงียบหายไปพักใหญ่ หลังการชี้แจงในครั้งแรก

                 หากแต่มีความพยายามจะเล่นงานบาดแผลของ ร.อ.ธรรมนัสในอดีต อย่างที่ทราบกันว่า ภาพของอดีตนายทหารรายนี้ก่อนย้ายจากพรรคเพื่อไทยมาพรรคพลังประชารัฐนั้นเป็น

                “สีเทา”

        ชื่อของ ร.อ.ธรรมนัส ถูกมองว่า เป็นผู้มีอิทธิพล คล้ายกับกรณีของ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย ที่สุดท้ายติดกับดักภาพลักษณ์จนไม่ได้เป็นรัฐมนตรี

        ในช่วงแรกๆ ที่เข้ามาพรรคพลังประชารัฐ ร.อ.ธรรมนัสไม่ได้โดดเด่นเหมือนนักการเมืองใหญ่คนอื่นๆ หากแต่เคลื่อนไหวอยู่เงียบๆ ในเบื้องหลัง

                 แต่ในระหว่างหาเสียงเลือกตั้ง ที่ ร.อ.ธรรมนัส ได้รับแต่งตั้งให้เป็นประธานยุทธศาสตร์เลือกตั้งภาคเหนือ และช่วงของการจัดตั้งรัฐบาล ชื่อนี้เริ่มปรากฏต่อสื่อถี่ขึ้น

                 ประธานยุทธศาสตร์เลือกตั้งภาคเหนือได้รับความไว้วางใจให้ติดต่อ ประสานงาน และรวบรวมพรรคเล็กกว่า 10 พรรค ให้เข้าร่วมกับรัฐบาล

                 นอกจากนี้ ร.อ.ธรรมนัส คือ “ตัวแทน” ของ 3 ป. ได้แก่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และ “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ในการแก้ไขปัญหาต่างๆ

               “ผู้กองมนัส” คือที่ถูกใจของพี่น้อง 3 ป. เพราะทุกครั้งที่ได้รับมอบหมาย แทบไม่เคยไม่ประสบผลสำเร็จอย่างที่ผู้มีอำนาจต้องการ

                 บุคลิกนิสัยของ ร.อ.ธรรมนัส ที่รับรู้กันดี แม้แต่พรรคพวกในอดีตต้นสังกัดเก่าอย่างพรรคเพื่อไทยยังนับถือคือ ความ “ใจนักเลง” ดูแลพวกพ้องทั่วถึง คำไหนคำนั้น

                 เป็นคน “มากคอนเน็กชั่น” ไม่ใช่แค่ในวงการการเมือง แต่รวมถึงทหาร ตำรวจ นักธุรกิจ พ่อค้า คหบดี โดยเข้าได้ทุกขั้ว ทุกสีเสื้อ

        จนทุกวันนี้ เวลาพรรคพลังประชารัฐ หรือรัฐบาลมีปัญหา ชื่อแรกที่นึกถึงคือ ร.อ.ธรรมนัส จนเกิดคำพูดที่ว่า

                “คิดอะไรไม่ออกบอกผู้กองมนัส”

                 นอกจากนี้ “ผู้กองมนัส” ยังเป็นมือทำงานคนสำคัญของ “บิ๊กป้อม” ไม่ว่าจะในพรรคพลังประชารัฐ และในรัฐบาลชุดนี้ โดยเฉพาะการลงพื้นที่ตรวจราชการต่างจังหวัด

        รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รายนี้ ตระเตรียม จัดแจง เคลียร์พื้นที่ ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังให้กับ “บิ๊กป้อม”

                เฉกเช่นเดียวกับที่บ่อยครั้งทำให้ “บิ๊กตู่” และ “บิ๊กป๊อก”

       “ร.อ.ธรรมนัส” กำลังทำในสิ่งที่ครั้งหนึ่ง “บิ๊กโจ๊ก” พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เคยทำให้ “บิ๊กป้อม” ไม่ว่าจะ “บนดิน” และ “ใต้ดิน”

        อาจเรียกได้ว่า เป็น “มือขวา” และ “เส้นเลือดใหญ่”

                ดังที่เจ้าตัวเคยเปรียบเทียบว่า มีคนต้องการทำลายเขา เพื่อจะให้รัฐบาลสั่นคลอน

        ทุกวันนี้แม้นักการเมืองในพรรคพลังประชารัฐจะมีหลายคน แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า “ผู้กองมนัส” คือคนที่ 3 ป. “ไว้ใจ-เชื่อใจ-เชื่อมือ” มากที่สุด

                 เรียกว่า เป็นคนที่ทำให้ทุกๆ อย่าง

        การไม่มี ร.อ.ธรรมนัส ในรัฐบาลและพรรคพลังประชารัฐ มันไม่ใช่ผลกระทบแค่สูญเสียตำแหน่ง แต่จะทำให้มือทำงานหายไป ซึ่งแน่นอนว่า การขุดคุ้ยอดีตของเขาจะไม่หยุดเพียงเท่านี้

                 ในบทบาท “มือประสานสิบทิศ” ตัวเขาจะต้องรับบทบาทใหม่เพิ่มเข้าไปอีก นั่นคือ “ตำบลกระสุนตก” คู่กับ “บิ๊กป้อม” ที่โดนมาตลอดก่อนหน้านี้.

        


ทฤษฎี "ตาบอดไม่กลัวเสือ" ของทักษิณ ทำให้พรรคการเมืองหนึ่ง ได้ครองอีสานมาร่วม ๒ ทศวรรษ

'สารอันตรายกับสายน้ำท่วม'
'เส้นทาง ๒ มิติ' รอ.ธรรมนัส
เฉพาะกับ "พระมหากษัตริย์"
ว่าด้วย 'บุญคุณและเอื้ออาทร'
น้ำครำตรวจสอบน้ำเน่า
น้ำท่วม 'อย่าเอาแต่ดู' ต้องทำ