'ธรรมนัส'เคลียร์ปมสื่อออสเตรเลียขุดคดีเก่า ยันไม่เคยรับสารภาพ-กักขัง8เดือน


   

11 ก.ย.62 - เมื่อเวลา 13.00 น.  ที่รัฐสภา เกียกกาย มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯ คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ซึ่งช่วงกระทู้ถามสดด้วยวาจา พล.ต.ท.วิศณุ ม่วงแพร่ศรี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ถามพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กรณีความเหมาะสมในการแต่งตั้ง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ให้ดำรงตำแหน่งรมช.เกษตรและสหกรณ์ เนื่องจากก่อนการแต่งตั้งมีการทักท้วงจากหลายฝ่าย 

พล.ต.ท.วิศณุ กล่าวว่า ร.อ.ธรรมนัส ก็ออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการขนยาเสพติดเข้าประเทศออสเตรเลีย แต่ล่าสุดสื่อออสเตรเลียมีรายงานพิเศษเรื่องจากผู้ร้ายสู่รัฐมนตรี หรือ จากซาตานสู่เสนาบดี ในรายงานดังกล่าวปรากฎคำรับสารภาพ คำให้การของตำรวจ และรายงานการดักฟังทางโทรศัพท์ ซึ่งมีรายละเอียดมากมายว่าร.อ.ธรรมนัส เกี่ยวข้องแน่นอน จึงขอสอบถามนายกฯ ว่าได้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวอย่างไร เหตุใดจึงไม่พบข้อเท็จจริงตามสื่อออสเตรเลียรายงาน หรือว่าตรวจสอบพบแล้วมีการปกปิดช่วยเหลือกัน และนายกฯจะรับผิดชอบอย่างไร หากร.อ.ธรรมนัส ถูกตัดสินจำคุก นายกฯจะถือเป็นความผิดร้ายแรงปรับออกจากครม.หรือไม่ หรือเห็นเป็นเรื่องปกติ 

พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ ประท้วงให้ประธานในที่ประชุมวินิจฉัย ว่าผู้อภิปรายสามารถนำเอกสารข่าวมาอ่านได้หรือไม่ ซึ่งนายศุภชัย วินิจฉัยว่าเนื่องจากพล.ต.ท.วิศณุ ไม่ได้นำเอกสารให้ประธานฯตรวจสอบก่อน จึงไม่อนุญาตให้อ่านเอกสารข่าวดังกล่าวต่อ

จากนั้น ร.อ.ธรรมนัส ชี้แจงว่า คดีของตนไม่มีคำพิพากษา ตนเป็นแค่เด็กตัวเล็กๆจากบ้านนอกจาก จ.พะเยา ไปนครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ภาษาอังกฤษยังพูดไม่รู้เรื่องเลย ตนไม่เคยรับสารภาพว่าขนยา ค้ายา หรือนำเข้ายาเสพติด หากเป็นข้อเท็จจริงไปเอามาเลยว่าตนรับสารภาพตรงไหน ตนชี้แจงมาหลายครั้งแล้ว ยังมาถามอีกว่าตนติดคุก 8 เดือนหรืออะไร

“เขาเรียกว่ากระบวนการพรีบาร์เกนนิ่ง หรือ การรอการตัดสิน ผมไม่ได้เข้าสู่กระบวนการสืบสวน ไต่สวนอะไรเลย ผมถูกกักขัง 8 เดือน หลังจากนั้นเมื่อเข้าสู่กระบวนการพรีบาร์เกนนิ่ง ผมถูกส่งไปอยู่ฟาร์มดูแลผู้ต้องขังเยาวชนที่เกเร ประมาณ 6 เดือน ผมกลับมาที่นครซิดนีย์อีกครั้งออกไปทำงานทุกเช้า ผมใช้ชีวิตแบบนี้ 4 ปี สิ่งนี้ผมเคยชี้แจงมาหมดแล้ว อัยการของนครซิดนีย์ ผู้พิพากษาท้องถิ่นเวลานั้น บอกว่าผมต้องมีหน้าที่เป็นพยานให้ผู้ถูกกล่าวหาอีกคนซึ่งเป็นชาวต่างชาติ เมื่อครบ 4 ปี ผมไม่คิดอยากกลับประเทศไทย อยากใช้ชีวิตกับครอบครัวที่ประเทศออสเตรเลีย แต่สุดท้ายก็กลับมาโดยไม่มีคดีติดตัว กระบวนการคืออยู่จนจบวาระการเป็นพยาน คือ 4 ปีคดีจึงจบ คดีนี้ท้ายที่สุดผู้ต้องหาที่เป็นชาวต่างชาติได้รับการยกฟ้อง ผมได้ชี้แจงหลายครั้งแล้ว” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว 

ร.อ.ธรรมนัส ชี้แจงว่า ชีวิตของตนผ่านพระราชกฤษฎีกา และพ.ร.บ.ล้างมลทิน มากี่ฉบับแล้ว อยากให้ตนย้อนกลับไปอดีต หรืออยากเห็นตนอยู่กับวันนี้และอนาคต วันนี้ถือว่าโชคดีที่สุดที่ได้เข้ามาชี้แจงเรื่องนี้ในอดีตซึ่งผ่านมาเกือบ 30 ปี ตนจะไม่ให้อดีตมาทำลายอุดมการณ์ที่จะทำงานเพื่อบ้านเมืองและประชาชน ไม่ว่าอุปสรรคจะใหญ่ขนาดไหน ตนให้สัญญากับตวเองว่าจะทำงานเพื่อทดแทนคุณแผ่นดิน ทำงานเพื่อเสาหลักของบ้านเมือง คือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ตนจะไม่อยู่กับเรื่องเก่าๆที่เป็นฝันร้าย ฝันร้ายนั้นต้องหายไปจากชีวิตของตน หากใครสงสัยเรื่องนี้ไปถามส่วนตัวได้ จากนี้ตนจะเอาจริงเอาจังเรื่องการบังคับใช้กฎหมายไม่ว่าใครก็ตามที่พาด.