เด็กปชป.เปรียบ'บิ๊กตู่'ตั้ง'ธรรมนัส'เป็นรมต. ไม่ต่างจาก'แม้ว'ขายหุ้นไม่เสียภาษี!


   

12 ก.ย.62 - นายเชาว์ มีขวด ทนายอาสา อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กมีเนื้อหาดังนี้

มลทินของร้อยเอกธรรมมนัส คือความมัวหมองของรัฐบาลประยุทธ์ สู่ความมืดมนปฏิรูปการเมือง"

ผมเคยวิจารณ์ร.อ.ธรรมมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ ในช่วงก่อนรับตำแหน่งรัฐมนตรี หลังจากที่ออกมาชี้แจงกรณีถูกกล่าวหาคดีพัวพันยาเสพติดที่ออสเตรเลีย ที่อ้างว่าไม่ได้เกิดจากการกระทำผิดในคดีค้ายาเสพติด เพียงแต่ไปอยู่ผิดที่ผิดเวลา จึงถูกข้อหารู้ว่ามียาเสพติดแต่ไม่แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจรับทราบ จนถูกควบคุมตัวนาน 8 เดือนและเป็นความผิดลหุโทษ ว่า ความผิดที่ต้องติดคุกนาน 8 เดือน ไม่ใช่ความผิดลหุโทษ เพราะนิยามความผิดลหุโทษตามป.อาญามาตรา 102 กำหนดไว้ว่าเป็นความผิดซึ่งต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนี่งหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ทำให้มีข้อกังขาเกี่ยวกับธรรมาภิบาลของผู้นำรัฐบาลที่ตั้งบุคคลที่มีประวัติเช่นนี้เข้ามาเป็นรัฐมนตรี สะท้อนว่าผู้มีอำนาจไม่ได้คำนึงถึงคุณธรรมจริยธรรมเพียงพอในการแต่งตั้งรัฐมนตรี โดยมีการอ้างกฎหมายไทยว่า ร้อยเอกธรรมมนัสไม่ขาดคุณสมบัติที่จะเป็นรัฐมนตรี เท่ากับอ้างกฎหมายแต่ละทิ้งคุณธรรมจริยธรรม ไม่แตกต่างจากกรณีนายทักษิณ ชินวัตร ขายหุ้นไม่เสียภาษีแล้วนายสุวรรณ วลัยเสถียร ออกมาอธิบายว่า ไม่ผิดกฎหมายแต่ไม่ขออธิบายเรื่องจริยธรรม ล่าสุดมีการนำเสนอรายงานสืบสวนสอบสวนของหนังสือพิมพ์ซิดนีย์มอร์นิงเฮรัลด์ และหนังสือพิมพ์ดิเอจ ของออสเตรเลีย เผยแพร่รายละเอียดในบันทึกคดีของตำรวจและศาลออสเตรเลีย ซึ่งมีเนื้อหาเป็นหนังคนละม้วนกับสิ่งที่ร้อยเอกธรรมมนัสชี้แจงกับสังคมไทย โดยมีข้อเท็จจริงที่แตกต่างกันอยู่ 3 ประเด็นคือ

1. สื่อออสเตรเลียระบุว่าคดีของร้อยเอกธรรมนัสเป็นความผิดฐานสมรู้ร่วมคิดกับแก๊งอาชญากรลักลอบนำเข้าและค้าเฮโรอีน 3.2 กิโลกรัม แต่ร้อยเอกธรรมมนัสเคยชี้แจงว่าเป็นความผิดจากการที่รู้ว่ามียาเสพติดแต่ไม่แจ้งเจ้าหน้าที่ 2. สื่อออสเตรเลียระบุว่าโทษที่ร้อยเอกธรรมมนัสถูกตัดสินคือโทษจำคุกในเรือนจำออสเตรเลีย 4 ปี แต่ร้อยเอกธรรมมนัสให้ข้อมูลกับสังคมไทยว่าถูกควบคุมตัวเพียงแค่ 8 เดือน และ 3. สื่อออสเตรเลียระบุว่าร้อยเอกธรรมมนัสถูกเนรเทศในปี 2540 ทันทีที่พ้นโทษ แต่ร้อยเอกธรรมมนัสบอกว่าหลังพ้นโทษยังใช้ชีวิตอยู่ที่ออสเตรเลียนาน 4 ปี ก่อนจะถูกส่งตัวกลับประเทศไทย เพราะนายกเทศมนตรีนครซิดนีย์ ไม่ต้องการให้คนเอเชียที่ตั้งตัวเป็นกลุ่มก้อนไม่มีที่พักพิงเป็นหลักแหล่งอยู่

นายเชาว์กล่าวว่าจากข้อมูลทั้ง 2 แหล่งมี 3 ประเด็นที่ไม่ตรงกันโดยสิ้นเชิง ร้อยเอกธรรมมนัสและรัฐบาลโดยเฉพาะพลเอกประยุทธ์จึงควรทำเรื่องนี้ให้กระจ่างไม่ว่าวิธีพิสูจน์ความจริงด้วยการนำคำพิพากษาศาลออสเตรเลียมาเปิดเผย แทนการชี้แจงด้วยวาจาเหมือนที่กำลังทำอยู่ในเวลานี้ และไม่ควรจบปัญหาง่าย ๆ ด้วยวิธีโยนกันไปมา

“ขอเรียกร้องไปยังพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่พูดเสมอว่าตัวเองเป็นคนดีให้ทบทวนบุคคลที่ตัวเองแต่งตั้งว่ามีความเหมาะสมที่จะทำงานในฐานะรัฐมนตรีหรือไม่ หากไม่มีความเหมาะสมก็ควรปรับเปลี่ยน ไม่เช่นนั้นมลทินที่ติดตัวร้อยเอกธรรมมนัสจะไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่จะแผ่ขยายสร้างความมัวหมองให้รัฐบาลชุดนี้ ซึ่งพลเอกประยุทธ์ในฐานะผู้นำรัฐบาลจะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ เพราะเป็นผู้แต่งตั้งร้อยเอกธรรมนัสให้เป็นรัฐมนตรีมากับมือ ที่สำคัญการปฏิรูปการเมืองที่ทุกคนเพรียกหามีแต่จะมืดมนลงทุกขณะ” นายเชาว์ กล่าว.


ผมผิดอะไร?...........ฟัง "ทอน" แถลงข่าวก็ได้ข้อสรุปไม่ใช่เรื่อง "อยู่เป็น" หรือ "อยู่ไม่เป็น" แล้วล่ะ        อยู่ไปก็ไลฟ์บอยซะมากกว่า 

"ทอน-บุตร" ประเทศกูมี
"๓.๖ ล้าน" สู่วีรชนลำพะยา
คนของ 'แม้ว-ปู' จะปราบโกง
ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว