อุบลฯวิกฤติ‘น้ำท่วม-โจรชุม’


เพิ่มเพื่อน    

  อุบลฯ ยังวิกฤติ เจอน้ำท่วมไม่พอ   โจรยังชุมอีก ผู้ว่าฯ สั่งจัดชุดเจ้าหน้าที่ในการออกลาดตระเวน เร่งสำรวจพื้นที่ต้องการความช่วยเหลือ ผันน้ำลงแม่โขง "บิ๊กตู่" ใช้โซเชียลฯ แจ้งข่าวระดมทุกหน่วยงานลงพื้นที่ เปิดสายด่วน 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อไทยแจกไปด่าไป "สมพงษ์" บอกชาวบ้านพรรคบางพรรคแม้จะแจกเงินให้มาเป็นรับแต่อย่าไปกาให้พรรคนั้น

    เมื่อวันที่ 14 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี โดยในช่วงเช้าปริมาณน้ำในแม่น้ำมูลมีอัตราลดลง 1 เซนติเมตร วัดที่สถานีวัดน้ำ M7 สะพานเสรีประชาธิปไตย อยู่ที่ระดับ 10.94 เมตร ระดับน้ำ +115.96 ม.รทก. อัตราการไหล 5,250.00 ลบ.ม./วินาที ขณะที่ห้วยสะคามแม่น้ำโขง ระดับน้ำ +102.58 ม.รทก. ลดลงจากเมื่อวาน 20 เซนติเมตร ระดับน้ำมูลที่เขื่อนปากมูลสูงกว่าระดับแม่น้ำโขงที่ห้วยสะคาม 1.90 ม. การผลักดันน้ำยังสามารถไหลได้สะดวก
    จังหวัดอุบลราชธานี ยังมีพื้นที่น้ำท่วมอยู่ที่ 13 อำเภอ มี 5 อำเภอที่อยู่ในสถานการณ์เฝ้าระวัง คืออำเภอเมืองฯ, วารินชำราบ, ตาลสุม, พิบูลมังสาหาร, สว่างวีระวงศ์ โดยล่าสุดหัวมวลน้ำกำลังเข้าสู่พื้นที่พิบูลมังสาหาร ซึ่งมีชุมชนเมืองอยู่ริมแม่น้ำมูล โดยทางจังหวัดอุบลราชธานีได้ติดตามสถานการณ์เฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง และให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด
          นายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี แถลงว่า ปัจจุบันนี้เป็นช่วงที่ต้องเข้าไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมสูงริมแม่น้ำมูล และจัดชุดเจ้าหน้าที่ในการออกลาดตระเวนเฝ้าระวังกลุ่มคนร้ายที่เข้าไปลักทรัพย์ของประชาชนที่ไม่อยู่ในบ้าน และการสำรวจว่าพื้นที่ไหนต้องการความช่วยเหลือด้านอาหาร น้ำ และยารักษาโรค จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลง ในส่วนของการช่วยเหลือด้านอาหาร น้ำ และอุปกรณ์เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค ขณะนี้มีหลายองค์กร ทั้งเอกชนและหน่วยงานภาคประชาชนได้ร่วมกันบริจาคไปตามชุมชนต่างๆ ที่เป็นจุดอพยพ
     โดยที่ชุมชนวัดแกะแก้วคูณดี ต.แจระแม อ.เมืองอุบลราชธานี ซึ่งถูกน้ำท่วมสูงมาตั้งแต่ช่วงแรกๆ ขณะนี้พระภิกษุจำนวนกว่า 10 รูป ไม่สามารถอาศัยอยู่ในวัดได้ ดร.กฤษณา หาระสาร ประธานผู้จัดการบริษัทคีรีแทรเวล จำกัด และบริษัท ยานนาเวนเจอร์ฯ ซึ่งเป็นโยมอุปถัมภ์ของวัด ได้นิมนต์พระภิกษุขึ้นมาอาศัยที่บริเวณห้างไทวัสดุเป็นการชั่วคราว และนำอาหาร น้ำดื่มไปถวาย เพื่อเป็นการดำรงชีพในช่วงน้ำท่วมนี้
     สำหรับเส้นทางการจราจรขณะนี้ ทางจังหวัดได้เร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำและวางกระสอบทรายป้องกันน้ำท่วมพื้นที่ในเมืองอุบลราชธานี ที่มีน้ำท่วมขังในถนนสายหลักอุบลราชธานี-ศรีสะเกษ เพื่อให้ประชาชนสามารถสัญจรไป-มาได้สะดวกมากขึ้น ส่วนถนนเส้นทางอุบลราชธานี-ยโสธร เปิดให้ประชาชนสัญจรไปมาได้แล้ว 2 ช่องทางจราจร ทั้งนี้ จังหวัดอุบราชธานีได้ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำที่อำเภอพิบูลมังสาหาร จำนวน 60 เครื่อง และเพิ่มการติดตั้งที่อำเภอโขงเจียม อีกจำนวน 100 เครื่อง รวมทั้งหมด  160 เครื่อง เพื่อเร่งระบายน้ำลงสู่แม่น้ำโขง
นายกฯ สั่งช่วยประชาชน
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chon-o-cha โดยแสดงความห่วงใยประชาชนที่ประสบอุทกภัยในหลายพื้นที่ว่า 
    "วันนี้ยังคงมีน้ำท่วมในหลายพื้นที่ ผมกำชับ หน่วยงานต่างๆ เร่งให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง เร่งจัดชุดบรรเทาสาธารณภัย ชุดหมอเดินเท้า เข้าดูแลผู้ได้รับผลกระทบ มีการจัดรถเคลื่อนย้าย เรือท้องแบน เครื่องผลักดันน้ำ เครื่องสูบน้ำและเครื่องมือต่างๆ เข้าช่วยบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนที่เดือดร้อน ต้องการความช่วยเหลือโทร.สายด่วน 1784 เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงครับ"
    ที่โรงเรียนจันทรทรุเบกษาอนุสรณ์ ต.เกษตรวิสัย อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมคณะ อาทิ นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์, นายบุณย์ธีร์ พานิชประไพ เลขานุการ รมว.พาณิชย์, นายไชยยศ จิระเมธากรณ์ รองหัวหน้าพรรค ปชป.ภาคอีสาน ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและพบปะเกษตรกรที่ได้ผลกระทบจากพายุโพดุล พร้อมทั้งมอบถุงยังชีพเครื่องอุปโภคบริโภคให้แก่พี่น้องประชาชนผู้ประสบภัยที่โรงเรียนจันทรทรุเบกษาอนุสรณ์ ต.เกษตรวิสัย อ.เกษตรวิสัย
         โดยทันทีที่เดินทางถึงที่จัดงาน นายจุรินทร์ได้เดินเข้าไปทักทายถามสารทุกข์สุกดิบนักเรียน คณะครูและพี่น้องเกษตรกรที่รอฟังนโยบายอย่างใกล้ชิดและเป็นกันเอง
        จากนั้นนายจุรินทร์ได้เป็นประธานการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับนโยบายประกันรายได้เกษตรกรของรัฐบาล โดยมีเกษตรกร ตัวแทนเกษตรกรจาภาคอีสาน อาทิ ร้อยเอ็ด มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ยโสธร สุรินทร์ และศรีสะเกษประมาณ 1,000 คน เข้ารับฟังและแสดงความคิดเห็น
      รองนายกฯ กล่าวว่า วันนี้ตั้งใจมาเยี่ยมพี่น้องผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยนำถุงยังชีพเครื่องอุปโภคบริโภคจากมูลนิธิควงอภัยวงศ์ จำนวน 2,000 ชุด มาช่วยเหลือและให้กำลังใจพี่น้องผู้ประสบภัย ส่วนอีกเรื่องที่ตั้งใจมาบอกคือนโยบายประกันรายได้เกษตรกร กล่าวคือ กระทรวงพาณิชย์ ภายใต้การนำของตนมีนโยบายร่วมกับภาคเอกชนในการผลักดันการส่งออกข้าวไทยให้ได้มากที่สุด เพื่อนำเงินที่ได้นั้นมาให้ถึงมือของชาวนาไทยทุกคน โดยนโยบายประกันรายได้ประกาศชัดในนโยบายรัฐบาลว่าจะมีการประกันพืชเกษตร 5 ประเภท ข้าว ยางพารา ปาล์ม มันสำปะหลัง ข้าวโพด
ปูพรม"ประกันราคา"
          โดยข้าวแบ่งออกเป็น 5 ประเภท ข้าวเปลือกหอมมะลิ ประกันรายได้อยู่ที่ 15,000 บาทต่อตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 14 ตัน, ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ประกันรายได้อยู่ที่ 14,000 บาทต่อตัน ไม่เกิน 16 ตัน, ข้าวเปลือกหอมเจ้า ประกันรายได้อยู่ที่ 10,000 บาทต่อตัน ไม่เกิน 30 ตัน, ข้าวเปลือกหอมปทุม ประกันรายได้อยู่ที่ 11,000 บาทต่อตัน ไม่เกิน 25 ตัน, ข้าวเปลือกเหนียว ประกันรายได้อยู่ที่ 12,000 บาทต่อตัน ไม่เกิน 16 ตัน ซึ่งชาวนาไทยจะมีรายได้ 2 ทาง 1.รายได้จากการขายข้าวตามราคาตลาด 2.เงินส่วนต่างที่รัฐบาลประกันให้โดยโอนเข้าบัญชีโดยตรงผ่านธนาคาร ธ.ก.ส.
          นายจุรินทร์กล่าวด้วยว่า หากจะมีคำถามว่าชาวนาที่ปลูกข้าวแล้วเกิดน้ำท่วม ภัยแล้ง ภัยธรรมชาติ จนนาล่ม จะได้เงินส่วนต่างนี้หรือไม่ คำตอบคือได้ และอาจมีคำถามว่า ถ้าชาวนาปลูกข้าวเพื่อเก็บไว้กิน จะได้เงินส่วนต่างนี้หรือไม่ คำตอบคือได้แต่ชาวนาจะต้องไปขึ้นทะเบียนภายในวันที่ 31 ต.ค.นี้และจะมีการจ่ายส่วนต่างล็อตแรกในวันที่ 15 ต.ค.นี้
         ทั้งนี้ ภายหลังกล่าวเปิดงาน นายจุรินทร์ยังเป็นประธานมอบทุนการศึกษาแก่นักเรียนจำนวน 180 ทุนให้แก่ 18 โรงเรียน มอบเครื่องดนตรีแก่โรงเรียนจันทรุเบกษาอนุสรณ์ มอบอุปกรณ์การกีฬาแก่นักเรียนและโรงเรียน มอบอุปกรณ์การแพทย์แก่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลดงครั่งน้อย มอบอุปกรณ์เพื่อการทำนา (ตาข่ายตากข้าว) ให้แก่ชุมชนเกษตรกร และเยี่ยมชมนิทรรศการกิจกรรมสาธิตจากชุมชนเกษตรด้วย
    นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงที่พรรคประชาธิปัตย์ ถึงการลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาอุทกภัยในหลายพื้นที่ว่า  นายจุรินทร์กำชับให้ ส.ส.ของพรรคลงพื้นที่ช่วยเหลือ และร่วมลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ภาคอีสาน เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วม ขณะเดียวกันมูลนิธิ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ร่วมบริจาคข้าวสารอาหารแห้งและถุงยังชีพช่วยเหลือประชาชนด้วย
    ด้าน น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ นำนมกล่อง กระดาษชำระ ยารักษาโรค น้ำดื่ม และอาหารสำเร็จรูป ขึ้นรถบรรทุก เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ จ.อุบลราชธานี ซึ่งกำลังเผชิญกับน้ำท่วมหนักสุดในรอบ 17 ปี ประชาชนใน 25 อำเภอได้รับผลกระทบ ถือเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในเบื้องต้น
          น.ส.วทันยากล่าวว่า วันนี้อาสาเป็นศูนย์กลางรวบรวมของอุปโภคบริโภคและสิ่งจำเป็นต่างๆ จากกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจ ภาคเอกชน รวมถึงนมไทยเดนมาร์ค และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงขอขอบคุณทุกคนที่ช่วยสนับสนุนของบริจาค ถือเป็นน้ำใจของคนไทย ที่เวลาทุกข์ยากลำบากไม่เคยทิ้งกัน และช่วยเหลือกันเสมอ
ฝ่ายค้านแจกไปด่าไป
    ที่บ้านหนองหวาย หมู่ที่ 9 ต.ลาดพัฒนา อ.เมืองฯ  จ.มหาสารคาม นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยตัวแทน 7 พรรคฝ่ายค้าน อาทิ นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเพื่อไทย, นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย, นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่, นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย, นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย, นายสุพจน์ อาวาส โฆษกพรรคประชาชาติ, นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย ร่วมนำ 7 พรรคฝ่ายค้านทำกิจกรรมฝ่ายค้านเพื่อประชาชนสัญจร ครั้งที่ 2 จ.มหาสารคาม โดยเยี่ยมให้กำลังใจและมอบถุงยังชีพให้กับประชาชนบ้านหนองหวายที่ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่นาที่ได้รับความเสียหาย โดยมี นพ.กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ร่วมให้ข้อมูลพื้นที่
        นายประเสริฐ วันโพนทอง สมาชิก อบต.บ้านหนองหวาย อ.เมืองฯ จ.มหาสารคาม ได้เป็นตัวแทนประชาชนบ้านหนองหวาย ระบุว่า ขอฝากไปยังฝ่ายค้านขอให้นายกฯ อย่าประกาศห้ามทำนาปรัง และต้องเปิดให้ประชาชนทำนาปรัง พร้อมสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าว และเสนอให้รัฐบาลสนับสนุนปัจจัยการผลิต และประกันราคาให้ราคาข้าวขึ้น อย่าให้เหมือน 5 ปีที่ผ่านมา แม้น้ำจะท่วมนาข้าวเสียหายและมีฝ่ายค้านมาเยี่ยมชาวบ้านบ้านหนองหวาย
       นายสมพงษ์ระบุว่า ตนรับรู้ว่าพื้นที่บ้านหนองหวายเป็นพื้นที่ต่ำ ทำให้น้ำมาท่วมรวมกันในที่แห่งนี้เป็นเวลาหลายเดือน จึงขอเพิ่มปั๊มน้ำอีก 4 เครื่องให้ชลประทานจังหวัด และตนจะคอยบอกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องให้ช่วยสนับสนุนการแก้ปัญหาน้ำท่วมให้กับ จ.มหาสารคาม
         "พรรคบางพรรคแม้จะแจกเงินให้มาเป็นรับ แต่อย่าไปกาให้พรรคนั้น หากนำเม็ดเงินมาใส่ในภาคอีสานมากที่สุด จะทำให้พี่น้องภาคอีสานเลี้ยงตัวเองได้"
    นายสมพงษ์กล่าวว่า ที่มีการบอกห้ามทำนาปรังนั้น จะต้องกำหนดเวลาการทำนาปรังให้มีน้ำทำได้ ส่วนการสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าว จะเรียนไปถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้มาช่วยสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าว พร้อมหวังให้ประชาชนบ้านหนองหวายให้กำลังใจกับฝ่ายค้านด้วย 
    "แม้รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำจะไม่แน่ หลายครั้งเพลี่ยงพล้ำ แสดงว่ารัฐบาลอย่ามั่นอกมั่นใจ เพราะขณะนี้พรรคเล็กพรรคน้อยแตกกระจาย เขาไม่ชอบให้เรียกพรรคลิง หากมีการเลือกตั้งก็ขอให้ช่วยสนับสนุน 7 พรรคฝ่ายค้าน"
         ต่อมา นายสมพงษ์พร้อมตัวแทน 7 พรรคฝ่ายค้าน เดินทางไปที่บ้านใคร่นุ่น ต.มะค่า อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม เพื่อมอบถุงยังชีพให้กับประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม โดยพื้นที่ดังกล่าวมีนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทยรับผิดชอบ
         จากนั้นคณะ 7 พรรคฝ่ายค้านได้ขึ้นรถอีแต๋นไปสำรวจดูนาข้าวภายในบ้านใคร่นุ่น ซึ่งถูกน้ำท่วมจนได้รับความเสียหาย เนื่องจากประตูระบายน้ำระบายน้ำไม่ทัน
ซัด"บิ๊กตู่"ไปผิดภาค
    นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย  กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.นครศรีธรรมราช และ จ.สุราษฎร์ธานี ว่า พล.อ.ประยุทธ์จะเลือกไปแต่ที่ที่ชอบ หรือเข้าใจว่ามีแต่คนรัก ก็เป็นสิทธิ์ แต่การเลือกลงพื้นที่ภาคใต้ ในขณะที่เกิดปัญหาวิกฤติน้ำท่วมใหญ่ในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือหลายจังหวัด จนกระทบต่อจีดีพีภาคการเกษตรพื้นที่ผลิตข้าวหอมมะลิ ข้าวเหนียวเสียหายอย่างหนัก ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งสูง 
    ประชาชนอาจสงสัยว่า พล.อ.ประยุทธ์จัดลำดับความสำคัญของการแก้ไขปัญหาวิกฤติอย่างไร รัฐบาลจะแก้ไขปัญหาน้ำท่วมใหญ่แบบลูบหน้าปะจมูกไม่ได้ ควรตั้งวอร์รูมบูรณาการจัดการแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างใกล้ชิด และเป็นรูปธรรมมากกว่านี้ วิธีการโทษรัฐบาลเก่า ก็ไม่สามารถทำได้แล้ว เพราะพล.อ.ประยุทธ์อยู่มา 5 ปี จะปฏิเสธอย่างไรก็ไม่พ้นความรับผิดชอบของท่านไปได้
    นายอนุสรณ์กล่าวว่า ขณะเดียวกัน ไม่แน่ใจว่านายกรัฐมนตรีซ้อมลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจไกลๆ เพื่อที่วันที่ 18 ก.ย. จะได้ขยายภาพว่าภารกิจเยอะมากจนอาจกระทบต่อการไปชี้แจงต่อสภา ในการอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ ตามมาตรา 152 กรณีการถวายสัตย์ปฏิญาณตนไม่ครบถ้วนหรือไม่ เพราะเริ่มเห็นกำหนดการของ พล.อ.ประยุทธ์ว่ามีภารกิจก่อนไปชี้แจงสภา ซึ่งหากที่สุดไม่สามารถเดินทางไปตอบคำถามได้ จะสวนทางกับสิ่งที่นายกรัฐมนตรีบอกตลอดว่า ไม่กลัวสภา ไม่กลัวการตรวจสอบ
     ด้านนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค อนาคตใหม่ โพสต์เฟซบุ๊ก“Thanathorn Juangroongruangkit ”ระบุว่า ผมขอส่งความห่วงใยและให้กำลังใจไปถึงพี่น้องที่ประสบอุทกภัย โดยเฉพาะชาวอุบลราชธานี ที่ยังได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมมาหลายวัน ตอนนี้ทีมงานอนาคตใหม่ได้ทำงานอย่างหนักเพื่อร่วมช่วยเหลือบรรเทาความทุกข์ร้อนเฉพาะหน้า และหากน้ำลดแล้ว ก็ยังจะต้องเข้าไปช่วยฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ไม่ว่าจะเป็นการสำรวจเพื่อชดเชยความเสียหาย การซ่อมแซมบ้านเรือนและพื้นที่-เครื่องมือทำมาหากินที่ได้รับความเสียหาย ฯลฯ "
    และที่สำคัญที่สุด ในฐานะพรรคการเมือง เราจำเป็นจะต้องทำการบ้านอย่างหนัก เพื่อแสวงหามาตรการในการแก้ไขปัญหาระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นระบบการจัดการน้ำ ระบบการจัดการภัยพิบัติ เพื่อป้องกันชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนจากภัยพิบัติแม้พายุโพดุลและคาจิกิจะผ่านไปแล้ว แต่สถานการณ์น้ำท่วมที่อุบลราชธานียังคงหนักอยู่ในหลายพื้นที่ มีผู้ได้รับผลกระทบนับแสนคนในทั้ง 25 อำเภอของอุบลราชธานี มีเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆ อาสาสมัคร รวมทั้ง ส.ส.และคณะทำงานของพรรคอนาคตใหม่ ที่ยังคอยทำงานอย่างแข็งขันเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอยู่ในพื้นที่พรรคอนาคตใหม่ จึงอยากขอให้เราทุกคนช่วยเหลือผู้ที่ประสบภัยตามกำลังที่เราสามารถทำได้.


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"