อันตรายของโซเชียลมีเดีย


   

 

ไม่ได้เกาะติด เฝ้าติดตามคดีเสือดำ-เปรมชัย เหมือนอย่างใครต่อใครเขา...เลยไม่รู้ว่าท่านพลตำรวจเอก ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ท่านไปทำอะไรให้ โซเชียลมีเดีย เขาไม่ถูกใจ ชอบใจ ถึงขั้นต้องติดอะไรก็ไม่รู้ที่เรียกๆ ว่า แฮชแท็ก ว่า ไม่เอาศรีวราห์ เอาเลยถึงขั้นนั้น...

                                                    ------------------------------------------------
    คือเท่าที่ดูบุคลิก ลีลา ไปจนถึง โหงวเฮ้ง เอาเลยก็ยังได้ ตลอดช่วงระยะเท่าที่ผ่านมา ดูๆ ท่านออกจะ เข้าท่า มิใช่น้อย ทั้งเฉียบขาด เฉียบคม แม่นยำในตัวบทกฎหมาย รูปร่าง หน้าตา ก็กระเดียดไปทางคล้ายๆ อดีตอธิบดีกรมตำรวจ ยุคพระเจ้าเหายังใส่กางเกงหูรูด ยุคเดียวกับที่ ท่านขุนน้อย ยังอยู่ในวัยฉะ-กรรจ์อะไรทำนองนั้น คือคล้ายอดีตอธิบดี ศรีสุข มหินทรเทพ ที่ถือได้ว่าเป็น ตำรวจน้ำดี รายหนึ่ง อีกทั้งถ้ามองเลยไปถึงอุปนิสัย ใจคอ การที่ท่านออกมาประกาศแบบตรงไป-ตรงมา ว่าไม่เคยคิดจะฟ้องร้องอดีตผู้บังคับบัญชา อย่างคุณพี่ เสรี เตมียาเวส (ที่เปลี่ยนชื่อกลับไป-กลับมาว่าอะไรก็จำไม่ได้ซะแล้ว) แม้จะ ใส่ ท่านแบบชนิดสุดฤทธิ์ สุดหลอด อันนี้...ต้องถือว่า เข้าท่า มิใช่น้อย ประเภทออกไปทาง ไม่ฆ่าน้อง-ไม่ฟ้องนาย-ไม่ขายเพื่อน อะไรประมาณนั้น...
                                                   ---------------------------------------------------
    และการที่ท่านถูกมอบหมายให้ทำคดีอะไรต่อมิอะไร อันเป็นที่สนใจของสังคมมาโดยตลอด ถ้าจะมีอะไรผิดๆ พลาดๆ คงต้องไปโทษ ผู้บังคับบัญชา ของท่านนั่นแหละ ที่ชอบป้อนคดีทำนองนี้ ให้ท่านต้องกลายสภาพเป็น ตัวล่อเป้า ของสังคมไปโดยปริยาย หรือแม้ว่าคดีนั้นๆ อาจต้องพลิกขวา-พลิกซ้ายไปตามสภาพ แต่จะไปเหมากล่าวโทษตัวท่านโดยลำพัง ก็คงลำบาก เพราะมันคงต้องเกี่ยวพันไปถึงเรื่อง นโยบาย ไม่ใช่เรื่องที่ ผู้ปฏิบัติ ล้วนๆ จะสามารถพลิกขวา-พลิกซ้ายไปได้ซะทั้งหมด ดังนั้น...การที่ โซเชียลมีเดีย ผนึกกำลังกันไล่เหยียบ ไล่กระทืบท่าน อย่างชนิดออกหน้า ออกตาเช่นนี้ มันเลยออกจะไม่ถึงกับ แควร์ มากมายซักเท่าไหร่นัก...
                                                     ----------------------------------------------------
    คือโดย คุณลักษณะของเหล่า ของ โซเชียลมีเดีย นั้น...คงต้องยอมรับว่า บทจะดี...ก็ดีใจหาย บทจะร้าย...ก็ร้ายเหลือ เรียกว่า...ถ้าหากดีกับใคร รักใคร ชอบใคร ก็แทบจะ แหกทวารดม ชนิดวันละ 3 เวลาหลังอาหาร บางครั้ง บางครา เล่นเอาแทบอ้วกแตก หรือทำให้ ความดี ออกไปทาง ดีซ่าน เอาง่ายๆ ส่วนถ้าเกลียดใคร โกรธใคร ไม่ชอบใคร อันนี้...ต้องยอมรับว่า ชั่งเป็นอะไรที่น่ากลัว น่าสยดสยอง เอามากๆ เหี้ยมโหด อำมหิต ผิดมนุษย์มนา เผลอๆ...อาจหนักหนา สาหัส ยิ่งกว่า น้องเปรี้ยวหั่นศพ ไม่รู้กี่สิบกี่ร้อยเท่า คือ น้องเปรี้ยว นั้น...อาจทำไปโดยไม่ได้วางแผน ไม่ได้รู้ตัว แต่สำหรับบรรดาโซเชียลทั้งหลาย ที่แม้รู้ทั้งรู้ รู้มาก รู้เยอะ รู้ทุกเรื่อง ไปซะแทบทุกราย แต่จะหาสิ่งที่เรียกว่า ความเมตตา สำหรับแวดวงโซเชียลนั้น ต้องเรียกว่า...หายากซ์ซ์ซ์เอามากๆ เผลอไปเข้าทางตีน เข้าทางเท้า ขึ้นมาเมื่อไหร่ ย่อมมีแต่ตาย...กับ...ตายลูกเดียวเท่านั้นเอง...
                                                       ---------------------------------------------------
    ด้วยเหตุเพราะ คุณลักษณะ ที่ว่านี้...มันเกิดจากการออกแบบ ดีไซน์ ของ เทคโนโลยี มาตั้งแต่แรกนั่นแหละ คือมันสามารถสื่อถึงกันได้แบบรวดเร็วยิ่งกว่าโทรศัพท์ หรือโทรเลข แต่สามารถแพร่กระจายสิ่งที่มันสื่อออกมาได้กว้างขวางไม่น้อยไปกว่าโทรทัศน์ หรือวิทยุ และที่สำคัญเอามากๆ ก็คือว่า...มันไม่ได้ผนวกเอา ความรับผิดชอบ เข้ามารองรับความเป็นเครื่องมือ ความเป็นอุปกรณ์ เครื่องใช้ เหล่านี้เอาเลยแม้แต่น้อย ขณะที่สามารถนำไปใช้ด่า ใช้กล่าวหา ใช้เพื่อแพร่กระจาย อารมณ์ความรู้สึก ความคิด ความอ่านใดๆ ก็แล้วแต่ แต่มันแทบไม่ต้อง รับผิดชอบ ต่อผลพวงที่ตามมา ไม่ว่าจะดี หรือร้าย ถูกหรือผิด เหมาะ-ไม่เหมาะ ควร-ไม่ควร ไปด้วยกันทั้งสิ้น...
                                                         ------------------------------------------------- 
    ความถูก-ผิด ความดี-ความร้าย ความควร-ไม่ควร...ที่ถูกสื่อออกมาในแต่ละเรื่อง แต่ละกรณี จึงขึ้นอยู่กับตัวตนของผู้ที่คิดจะสื่อนั่นแหละเป็นหลัก และถ้าหากตัวตนนั้นๆ...ไม่คิดจะ รับผิดชอบ หรือไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบขึ้นมาซะอย่างแล้ว ไม่ว่าสิ่งดีๆ หรือสิ่งร้ายๆ ที่ปรากฏอยู่ใน โซเชียลมีเดีย ล้วนแต่สามารถก่อให้เกิด อันตราย ได้ด้วยกันทั้งสิ้น ขึ้นอยู่กับว่าใครจะเอามันไปใช้ในทางไหนก็ย่อมได้ อย่าไปคิดว่าอะไรที่ดีๆ แล้วจะไม่เป็นอันตราย เพราะอย่างที่ ท่านพุทธทาสภิกขุ ท่านเคยเตือนสติเอาไว้ล่วงหน้าขณะที่ท่านยังมีชีวิตอยู่นั่นแหละว่า ชั่วหรือดี...อัปรีย์ด้วยกันทั้งนั้น อะไรประมาณนั้น...
                                                         -------------------------------------------------
    การที่ โซเชียลมีเดีย มีฤทธิ์ มีเดช มากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ในสังคมบ้านเราช่วงระยะหลังๆ ถึงขั้น สื่อกระแสหลัก อย่างสื่อหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ ยังต้องวิ่งไล่กวด ไล่ตาม กระแสโซเชียลมีเดีย ชนิดวันต่อวัน นาทีต่อนาที เอาเลยก็ว่าได้ อันที่จริง...ก็คือภาพสะท้อนให้เห็นถึง อันตรายของสังคม ที่นับวันจะเพิ่มขึ้นๆ อย่างเห็นได้โดยชัดเจน เพราะไม่ว่าสิ่งที่ถูกสื่อออกมาในโซเชียลมีเดียนั้น จะเป็นไปในทางดี ทางร้าย แต่โดยหลักๆ แล้ว...มันออกไปทาง อารมณ์ ด้วยกันทั้งสิ้น ไม่ได้ ตกผลึก ให้เห็นเป็น เหตุผล หรือเป็นสิ่งที่มี ความรับผิดชอบ รองรับเอาไว้ซักเท่าไหร่ ด้วยเหตุนี้...ก็อย่าถึงกับกระเหี้ยนกระหือรือกับสิ่งที่เรียกว่า โซเชียลมีเดีย มากมายเกินไปนัก จะชอบใคร เกลียดใคร จะพิพากษาชี้ขาดตัดสินใครต่อใครที่ต่างก็เป็น เพื่อนมนุษย์ร่วมวัฏสงสาร ไปด้วยกันทั้งสิ้น ก็น่าจะยั้งๆ เอาไว้มั่ง อย่าถึงกับต้องใส่กันแบบสุดฤทธิ์ สุดหลอด แบบร่วมด้วยช่วยกระทืบให้ต้อง ตายทั้งเป็น เปิดโอกาสให้สิ่งที่เรียกว่า กฎหมาย ค่อยๆ วัดตัดสินไปตามสภาพน่าจะเข้าท่ากว่าเป็นไหนๆ...
                                                             ---------------------------------------------
    ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Samuel Johnson... Knowledge without integrity is dangerous and dreadful.-ความรู้ที่ไร้คุณธรรมนั้น เป็นอันตราย และน่ากลัว...
                                                              ----------------------------------------------
 


ในส่วน "ราชอาณาจักร"...........คสช.ปักธงปฏิรูปตั้งแต่ พฤษภา ๕๗ มัวรุ่มร่ามอยู่กับการออกแบบ ๔ ปีผ่านไป "แกะแบบ" ลงมือเป็นเนื้อ-เป็นหนังได้ส่วนเดียว คือ EEC!

หัวหน้าพรรค 'เพื่อไทย' ตัวจริง
ถอดรหัสเลือกตั้ง "ต้นปี ๖๒"
'ใครหัวหน้า' สำคัญกว่าถูกดูด    
แอมเนสตี้ที่ 'สังคมไม่ต้องการ'
อีกก้าวของ 'นายกฯ เผด็จการ'
คสช.คือกบฏแผ่นดิน?