‘บิ๊กตู่’เซฟ‘ค่าโง่คลองด่าน’ ได้หน้า-ตอกการเมืองโกง


   

    ถือเป็นอภิมหากาพย์คดีทางการเมืองไทยคดีหนึ่ง สำหรับโครงการ "ก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน" จ.สมุทรปราการ ที่เริ่มแนวคิดขึ้นในสมัยรัฐบาลชวน หลีกภัย และได้มีการอนุมัติวงเงิน 23,000 ล้านบาท เพื่อเดินหน้าในสมัยรัฐบาลบรรหาร ศิลปอาชา
    โดยมีกลุ่มบริษัท “NVPSKG” ที่ประกอบไปด้วย บริษัท นอร์ทเวสท์ วอเทอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เป็นรัฐวิสาหกิจของอังกฤษ แต่ภายหลังได้ถอนตัวออกไป, บริษัท วิจิตรภัณฑ์ก่อสร้าง จำกัด, บริษัท ประยูรวิศการช่าง จำกัด, บริษัท สี่แสงการโยธา จำกัด, บริษัท กรุงธนเอนยิเนียร์ จำกัด เป็นบริษัทในเครือของวิจิตรภัณฑ์ก่อสร้าง และบริษัท เกตเวย์ ดิเวลลอปเมนท์ จำกัด เป็นผู้รับเหมาแบบเหมารวม หรือ “Turnkey”
    แต่ภายหลังการอนุมัติ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ชี้มูลความผิด นายวัฒนา อัศวเหม รมช.มหาดไทยขณะนั้น เนื่องจากพบว่า มีการกว้านซื้อที่ดินชาวบ้านในท้องที่ด้วยวิธีการข่มขู่ ออกเอกสารสิทธิพื้นที่สาธารณะโดยมิชอบ บางพื้นที่ยังเป็นป่าชายเลน ซึ่งเป็นที่สงวน
    ทำให้ในปี 2546 กรมควบคุมมลพิษ (ค.พ.) ได้มีคำสั่งให้กิจการร่วมค้า “NVPSKG” ยุติการดำเนินโครงการ และระงับการจ่ายเงิน หลังดำเนินการก่อสร้างไปแล้วกว่า 95% คิดเป็นมูลค่าถึง 2 หมื่นล้านบาท ทำให้กลุ่มบริษัท “NVPSKG” ทำการเรียกร้องให้จ่ายเงินที่เหลืออยู่ โดย “อนุญาโตตุลาการ” ได้ตัดสินให้
     “ค.พ.” แพ้คดี!!!!
    แม้รัฐพยายามจะต่อสู้ ด้วยการไปฟ้องต่อยังศาลชั้นต้น และศาลปกครอง แต่ผลสุดท้ายคือ มีการยืนตามคำตัดสินอนุญาโตตุลาการ ทำให้รัฐต้องจ่ายส่วนที่เหลือกว่า 9.6 พันล้านบาท ให้กับกลุ่มบริษัทดังกล่าว จนเรียกขานกันต่อมาว่า 
    “คดีค่าโง่คลองด่าน”!!!
    เพราะนอกจากรัฐจะไม่ได้อะไรแล้ว ยังต้องมาเสียงบประมาณมหาศาลให้กับเอกชน ถือเป็นคดีทุจริตที่สร้างความเสียหายมากที่สุดคดีหนึ่งในประเทศไทย  
    สำหรับการจ่ายเงินให้กับกลุ่มการค้า “NVPSKG” คณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อปี 2558 ในยุคของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มีมติเห็นชอบให้สำนักงบประมาณเบิกจ่ายงบชำระเงินออกเป็น 3 งวด
    งวดแรกวันที่ 21 พ.ย.58 จำนวน 3,174 ล้านบาท งวดที่สอง วันที่ 21 พ.ค.59 จำนวน 2,380 ล้านบาท และงวดที่สาม วันที่ 21 พ.ย.59 จำนวน 2,380 ล้านบาท เพราะต้องปฏิบัติตาม “อนุญาโตตุลาการ” หลังรัฐเป็นฝ่ายแพ้คดี
    ทว่า ในปีเดียวกันกับที่ ครม.มีมติอนุมัติงบประมาณเพื่อใช้ในการจ่ายค่าเสียหาย “บิ๊กตู่” เองก็ได้สั่งการให้ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ติดตามข้อมูลการฟ้องร้องคดีความระหว่างรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นกับบริษัทต่างประเทศหรือในประเทศ คดีความของข้าราชการการเมือง ข้าราชการประจำ ดูทั้งที่รัฐบาลเป็นโจทก์และจำเลย เน้นให้ความสำคัญกับคดีที่มีวงเงินสูงตั้งแต่หลักพันล้านถึงหมื่นล้านบาท ประมาณ 12 คดี เพื่อหาทางต่อสู้เพื่อเป้าหมาย 
    “รักษางบประมาณ”!!!
    1 ใน 12 คดี มี “คดีค่าโง่คลองด่าน” อยู่ด้วย และเหมือนโชคจะเข้าข้างรัฐบาล เมื่อในปลายปีเดียวกันนั้นเอง ปรากฏว่า ศาลอาญาตัดสินจำคุกนายปกิต กิระวานิช อดีตอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กับพวก ทุจริตคดีคลองด่าน รัฐจึงนำคำพิพากษาของศาลอาญาที่ระบุว่า มีการทุจริตร่วมกันระหว่างข้าราชการ เอกชน มาเป็นข้อเท็จจริงใหม่ในการนำไปขึ้นสู้คดีที่ศาลปกครองอีกครั้ง พร้อมกับให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) อายัดเงิน 2 งวดที่รัฐจ่ายให้กับกลุ่มบริษัทดังกล่าวไว้ก่อน
    กระทั่งที่สุดศาลปกครองกลางได้มีคำเพิกถอนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการที่ให้รัฐไม่ต้องจ่ายเงินให้กับกลุ่ม “NVPSKG” ซึ่งในทางปฏิบัติกลุ่มเอกชนน่าจะยื่นอุทธรณ์ต่อ “ศาลปกครองสูงสุด” ที่เป็นจุดชี้ขาดสุดท้ายของคดีนี้
    กับอีกคดีที่ต้องลุ้นให้เข้าทางรัฐคือ กรณีที่ “ค.พ.” ยื่นฟ้องกลุ่มบริษัท “NVPSKG” ฉ้อโกงสัญญาก่อสร้าง ที่ศาลแขวงดุสิตนัดเลื่อนอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ไปเป็นวันที่ 30 พ.ค.นี้ โดยในศาลชั้นต้นเคยพิพากษาจำคุก แต่ศาลอุทธรณ์ยกฟ้อง ซึ่งคดีนี้หากรัฐชนะได้ จะถือเป็นผลดีทางอ้อม สำหรับการต่อสู้คดีในชั้นศาลปกครองสูงสุด
    แต่ที่แน่ๆ คนที่ได้หน้าที่สุดตอนนี้เห็นจะเป็น “รัฐบาลบิ๊กตู่” เพราะสามารถนำมาตีกินได้ว่า สามารถรักษางบประมาณของประเทศไว้ได้จำนวนเกือบหมื่นล้านบาท ทั้งที่ตอนแรกต้องเสียอยู่รอมร่อแล้ว นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้งบประมาณก้อนนี้เอาไปทำประโยชน์ หรือปั่นโครงการอื่นๆ ได้อีกด้วย
    และอีกทางหนึ่งยังได้สวนกลับนักการเมือง ด้วยการตอกย้ำภาพลบเรื่องการทุจริตให้เด่นชัดยิ่งขึ้นจาก “คดีค่าโง่คลองด่าน”
    อย่างน้อยบริหารประเทศมาจนวันนี้ เฉพาะตัว “บิ๊กตู่” ก็ยังไม่มีมลทินในเรื่องนี้แม้แต่เรื่องเดียว.


ในส่วน "ราชอาณาจักร"...........คสช.ปักธงปฏิรูปตั้งแต่ พฤษภา ๕๗ มัวรุ่มร่ามอยู่กับการออกแบบ ๔ ปีผ่านไป "แกะแบบ" ลงมือเป็นเนื้อ-เป็นหนังได้ส่วนเดียว คือ EEC!

หัวหน้าพรรค 'เพื่อไทย' ตัวจริง
ถอดรหัสเลือกตั้ง "ต้นปี ๖๒"
'ใครหัวหน้า' สำคัญกว่าถูกดูด    
แอมเนสตี้ที่ 'สังคมไม่ต้องการ'
อีกก้าวของ 'นายกฯ เผด็จการ'
คสช.คือกบฏแผ่นดิน?