อัดยุคปูนํ้าท่วมไม่ฟังใคร ถ่ายทอดสดขอบริจาคช่วย


   

 "บิ๊กตู่" เดือด! โดนหาไม่ใส่ใจแก้ปัญหา น้ำท่วมอีสานแต่กลับลงใต้ ยันต้องดูการระบายน้ำทั้งระบบทุกพื้นที่ เหน็บคนวิจารณ์เคยเป็นรัฐบาลมาก่อนนายเก่ายังไม่ฟังเลย เตรียมออกทีวีจัดรายการรับบริจาคช่วยผู้ประสบอุทกภัย 17 ก.ย.นี้ "พท.-อนค." รุมขย่ม รบ.สอบตกแก้น้ำท่วม "บิณฑ์" ดาราจิตอาสาชวนคนไทยช่วยชาวอุบลฯ 3 วันยอดทะลุเกิน 100 ล้านบาท

    เมื่อวันที่ 16 ก.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวระหว่างเป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนาบุคลากรภาครัฐ "ยุทธศาสตร์ชาติ ภาคปฏิบัติ : ร่วมขยับขับเคลื่อนภาครัฐเพื่อประชาชน" ตอนหนึ่งถึงการแก้ปัญหาน้ำท่วมว่า วันนี้มีคำถามว่าทำไมรัฐบาลไม่เอาเงินไปให้ประชาชนคนละ 5,000 บาท เช่นน้ำท่วมทำไมไม่แจกเงิน เพราะไม่มีเงินใช้ ไม่มีเงินกินข้าว แต่ถามว่าทำได้หรือไม่ ทำไมประชาชนถึงไม่เข้าใจเลย แล้วคนกลุ่มหนึ่งก็มาพูดต่อว่าจะต้องทำอย่างนี้อย่างนั้น  เช่นว่าทำไมประชาชนเดือดร้อน นายกฯ จึงไม่ใช้เงินหลวงหรือไม่ลงพื้นที่ไปตรวจ
    พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ทุกๆ วันไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นนายกฯ คิดว่าทำอย่างไรจะแก้ไขปัญหาของประชาชนได้ แต่ก็มีคนกลุ่มหนึ่งที่ดูเหมือนไม่รักประเทศ ออกมาพูดจาโดยคิดแต่ประโยชน์ส่วนตัว  จึงขอร้องอย่าคิดถึงประโยชน์ส่วนตัว เราต้องร่วมกันสร้างสิ่งที่ถูกต้อง วันนี้มีประเด็นเช่นการช่วยเหลือน้ำท่วม ว่าทำไมรัฐบาลไม่ออกไปช่วย ทำไมนายกฯ ไปภาคใต้ ไม่ไปอีสาน ทำไมไม่ไปลุยน้ำกับพวกเขา ซึ่งเป็นการสร้างความขัดแย้ง ทุกคนจึงต้องช่วยกันคิดแก้ไขสร้างความเข้าใจ
    "ผมไปตรวจเรื่องนี้ไม่ได้ไปตรวจเรื่องอื่น ผมตรวจเรื่องน้ำจากภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน ไปดูโครงการที่จะระบายน้ำ ซึ่งจะต้องมีการขุดลอกคลองใหม่ เคยเกิดหรือไม่การขุดลอกคลองแบบนี้ ไม่เคยมีหรอก ไม่เคยมีใครคิดหรอก เพราะไม่ได้เป็นรัฐบาล ผมเข้าใจ แต่ถ้าเป็นรัฐบาลก็ต้องทำแบบนี้ แต่ปัญหามันต้องเยอะแน่นอน ที่พูดแบบนี้ไม่ได้ตำหนิใคร แต่นี่คือประเทศไทยยังเป็นแบบนี้อยู่ การที่พูดทั้งหมดต้องลงรายละเอียดให้ลึก ทั้งพื้นที่กักเก็บน้ำ ระบายน้ำ แก้มลิง ทั้งชั่วคราวและถาวร จะเช่าพื้นที่ชาวบ้านได้หรือไม่ต้องคิดใหม่ทั้งหมด ต้องถามว่ายอมกันหรือไม่ นั่นคือสิ่งสำคัญ เราจะต้องทำให้ประชาชนเข้มแข็ง คิดเป็น ไม่เช่นนั้นคิดแทบตายก็เหมือนเดิม แล้วกลับมาหาว่ารัฐบาลไม่ทำอะไร" นายกฯ กล่าว
    จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงการแก้ปัญหาน้ำท่วมอีกครั้ง ระหว่างเป็นประธานในพิธีมอบรางวัลอุตสาหกรรม ประจำปี 2562 ที่ทำเนียบรัฐบาลว่า ในช่วงนี้มีปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ภาคอีสาน ซึ่งตนไม่ได้นิ่งนอนใจตั้งแต่ก่อนเกิดอุทกภัยก็ใส่ใจ และให้ความสำคัญมาตลอด ดังนั้นขอให้ย้อนกลับไปดูว่าได้สั่งการอะไรลงไปบ้างในการเตรียมการ แต่เนื่องจากพายุเข้าและมีปริมาณน้ำฝนเกินที่เราจะรับได้ ดังนั้นขณะนี้เราจะทำให้คนที่ประสบอุทกภัยอยู่ได้อย่างไร จึงต้องจัดอาหาร ที่อยู่อาศัยให้ทั้งคนและสัตว์
    "การลงพื้นที่ผมก็ไปมาหมดแล้ว ที่ผมต้องไปใต้ก็เพราะติดตามโครงการที่อนุมัติลงไปหลายพันและหลายหมื่นล้านในการแก้ปัญหาน้ำท่วมที่จังหวัดนครศรีธรรมราชว่าไปถึงไหนแล้ว เพราะเดี๋ยวฝนก็เลื่อนลงไปตกที่ภาคใต้ ผมจึงต้องไปดูเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายในพื้นที่ภาคใต้ ไปดูระบบระบายน้ำให้เสร็จเร็วขึ้น นั่นคือหน้าที่ของนายกฯ ดังนั้นหน้าที่ของรัฐมนตรีและ ส.ส.ก็ต้องลงไปช่วยกันทำข้างล่าง  จะไปแจกของหรือจะทำอะไรก็ไป รัฐบาลมีหน้าที่ในการดูแลคนทุกคน ทุกครัวเรือน ไม่ใช่ไปเป็นพื้นที่ ไปจังหวัดนี้ ไม่ใช่ว่าไม่ดูจังหวัดอื่น สิ่งที่พูดวันนี้คือต้องการสร้างการรับรู้ใหม่ๆ ขึ้นมาบ้าง ไม่ใช่เหมือนเดิมก็คงไม่มีอะไรดีขึ้น ไม่ได้สร้างสรรค์อะไรขึ้นมา ผมไม่ได้โมโหใคร พยายามจะเข้าใจว่าเขาพยายามทำและพูดไปเพื่ออะไรคนเรา ผมก็ยังหาคำตอบไม่ได้ ถ้าผมเป็นเขาก็คงไม่ทำแบบนั้น" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
รบ.ออกทีวีรับบริจาคน้ำท่วม
    นายกฯ กล่าวว่า เรื่องน้ำท่วมถือเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องพูดในวันนี้ รัฐบาลจะมีการเปิดศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จึงขอให้ร่วมบริจาคกันด้วย ตนหวังเห็นความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ไม่ใช่พูดว่ารัฐบาลไม่มีเงิน แต่ในส่วนนี้รัฐบาลจะเก็บไว้ให้ชาวบ้านที่เดือดร้อนในส่วนที่ไม่สามารถใช้เงินของรัฐบาลได้ เพราะเงินรัฐบาลไม่สามารถใช้ได้ทุกอย่าง
    "หลายท่านก็เคยอยู่ในรัฐบาลมาก่อน ผมก็ไม่เข้าใจว่าเขามาเรียกร้องนั้นหมายความว่าอย่างไร สมัยก่อนเขาก็เป็นรัฐบาล แล้วผมก็ไม่เห็นว่าคนที่ออกมาพูดในวันนี้ ผมไม่เห็นว่าอดีตนายกรัฐมนตรีคนก่อนจะฟังคุณเท่าไหร่เลย อยู่รัฐบาลเดียวกันด้วยนิ น้ำท่วมเมื่อครั้งนั้นผมก็อยู่ด้วย เห็นมาเสนอโน่นเสนอนี่นายกฯ ท่านก่อนก็ไม่เอาตามนั้น บอกให้เอาตาม ผบ.ทบ. ซึ่งสมัยนั้นผมก็เป็น ผบ.ทบ.อยู่ก็ได้ไปช่วยน้ำท่วม แล้ววันนี้มาพูดโน่นนี่กับผมมันน่าเบื่อหน่าย" นายกฯ กล่าว
    ส่วนนายเทวัญ ลิปตพัลลภ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เพื่อเปิดโอกาสให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทุกภาคส่วนได้ร่วมแสดงน้ำใจไมตรีแก่พี่น้องประชาชนที่เดือดร้อน  รัฐบาลจะได้จัดรายการ "ร่วมใจ พี่น้องไทย ช่วยภัยน้ำท่วม" ในวันอังคารที่ 17 ก.ย. เวลา 19.30 น. ถึง  22.00 น. ที่ห้องส่ง 5 อาคารปฏิบัติการ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) โดยนายกรัฐมนตรีพร้อมด้วยคณะรัฐมนตรีจะมารับบริจาคด้วยตนเอง ถ่ายทอดสดการออกอากาศตลอดการจัดรายการผ่านช่อง 9  MCOT HD หมายเลข 30 และเครือข่ายทั่วประเทศ 
    "ขอเชิญชวนพี่น้องทุกภาคส่วนของสังคมร่วมบริจาคเงินเข้ากองทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยสาธารณภัยสำนักนายกรัฐมนตรี โดยกองทุนฯ จะเป็นศูนย์กลางในการรวบรวมเงินบริจาคของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ และนำไปบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในครั้งนี้ จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมรับชมรายการ ร่วมใจ พี่น้องไทย ช่วยภัยน้ำท่วม และร่วมบริจาคเงินสมทบเข้ากองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี บัญชีธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)  สาขาทำเนียบรัฐบาล เลขที่บัญชี 067-0-06895-0 โดยผู้บริจาคเงินสามารถนำหลักฐานในการบริจาคไปใช้แสดงเพื่อลดหย่อนภาษีได้" นายเทวัญกล่าว
    รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า กองทุนนี้มีงบประมาณอยู่แล้วจำนวน 790 ล้านบาท ส่วนการรับบริจาคในครั้งนี้จะเป็นเงินส่วนที่เพิ่มเพื่อนำไปช่วยประชาชนได้ในทันท่วงที ส่วนกรณีที่มีการวิจารณ์ว่ารัฐบาลดำเนินการช่วยเหลือล่าช้านั้น ในความเป็นจริงไม่ใช่อย่างนั้น แต่รัฐมนตรีในรัฐบาลทุกคนผลัดเปลี่ยนกันลงไปเยี่ยมประชาชนในพื้นที่ทุกวัน ทุกกระทรวงต่างช่วยกันเร่งรัด แม้แต่นายกรัฐมนตรีก็ลงไปหลายรอบแล้ว เพียงแต่การรับบริจาคทางทีวีนั้นเพิ่งจะเริ่ม
    นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเสริมว่า รัฐบาลจะจ่ายเงินเยียวยาช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามระเบียบทางราชการ เช่น ค่าช่วยเหลือการดำรงชีพเบื้องต้น ค่าเครื่องมือประกอบอาชีพที่เสียหาย ค่าชดเชยพื้นที่เกษตร ประมง ปศุสัตว์เสียหาย เป็นต้น หากมีผู้เสียชีวิตครอบครัวจะได้รับเงินตามหลักเกณฑ์รายละ 50,000 บาท ส่วนกรณีบ้านเรือนเสียหายทั้งหลังจะได้เงินช่วยเหลือประมาณ 200,000 บาทต่อหลัง เพื่อใช้เป็นค่าวัสดุก่อสร้าง และบ้านเรือนที่เสียหายบางส่วนจะช่วยเหลือตามความเป็นจริงตั้งแต่ 15,000-70,000 บาท รวมทั้งยังมีการช่วยเหลือจากสถาบันเฉพาะกิจต่างๆ เช่น ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ซึ่งเป็นไปตามหลักปฏิบัติที่ผ่านมา จึงขอให้พี่น้องผู้ประสบภัยมั่นใจได้ว่ารัฐบาลจะไม่ทอดทิ้งอย่างแน่นอน
ซัด 'บิ๊กตู่' สอบตกแก้อุทกภัย
    "การบริหารจัดการเงินและสิ่งของที่ได้รับบริจาคนั้นจะดำเนินการอย่างโปร่งใสตรวจสอบได้ โดยทุกจังหวัดจะมีคณะกรรมการเข้ามาดูแลในเรื่องนี้ เพื่อให้เงินบริจาคและการจัดส่งสิ่งของถึงมือผู้ประสบภัยอย่างถูกต้องทั่วถึง โดยนายกรัฐมนตรีสั่งการให้ทุกหน่วยทำงานอย่างรอบคอบรัดกุม และต้องไม่มีการร้องเรียนเรื่องทุจริตอย่างเด็ดขาด" โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าว
    ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) แกนนำพรรคนำโดยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรค, นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ รองหัวหน้าพรรค, น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรค, นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ประธานกลุ่มเพื่อไทยพลัส, นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน ร่วมประชุมผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์กับนายเกรียง กัลป์ตินันท์, นายวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์, นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ, นายณรงค์ชัย วีระกุล, นายรัฐกิตติ์ ผาลีพัฒน์, นายสมคิด เชื้อคง, นายเอกชัย ทรงอำนาจเจริญ, นายประภูศักดิ์ จินตะเวช และ น.ส.กิตติ์ธัญญา วาจาดี ส.ส.อุบลราชธานีและทีมงาน เพื่อระดมหาแนวทางแก้ไขปัญหาน้ำท่วมให้ประชาชน
    โดย ส.ส.อุบลราชธานีและทีมงานสะท้อนตรงกันว่า ขณะนี้น้ำท่วมถึงบ้านเรือนประชาชนชั้น 2 แล้ว  แม้น้ำจะลดแต่ยังลดไม่มาก คาดว่าอีก 1-2 เดือนกว่าน้ำจะแห้ง ชาวบ้านต้องอาศัยกินนอนอยู่บนถนน ไม่กล้าทิ้งบ้านเรือน เนื่องจากมีโจรผู้ร้ายอาศัยช่วงนี้งัดบ้านประชาชน ทำให้เป็นห่วงบ้านไม่กล้าไปไหน  ขอฝากให้นายกฯ รัฐบาลสั่งข้าราชการหน่วยต่างๆ ลงพื้นที่ โดยกำหนดให้ชัดไปเลยว่าหน่วยไหนรับผิดชอบจุดไหน พื้นที่ใด และอยากให้นายกฯ และรัฐบาลเตรียมความช่วยเหลือหลังน้ำลดไว้ให้พร้อม เป็นเรื่องที่สำคัญมาก ขณะนี้ชาวบ้านต้องการการช่วยเหลือเป็นปัจจัยมากที่สุด 
    คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า เราจะให้ ส.ส.ของเราเสนอให้สภาเพิ่มเงินชดเชยให้เกษตรกรทั้งแล้ง และท่วมไร่ละไม่ต่ำกว่า 2,000 บาท และพื้นที่ไหนที่เจอทั้งแล้งและท่วมขอให้จ่ายทั้งแล้งและท่วม และขอให้จ่ายตามจริง ขอวิงวอนรัฐบาลว่างบไหนที่ไม่ควรใช้ หรือไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน ขอให้จัดสรรงบประมาณใหม่ลงไปช่วยพี่น้องหลายแสนครอบครัวที่ประสบภัยน้ำท่วมด้วย
    ด้าน น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) กล่าวว่า รับฟังปัญหาของชาวอุบลราชธานี คือรัฐบาลมีเรื่องสอบตก 4 เรื่อง และมีเรื่องต้องสอบซ่อม 4 เรื่อง เรื่องที่สอบตกมีดังนี้ 1.ขาดการเตือนภัยพิบัติที่ชัดเจนแน่นอน 2.ขาดการช่วยเหลือที่กระจายอำนาจ ทำให้การช่วยเหลือล่าช้า  3.ขาดการบริหารจัดการน้ำในระยะยาวอย่างไม่มีประสิทธิภาพ และ 4.การบริหารจัดการขวัญกำลังใจของประชาชน นายกฯ ไม่ได้สร้างความรู้สึกว่านายกฯ สนใจหรือใส่ใจประชาชนมากพอ สิ่งที่ต้องทำคือจะเยียวยาและช่วยเหลือประชาชนอย่างไร แต่รัฐบาลไม่มีทีท่าที่จะทำเรื่องนี้
    "ส่วนเรื่องที่รัฐบาลต้องสอบซ่อมคือ 1.เยียวยาฟื้นฟูหลังน้ำลด รัฐบาลได้ให้ความชัดเจนกับประชาชนหรือยังว่าจะแก้ไขและเยียวยาอย่างไร 2.การส่งความช่วยเหลือไปยังพื้นที่น้ำขังในระยะยาว 3.การวางแผนบริหารจัดการน้ำและการวางแผนผังเมืองใหม่ และ 4.พื้นที่ที่น้ำท่วมไปแล้วยังมีสิทธิ์ท่วมอีกรอบ รัฐบาลต้องเตรียมรับมืออีกครั้ง" โฆษกพรรค อนค.กล่าว
    ขณะที่นายบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ นักแสดงจิตอาสา กล่าวถึงการมอบเงินส่วนตัว 1 ล้านบาทช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในอุบลราชธานี และเชิญชวนให้คนไทยร่วมกันบริจาคเงินช่วยเหลือตั้งแต่วันที่ 14 ก.ย.ว่า ขณะนี้ยอดบริจาคทะลุเกิน 105 ล้านบาทแล้ว
    นายบิณฑ์ยังกล่าวในรายโหนกระแส ทางช่อง 28 ตอนหนึ่งที่เคยระบุรัฐบาลมัวแต่ช็อปปิ้ง ทำอะไรไม่มาดูพี่น้องอุบลฯ บ้างว่า "ระหว่างนั้นพูดมันจุก มันพูดอะไรไม่ออก แล้วนึกถึงสิ่งที่รัฐบาลให้เงินเยียวยาหรือเงินอะไรไม่ทราบ ให้ไปช็อปปิ้งคนละพันบาทช่วยเศรษฐกิจ ผมก็คิดว่าคนละพันเนี่ย เอามาช่วยชาวบ้านที่ จ.อุบลฯ มั้ย แค่นั้นเอง ผมไม่ได้อะไรเลย นี่ไม่เรียกว่าแซะ เขาเรียกว่าสะกิด แต่คนไปผูกเรื่องมากมาย ก็ไม่เกี่ยวกับผมแล้ว ผมไม่ได้ไปต่อว่าต่อขาน แค่จ่ายเงินค่าช็อปปิ้งคนละพัน เอามาช่วยคนอุบลฯ ดีกว่า แค่นั้นเอง".


ผม "หายไป" ด้วยท้องไส้ไม่สบายซะหลายวันแต่วันนี้ ๒๑ ตุลาไม่หายก็ต้องหาย เพราะเป็นวันครบรอบอีกขวบของไทยโพสต์ ยังไงๆ ก็ต้องเอาหน้ามาเจอกัน ที่สำคัญ........

'ทอน' ไม่รู้! แล้วจะรอดหรือ
ธาตุแท้อนาคตใหม่
งบฯ ผ่าน ไม่ยุบ ไม่ออก
'ความเมือง' ในไทยยุคที่ ๓
อย่าให้ฝ่ายแค้นแหกตา
ธนาธร:ไก่อ่อนเผยอเป็นอินทรี