นักร้องประสานงา!'ไพบูลย์'ร้องกกต.ตรวจสอบ'ศรีสุวรรณ'แจ้งเท็จขู่คุก5ปี


เพิ่มเพื่อน    

17 ก.ย.62-   นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ อดีตหัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป ยื่นคำร้องต่อประธานกกต.ขอให้ตรวจสอบนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยที่ยื่นให้กกต.ตรวจสอบการยุบเลิกพรรคประชาชนปฏิรูป และไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชาชนปฏิรูป เข้าข่ายเป็นการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามมาตรา 92(1) ของพ.ร.ป.พรรคการเมืองหรือไม่  โดยเห็นว่าการกล่าวหาของนายศรีสุวรรณเป็นความเท็จ ทำให้ประชาชนเกิดความสับสน จึงเข้าลักษณะเป็นผู้ใดแจ้งหรือกล่าวหาพรรคการเมืองหรือบุคคลใดว่ากระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ต่อกกต.หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐโดยรู้อยู่ว่าเป็นความผิดมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับและอาจถูกศาลสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ตามมาตรา 101 วรรคหนึ่งของกฎหมายพรรคการเมือง

“ นอกจากไม่มีมูลความจริง แต่วัตถุประสงค์ในการยื่นต้องการชื่อเสียง ต้องการได้รับความสนใจจากสังคม ทั้งที่เป็นทนาย ควรต้องรู้ข้อกฎหมายอยู่แล้วว่า สิ่งที่มากล่าวหาไม่เป็นความจริง สร้างความเสียหายให้กับผู้อื่น สร้างภาระให้เจ้าหน้าที่กกต. เพราะร้องอย่างพร่ำเพรื่อ จึงถึงเวลาแล้วต้องเราต้องตรวจสอบบรรดานักร้องเรียนทั้งหลายให้อยู่ในกรอบความถูกต้องของกฎหมายไม่ใช่ร้องเพื่อหวังดัง ทำให้สังคมเข้าใจผิด ซึ่งนอกจากนายศรีสุวรรณ แล้วยังมีคนอื่น ที่ผมจะร้องด้วย “ นายไพบูลย์ กล่าว

นายไพบูลย์ยืนยันการให้กกต.ใช้กฎหมายพรรคการเมืองดำเนินการกับนายศรีสุวรรณ สามารถทำได้เพราะนายศรีสุวรรณถือเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งแม้จะเป็นการร้องในนามสมาคม ไม่ใช่พรรคการเมือง พร้อมยืนยันว่า ไม่ใช่เฉพาะกกต. แต่กฎหมายป.ป.ช.ก็มีมาตรา 184 ที่ต้องตรวจสอบผู้ที่แจ้งเท็จจริงก็ต้องถูกลงโทษ ตนจึงอยากฝากเตือนโดยเฉพาะนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ ที่ไปยื่นให้ป.ป.ช.ตรวจสอบตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หลังมีมติเรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณของนายกไม่ครบถ้วนนั้นไม่ผิด

“ผมเชื่อว่าผู้ที่ร้องโดยสุจริต ทำทุกอย่างโดยสุจริต จะได้รับการคุ้มครองโดยกฎหมายแต่หากมีเจตนาแอบแฝง ซ่อนเร้นก็ควรจะถูกลงโทษ และคิดว่ากฎหมายทั้งสองมาตรานี้สามารถที่จะจัดการกับพวกนักร้องที่ไม่ยึดตามกฎหมายได้” นายไพบูลย์ ระบุ.
 


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.