แท็กซี่ฯบุกคมนาคมยื่นหนังสือค้านGrab ถูกกฎหมาย


   

18 ก.ย.62-  นายวรพล แกมขุนทด นายกสมาคมวิชาชีพผู้ขับขี่รถยนต์สาธารณะแท็กซี่ พร้อมสมาชิกกว่า 50 คน ได้รวมตัวประท้วงพร้อมยื่นหนังสือถึงกระทรวงคมนาคม พร้อมเปิดเผยว่าขอคัดค้านการทำให้ Grab เสรีทุกรูปแบบหรือการอนุญาตให้รถป้ายดำมาวิ่งบริการผู้โดยสารเนื่องจากเป็นการเอาเปรียบผู้ขับขี่แท็กซี่ถูกกฎหมายเราะมีต้นทุนเรื่องกฎระเบียบต่างๆที่ถูกกว่าเกือบ 200% ต่อปี โดยผู้ขับขี่ Grab มีต้นทุน 8,000 บาทต่อปี และผู้ขับขี่แท็กซี่มีต้นทุนมากกว่า 25,000 บาทต่อปี 

นอกจากนี้ผู้ขับขี่แท็กซี่สาธารณะยังต้องเสียค่าใช้จ่ายการติดตั้งแอพพลิเคชั่น Taxi Ok มากกว่าคันละ 20,000 บาท ดังนั้นจึงต้องการให้รัฐบาลเยียวยาค่าใช้จ่ายตรงส่วนนี้ด้วยหากจะเปิดเสรีบริการขนส่งผู้โดยสารแบบ Ride Hailing Service ซึ่งคาดว่าจะเป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้น 8,500 ล้านบาท

นายวรพลกล่าวต่อว่าสำหรับการเปิดเสรี Grab นั้นเป็นการผูกขาดบริษัทเอกชนเจ้าเดียวให้เข้ามาแข่งขันในตลาดขนส่ง เข้าข่ายมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตเพื่อเปิดทางให้กับเอกชนเข้ามาผูกขาด ดังนั้นหากกระทรวงคมนาคมยังนิ่งนอนใจ สมาคมจะรวมตัวกันไปฟ้องศาลปกครองสูงสุดตั้งแต่ คณะทำงานกระทรวงคมนาคม รัฐมนตรีว่าการ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ไปจนถึง นายกรัฐมนตรี พ.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

นอกจากนี้การมาประท้วงในวันนี้ไม่ต้องการเจอตัวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เพราะเจอกันไปก็เปล่าประโยชน์ รัฐมนตรีมีแค่รับเรื่องไปพิจารณาแต่ไม่เคยมีการดำเนินการใดใดตามข้อเรียกร้องของสมาคมวิชาชีพผู้ขับขี่รถยนต์สาธารณะแท็กซี่ ทั้งนี้ใน 18 ก.ย.นี้ เวลา 09.00 น. กลุ่มแท็กซี่จะเข้าพบนายกฯ ที่รัฐสภาใหม่ บริเวณเกียกกายนายวรพลกล่าวอีกว่า หากจะเปิดเสรี Grab ต้องมีการตรวจสอบยานพาหนะและผู้ให้บริการอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะเรื่องการจดทะเบียนตามข้อบังคับของกรมการขนส่งทางบก(ขบ.) แต่เจ้าหน้าที่ ขบ. มีไม่เพียงพอ ไม่สามารถควบคุมพฤติกรรมผู้ขับขี่ Grab ได้แน่นอน โดยตนเชื่อว่าหากเปิดเสรีจะมีผู้ขับขี่ Grab จำนวนมากไม่จดทะเบียนแล้วนำรถมาวิ่งรับส่งผู้โดยสาร อาจจะจดทะเบียนไม่ถึง 10 คันด้วยซ้ำจากปริมาณผู้ให้บริการนับแสนคัน เนื่องจากปัจจุบันกรมการขนส่งทางบกยังไม่สามารถเข้มงวดการจับกุมรถแท็กซี่ที่หมดอายุแล้วนำมาวิ่งได้เลย จะไปเอาอะไรกับควบคุมผู้ขับขี่ Grab

นายวรพลกล่าวถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ว่า การที่ประชาชนสนับสนุน Grab นั้นทางผู้ขับขี่แท็กซี่ก็พร้อมเดินหน้าแข่งขันหากเปิดเสรี แต่ถ้าวันนึงแท็กซี่ไม่มีบริการแล้วประชาชนจะรู้สึก โดยเฉพาะพี่น้องจากต่างจังหวัดที่เข้ามาในกรุงเทพ นอกจากนี้ผู้วิพากษ์วิจารณ์ไม่ได้เป็นคนมีประสบการณ์ขับขี่แท็กซี่ เป็นเพียงคนที่อยู่บ้านแล้วพิมพ์ข้อความอยู่กับคีย์บอร์ด ส่วนที่มีการท้าทายให้แท็กซี่หยุดวิ่งเพื่อทดสอบว่าประชาชนจะเดือดร้อนหรือไม่หากไม่มีแท็กซี่นั้น คงทำไม่ได้เพราะพี่น้องแท็กซี่ต้องทำมาหากิน อีกทั้ง Grab ยังคิดค่าโดยสารแพงกว่าแท็กซี่ปกติอีกด้วย

นายวรพลกล่าวถึงข้อเรียกร้องที่ยื่นให้กับกระทรวงคมนาคมว่า มีอยู่ 6 ข้อด้วยกัน ประกอบด้วย 1.กรณีอนุมัติให้รถยนต์นั่งบุคคลป้ายดำ หรือแกร็บ (Grab) ให้ถูกกฎหมาย 2.กรณีอุปกรณ์แท็กซี่โอเคที่ไร้ประสิทธิภาพ รัฐบาลต้องหาทางชดใช้และเยียวยาค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นคืนให้กับผู้ประกอบการแท็กซี่ทุกคัน หากมีการอนุมัติให้แกร็บวิ่งรับส่งผู้โดยสารได้อย่างถูกต้องตามกฏหมาย ทำให้เกิดเหตุมีการแข่งขันทางด้านธุรกิจกันมากเกินไป รวมทั้งไม่สามารถกำหนดราคามาตรฐานได้ จนถึงต้องประกาศให้บริการในราคาค่าโดยสารที่ต่ำเกินกว่ามาตรฐานในเว็บไซต์ต่างๆ

ทั้งนี้ทำให้ผู้ประกอบการแท็กซี่หรือพนักงานขับรถไม่สามารถดำเนินการแข่งขันทางด้านธุรกิจได้ การจำกัดความเร็วของรถ ติดตั้งฟิล์มกรองแสง 3.การปรับใช้อายุแท็กซี่จาก 9 ปีเป็น 12 ปี 4.ใบสั่งนำไปจ่ายที่โรงพักใดก็ได้ทั่วประเทศไม่เปรียบเทียบปรับ ณ จุดตั้งด่าน ไม่ยึดใบขับขี่ 5.เร่งรัดหาข้อสรุปการปรับขึ้นราคาค่าบริการของแท็กซี่ปัจจุบัน และ 6.ให้แต่งตั้งคณะกรรมการร่วมพิจารณาแก้ไขกฎหมาย โดยมาจากตัวแทนกลุ่มคนขับรถรับจ้างสาธารณะ

อย่างไรก็ตามคณะกรรมการสมาคมฯ ประชุมหารือและมีมติเห็นชอบควรทำหนังสือถึงกระทรวงคมนาคม เพื่อแจ้งถึงความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นกับอาชีพคนขับรถแท็กซี่สาธารณะที่ถูกต้อง มีใจรักในงานบริการ หากกระทรวงมีการพัฒนาแท็กซี่ขอให้ทัดเทียมอยู่ในรูปแบบภายใต้กฎหมายเดียวกัน ระเบียบ วิธีการ ข้อบังคับ กฎกติกา รวมทั้งต้นทุนการนำรถยนต์มาใช้ประกอบอาชีพ ลักษณะรูปลักษณ์และมาตรฐานเดียวกัน คาดว่าความเดือดร้อนจะไม่เกิดกับคนขับแท็กซี่อย่างเดียว แต่กระทบถึงครอบครัว ที่มีจำนวนมาก ทั้งที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด และอาจส่งผลกระทบถึงเศรษฐกิจของประเทศไทยด้วย การโจรกรรมจะเกิดขึ้นและความวุ่นวายอีกมาก

ด้านนายวิรัช พิมพะนิตย์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยนางสุขสมรวย วันทนียกุล เลขานุการว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า จะนำข้อเรียกร้องไปเสนอ รมว.คมนาคม ต่อไป ขณะนี้ต้องรอกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) รวบรวมข้อเรียนร้องและแนวทางแก้ไขของกลุ่มแท็กชี่ทั้งหมด เสนอกลับมายัง รมว.คมนาคม หลังจากนั้นค่อยนัดประชุมใหญ่หารือกันอีกครั้ง โดยจะมี รมว.คมนาคมเป็นประธาน

สำหรับข้อเรียกร้องครั้งนี้ ต้องการแก้ปัญหาให้รถแท็กซี่ถูกกฎหมาย ทั้งรถแท็กซีที่มีอายุการใช้งาน9 ปี ต้องปลดระวาง ประมาณ 30,000-40,000 คัน ยังมีวิ่งบริการแข่งกับรถแท็กชี่ที่ถูกกฎหมายอยู่ โดยให้จำกัดรถเหล่านี้ออกจากระบบ เพื่อให้ทุกอย่างอยู่ภายใต้กฎหมายที่ถูกต้อง โดยกลุ่มนี้ไม่ได้มองในเรื่องปรับขึ้นค่าโดยสารเลย

ทั้งนี้ตามนโยบายของ รมว.คมนาคม ส่วนไหนที่จะช่วยลดค่าใช้จ่ายของแท็กชี้ได้ วันนี้แท็กซี่โอเคอาจจะเป็นค่าใช้จ่ายนที่สูงมาก รายปีที่สูง ตรงไหนที่ลดได้จะพิจารณาให้ แต่ผู้โดยสารที่ใช้บริการต้องมีความปลอดภัย เมื่อเกิดเหตุกับแท็กชี่ต้องสามารถติดตามตัวผู้มากระทำผิดได้ไม่ใช่ลดความปลอดภัยและราคาค่าโดยสารที่ถูกลง ขณะนี้ยินดีรับข้อเสนอของทุกกลุ่ม เพราะจะได้ไม่มีข้อโต้แย่งเมื่อมีการประกาศใช้


ผม "หายไป" ด้วยท้องไส้ไม่สบายซะหลายวันแต่วันนี้ ๒๑ ตุลาไม่หายก็ต้องหาย เพราะเป็นวันครบรอบอีกขวบของไทยโพสต์ ยังไงๆ ก็ต้องเอาหน้ามาเจอกัน ที่สำคัญ........

'ทอน' ไม่รู้! แล้วจะรอดหรือ
ธาตุแท้อนาคตใหม่
งบฯ ผ่าน ไม่ยุบ ไม่ออก
'ความเมือง' ในไทยยุคที่ ๓
อย่าให้ฝ่ายแค้นแหกตา
ธนาธร:ไก่อ่อนเผยอเป็นอินทรี