เมื่อวิถีทางรัฐสภา “ไม่เวิร์ก”


   

 ดันตื่นสาย...ก็เลยไม่มีโอกาสได้รับชม รับรู้ ลีลาวอล์กเอาต์-ตีรวน-ป่วนสภาฯ ของบรรดาพลพรรคฝ่ายค้านตั้งแต่แรก โดยเท่าที่ฟังๆ จากพวกนักวิเคราะห์ นักวิจารณ์ และเท่าที่ได้ซึมซาบในช่วงหลังๆ ก็น่าจะประมาณพอๆ กับได้ซดน้ำ แกงจืดผักกาดดอง หรือ ซุปเต้าหู้ญี่ปุ่น อะไรทำนองนั้น คืออาจพอมีรส มีชาติ มากกว่า น้ำล้างหัวล้าน อยู่บ้างเล็กน้อย...

                                                                     -------------------------------------------

                แต่ก็อย่างว่า...จะไปกล่าวโทษ ดูหมิ่น ดูแคลน พวกฝ่ายค้านเขาในกรณีเช่นนี้ ก็คงไม่ถึงถูกเรื่องซักเท่าไหร่นัก เพราะอย่างที่รู้ๆ กันอยู่แล้วนั่นแหละว่า ไปทะเลช่วงนี้ไม่ต้องกลัวฉลาม-มาสภาฯ ยุคนี้เลยไม่ต้องกลัวเฉลิม การแทบไม่เหลือตัวจี๊ดจ๊าด ตลอดทั่วกองหลัง กองหน้า และกองกลาง อันเนื่องมาจาก แตกแบงก์ผิด เลยไม่ได้รับ ตังค์ทอน ของบรรดาพรรคฝ่ายค้านมาตั้งแต่แรก มันเลยทำให้บรรยากาศ รสชาติ ในสภาฯ เที่ยวนี้ มีสภาพไม่ต่างไปจาก อ่างล้างหน้า ของ พิชัย นริพทะพันธุ์ ผู้ได้รับชื่อ ฉายา ว่า บุคคลผู้ไม่มีผม อะไรทำนองนั้น แถมยิ่งเมื่อต้องเจอกับคำวินิจฉัยของ ศาลรัฐธรรมนูญ เอาไว้ก่อนล่วงหน้าซะอีก อาการกรามค้าง ลิ้นชา น้ำลายบูด จึงย่อมต้องเกิดขึ้นกับบรรดา ดาวสภาฯ ในแต่ละราย อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงและปฏิเสธได้...

                                                                  ---------------------------------------------

                อย่างไรก็ตาม...สิ่งที่น่าคิด น่าสะกิดใจ เอามากๆ ก็คือว่า ขณะที่สีสัน บรรยากาศ ใน สภาผู้แทนราษฎร ออกไปทางจืดชืด จืดสนิท พอๆ กับแกงจืดผักกาดดอง หรือซุปเต้าหู้ญี่ปุ่น อย่างที่ว่าเอาไว้แล้ว แต่สำหรับ สภาโซเชียลมีเดีย แล้ว...คงต้องยอมรับว่า นับวันจะออกไปทาง แกงเหลืองปักษ์ใต้ หรือไม่ก็ น้ำพริกนรก ไปโน่นเลย คือออกไปทางเผ็ดจี๊ด เผ็ดจ๊าด แซบลิ้น แซบปาก ทั้งเปรี้ยว-หวาน-มัน-เค็ม เข้มข้น ขุ่นคลั่ก ยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ชนิดเล่นเอาหัวหน้ารัฐบาล อย่างท่านนายกฯ บิ๊กตู่ ไม่ว่าคิดจะเข้าสภา-ไม่เข้าสภาก็แล้วแต่ มีแต่ต้องหน้าหัก หน้างอ เป็นปลาทูสมุทรสงคราม เกิดอาการฉุน-ฉิว-กริ้ว-โกรธ ต่อม สติ ระเบิดไปเป็นพักๆ แม้ว่าจะพยายามควบคุม คอนโทรล เอาไว้เพียงไรก็ตาม...

                                                                   ---------------------------------------------

                นี่...ฤทธิ์เดช สภาโซเชียลมีเดีย มันร้ายแรงถึงเพียงนี้ ถึงจะไม่ได้เป็นสภาอย่างเป็นทางการ ไม่ได้มีเขียนเอาไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับไหน ต่อฉบับไหน มาตราไหน ต่อมาตราไหน หรือวรรคไหน ต่อวรรคไหน ก็แล้วแต่ แถมยังไม่รู้ว่าใครกันแน่ ที่สถาปนาตัวเองขึ้นเป็นสมาชิกสภา และดาวสภา แต่แต่ละรายปากจัด ปากร้าย ซะยิ่งกว่าโคตรพ่อ โคตรแม่ ของแม่ค้าปากคลองตลาด พร้อมที่จะขนเอา กล้วย ตลอดไปจนผลไม้รวมแต่ละชนิด ออกมาแจกชนิดว่อนไปทั่วทั้งโลกโซเชียลมีเดีย โดยมี Fake News และ F-ck News เป็นองค์ประกอบส่วนเสริมเข้าไว้อีกด้วยต่างหาก ส่งผลให้ท่านนายกฯ บิ๊กตู่ เลยต้องจำแลง แปลงกาย เป็นปลาทูสมุทรสงคราม ชนิดวันแล้ว วันเล่า...

                                                                      ----------------------------------------------

                ยิ่งเมื่อเจอกับฉากเหตุการณ์ ห้วงสถานการณ์ ในแบบหน้าสิ่ว-หน้าขวาน หน้าข้าว-หน้าเหล้า อย่างเช่น ฉากสถานการณ์น้ำท่วมอุบลฯ เป็นต้น อันนี้...ก็ยิ่งหนักหนา สาหัส หนักขึ้นไปใหญ่ เกิดการตั้งกระทู้แล้ว กระทู้เล่า เกิดการลุกขึ้นมาอภิปรายโดยไม่จำเป็นต้องขออนุญาตประธานสภาฯ ไม่ต้องสนใจระเบียบการประชุมรัฐสภา และไม่จำเป็นต้องกลัวว่าจะถูกไล่ให้ออกจากห้องประชุมหรือไม่ อย่างไร แต่ละคน แต่ละราย สามารถ ใส่ กันได้แบบสุดฤทธิ์ สุดหลอด ไม่ว่าจะจริงมั่ง-ไม่จริงมั่ง ไม่ว่าจะยกเมฆ จะใส่สีตีไข่ กันเพียงใดก็ตาม ส่งผลให้เกิดการโพสต์ การแชร์ ชนิดสนั่นหวั่นไหว เกิดการกดไลค์-กดไม่ไลค์ เกิดอาการปริ่มน้ำ สำลักน้ำ ขึ้นอยู่กับว่าใครจะฉวยจังหวะ ฉวยโอกาส ได้มาก-น้อย ไปกว่ากัน...

                                                                        ------------------------------------------------

                อันนี้นี่แหละ...ที่เลยทำให้น่าคิด น่าสะกิดใจ เอามากๆ เพราะถ้าหาก วิถีทางรัฐสภา อันถือเป็นวิถีทางที่ถูกต้อง ชอบธรรม ตามหลักและตามระบอบประชาธิปไตย มันกลายเป็นวิถีทางที่ ไม่เวิร์ก หรือไม่สามารถตอบสนองความรู้สึกของผู้คนได้มากมายซักเท่าไหร่ วิถีทางอื่นๆ ที่ถูกนำมาใช้กันแทนที่ มันก็มักจะนำไปสู่ความชุลมุน วุ่นวาย ไม่ว่าแบบหนึ่ง แบบใด รูปหนึ่ง รูปใด ขึ้นมาได้เสมอๆ แม้ว่าช่วงหลังๆ มานี้ วิถีทางที่เรียกว่าการลงไปสู่ท้องถนน หรือการ เคลื่อนไหวมวลชน เปิดสภาชุมนุมกัน ณ ที่โน่น ที่นี่ ไปตามความสมัครใจของบรรดาแกนนำ แกนนั่ง แกนนอน มันอาจเป็นที่ค่อนข้าง เชยซ์ซ์ซ์ อยู่บ้างตามสมควร หรือเป็นสิ่งที่ผู้คนชักจะเหน็ดเหนื่อย เมื่อยล้า ไม่อยากลงไปนอนกลิ้ง นอนหงาย ต่อไปอีกแล้ว...

                                                                        -----------------------------------------------------

                แต่ด้วยความก้าวหน้า ก้าวไกล ทางเทคโนโลยี ที่มันได้ทำให้เกิดวิถีทางใหม่ๆ ที่แทบไม่ต้องลงทุน ลงแรง ไม่ต้องระดมเงิน บริจาคเงิน กันเป็นระดับร้อยล้าน พันล้าน ไม่ต้องนอนกลิ้ง นอนหงาย หลบลูกระเบิด ลูกกระสุน กันตามท้องถนน แค่นั่งจิ้มๆ ทิ่มๆ กันในโทรศัพท์มือถือ หรือคอมพิวเตอร์ ซึ่งได้กลายเป็น อวัยวะส่วนที่ 33 ของแต่ละปัจเจกบุคคลไปแล้ว โอกาสที่จะสามารถจัดปรุงเครื่องแกง ใส่หัวหอม กระเทียม และพริกไทย เติมพริกชี้ฟ้า และพริกขี้หนูสวน เข้าไปซักสอง-สามกำมือ ผสมกับขิง ขมิ้น รากผักชี ยี่หร่า ให้ออกมาเป็น แกงเหลืองปักษ์ใต้ หรือ น้ำพริกนรก เอามาเสิร์ฟกันใน สภาโซเชียลมีเดีย ย่อมเป็นไปได้ไม่ยากซ์ซ์ซ์...

                                                                            -----------------------------------------------------

                อันนี้นี่แหละ...ที่มันอาจทำให้ ความชุลมุน วุ่นวาย อันเนื่องมาจาก วิถีทางรัฐสภา ไม่เวิร์ก หรือไม่ตอบสนองต่ออารมณ์ความรู้สึกของใครต่อใครซักเท่าไหร่ จนทำให้เกิดการหันไปใช้ วิถีทางอื่นๆ กันแทนที่ มันอาจอุบัติขึ้นมาในรูปแบบที่ไม่มีใครเคยคาดคิดมาก่อนเลย ด้วยเหตุนี้...สำหรับผู้ที่เป็น นักคิด ทั้งหลาย พึงต้องช่วยๆ คิดกันเอาไว้ก่อนล่วงหน้า ว่าจะรับมือ ควบคุม ป้องกัน กันอย่างไร มันถึงจะทำให้ระบอบประชาธิปไตย ไม่ต้องกลายเป็นประชาธิป...ตาย แบบตายแล้ว ตายอีก หรือต้องวนไป-วนมา ไม่ยอมไปไหนกับเค้าซักกะที...

                                                                                 -------------------------------------------------------

                ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Charles Yost (อีกครั้ง...และอีกครั้ง)... Democracy is not a matter of sentiment, but of fore-sight. Any system that does not take a long run into account will burn itself out in the short run. – ประชาธิปไตยมิใช่เรื่องอารมณ์ หากเป็นเรื่องของการมองการณ์ไกล ระบบอะไรก็ตามที่ไม่คำนึงถึงการณ์ไกล ย่อมเผาไหม้ตัวเองมอดไปในระยะเวลาอันใกล้...

                                                                                     ------------------------------------------------------- 


ผม "หายไป" ด้วยท้องไส้ไม่สบายซะหลายวันแต่วันนี้ ๒๑ ตุลาไม่หายก็ต้องหาย เพราะเป็นวันครบรอบอีกขวบของไทยโพสต์ ยังไงๆ ก็ต้องเอาหน้ามาเจอกัน ที่สำคัญ........

'ทอน' ไม่รู้! แล้วจะรอดหรือ
ธาตุแท้อนาคตใหม่
งบฯ ผ่าน ไม่ยุบ ไม่ออก
'ความเมือง' ในไทยยุคที่ ๓
อย่าให้ฝ่ายแค้นแหกตา
ธนาธร:ไก่อ่อนเผยอเป็นอินทรี