นักมวยกับการเปลี่ยนเวที


   

 ท่านรองนายกฯ วิษณุ เครืองอม นั้น...คงต้องยอมรับเอาจริงๆ นั่นแหละว่า ท่านออกจะ รอบจัด และ อะราวด์ เดอะ เวิลด์ ซะเหลือเกิน ทั้งท่วงทำนอง บุคลิกลีลา ทั้งคารมคมคาย รวมทั้งความมีหลัก มีฐาน มีเหตุ มีผล ชนิดลุกขึ้นพูด ลุกขึ้นชี้แจง ในเรื่องไหนต่อเรื่องไหน ในเงื่อนไข กรณีใดๆ ก็ตาม ต้องเรียกว่า...ไม่ใช่แค่ ลิงหลับ เท่านั้น เผลอๆ ลิงอาจต้องยื่นกล้วย คืนกล้วย ยอมรับสารภาพผิด เลิกซุก เลิกซน เอาง่ายๆ...

                                                               -------------------------------------------------

                ด้วยเหตุนี้นี่เอง...ไม่ว่ารัฐบาลไหน ต่อรัฐบาลไหน เลยล้วนมิอาจปฏิเสธได้ต่อความเป็น อภิมหาเนติบริกร ของท่านรองฯ วิษณุ จะเป็นรัฐบาลประชาธิปไตยเต็มใบ ครึ่งใบ รัฐบาลเผด็จการฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ ต่างหนีไม่พ้นต้องหันมาคว้าท่านรองฯ วิษณุ ติดปลายนวมเอาไว้ในตำแหน่งหนึ่ง ตำแหน่งใด อยู่เสมอๆ และไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่ง ในสถานะใดๆ การให้บริการ และบริกรของ นักกฎหมายการเมือง รายนี้ นอกจากจะคุ้มค่า คุ้มราคา แถมยังอาจสร้าง มูลค่าเพิ่ม ด้วยแบรนด์เนม และแพ็กเกจ เลยทำให้ กระบวนการสืบทอดอำนาจ ของรองฯ วิษณุ เผลอๆ...อาจยาวว์ว์ว์นาน ซะยิ่งกว่า บิ๊กตู่ เอาเลยก็ไม่แน่...

                                                                 ------------------------------------------------

                แต่ก็เอาเป็นว่า...โดยสรุปรวมความแล้ว ปมประเด็นเรื่อง การถวายสัตย์ฯ ที่เคยคิดๆ กันว่า ระดับน้ำหนักหมัด น่าจะพอๆ กับหมัดฮุค หมัดสวิง หรือหมัดน็อก ของอดีตแชมป์โลกรุ่นเฮฟวีเวต อย่าง จอร์จ โฟร์แมน ไม่ก็แชมป์โลกรุ่นเวลเตอร์เวต อย่าง แมนนี ปาเกียว อะไรประมาณนั้น แต่มาถึง ณ ขณะนี้ ก็ดูจะออกไปทาง แชมป์มวยวัด ซะเป็นหลัก คือออกไปทางวืดไป วืดมา ป่ายซ้าย ป่ายขวา แทบไม่ได้เฉี่ยวขมับ หรือเฉียดกระโดงคาง ของ บิ๊กตู่ เอาเลยแม้แต่น้อย ยิ่งโดยเฉพาะเมื่อมีรองฯ วิษณุ  คอยพ่นน้ำ ให้น้ำ เช็ดเนื้อ เชื้อตัว ในฐานะพี่เลี้ยงมุมน้ำเงิน ป.ประยุทธ์ แห่งค่ายมวย 3 ป. ก็เลยยังสามารถออกมาเต้นย็อกๆ แย็กๆ ลอยหน้า ลอยตา เผลอเมื่อไหร่อาจถูกยกตีนลูบหน้าเอาเลยก็ไม่แน่...

                                                                   ------------------------------------------------

                เหลือแต่ต้องหันไปใช้วิธีแบบ ไมค์ ไทสัน ลูกเดียวเท่านั้นเอง คือ กระโดดกัดหู ให้สิ้นเรื่อง สิ้นราว สิ้นแค้นตาแม้นลงไปได้มั่ง เพราะถ้าหากยังเอาแต่วืดไป วืดมา มวยวัด ย่อมต้องมีสิทธิ์เหนื่อยได้เหมือนกัน ยิ่งภายในค่ายมวยของฝ่ายค้านช่วงนี้ ชักมีข่าวระหอง ระแหง ทยอยเข้ามาเป็นระยะๆ ไม่ใช่แค่เฉพาะบางรายที่หันมาจับคู่ถีบกันเอง ตบกันเอง ล็อกแขน ล็อกขา ตบกันต่อหน้าหัวหน้าค่าย หัวหน้าพรรค เท่านั้น ยังมีอีกสิบๆ รายที่กำลังถูกสอบสวน ทวนความ ถึงขั้นคิดจะขับ ไม่ขับ ออกจากพรรคกันไปโน่น ด้วยเหตุเพราะความระแวง สงสัย ว่าจะเกิดการปันใจ เกิดความพยายามแปลงกายเป็นงูเห่า งูบองหลา ฯลฯ ขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ย่อมได้...

                                                                    ---------------------------------------------------

                ดังนั้น...โดยแนวโน้มของการชิงแชมป์เวทีมวยรัฐสภา ไม่ว่าฝ่ายมุมน้ำเงิน หรือฝ่ายรัฐบาลจะมีเสียงปริ่มน้ำไปถึงระดับไหน แต่โอกาสที่ฝ่ายมุมแดง หรือฝ่ายค้าน จะกระชากมงกุฎ หรือกระชากเข็มขัดแชมป์ คงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ หรือถ้าเอาแต่ท้าชิง ท้าชก พยายามจะเปิดออพชั่นเที่ยวแล้ว เที่ยวเล่า โอกาสที่ รัฐบาล 3 ป. จะอยู่ยาวว์ว์ว์ไปครบ 4 ปี หรือเผลอๆ 8 ปี ตามที่ ซินแสประจำทำเนียบรัฐบาล ได้ทำนายทายทัก หรือได้ โหน เอาไว้ก่อนล่วงหน้า ย่อมมีความเป็นไปได้สูงเอามากๆ...

                                                                      ----------------------------------------------------

                ด้วยเหตุนี้นี่เอง...ที่ทำให้บรรดาพวก โปรโมเตอร์  บางราย ชักเริ่มหันไปเหลียวมอง เวทีมวยสำโรง ขึ้นมามั่งแล้ว!!! หรือเริ่มหันไปมองเวทีอื่นๆ ที่ไม่ใช่ เวทีรัฐสภา เพียงอย่างเดียวเท่านั้น โดยเฉพาะเวที โซเชียลมีเดีย นั่นแหละ ที่น่าสนใจอย่างเป็นพิเศษ เพราะในเวทีนี้ ไม่ว่านักมวยอย่าง บิ๊กตู่ จะจัดจ้าน ไหลลื่น ลับ-ลวง-ครางง์ง์ง์ และบ็อกเซอร์ ไปได้ถึงขั้นไหน แต่เมื่อต้องเจอกับหมัด-เท้า-เข่า-ศอก รวมทั้งส้นตีนและสากกะเบือบินจากบรรดาผู้ไม่ประสงค์จะออกนาม สาดเข้าใส่ในทุกทิศ ทุกทาง โอกาสที่จะ ไปไม่เป็น ต่อยไม่ออก ถูกกระหน่ำชนิดถึงขั้นจำบ้านเลขที่ไม่ได้ หาทางกลับมุมแทบไม่เจอ ก็พอจะเห็นๆ กันอยู่ในแต่ละช่วง แต่ละระยะ...

                                                                         ----------------------------------------------------

                เจอเข้ากับเวทีๆ นี้...แม้แต่พี่เลี้ยงมุมน้ำเงิน อย่าง รองฯ วิษณุ ก็เถอะ คงช่วยอะไรแทบไม่ได้ เพราะมันคงไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องความมีเหตุ มีผล มีหลัก มีฐาน ความมีหลัก มีการ หรือแม้แต่คารม คมคาย ใดๆ ทั้งสิ้น แต่หนักไปทางการมี กล้วย เอาไว้ซักกี่หวี กี่เครือ มากพอที่จะเอาไว้แจกจ่าย ให้กับผู้ที่มีอารมณ์ความรู้สึก หรือมี รสนิยม เดียวกัน มาก-น้อยขนาดไหน โดยเฉพาะผู้ที่จัดอยู่ใน สปีชีส์ เดียวกัน อย่างเช่นบรรดาพวก กะปอม ทั้งหลาย ที่พร้อมจะแจกกล้วย แจกสากกะเบือบิน ให้บรรดา ไดโนเสาร์ รายใดได้เสมอๆ...

                                                                          --------------------------------------------------------

                และจะไป ดูเบา เวทีที่ว่านี้ก็คงมิได้...เพราะขนาด กะปอมฮ่องกง ยังสามารถทำให้รัฐบาลประชาธิปไตยรวมศูนย์ หรือเผด็จการฮาร์ดแวร์ แห่งจีนแผ่นดินใหญ่ ถึงกับสั่นสะท้าน มืออ่อน ตีนอ่อน หาทางออก ทางไป แทบไม่เจอจนถึงบัดนี้ แล้วระดับเผด็จการซอฟต์แวร์ หรือรัฐบาลประชาธิปไตยแบบไทยๆ ของ บิ๊กตู่ จะไปเหลืออะไร??? โอกาสที่ หูแหว่ง หรือถูกหัวชนจนเลือดอาบหมอไม่รับเย็บ ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เอาซะเลย...

                                                                              ---------------------------------------------------

                ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้...จาก Herbert V. Prochnow... A great many people mistake opinions for thoughts. – คนจำนวนมากยังเข้าใจผิดว่า...ความเห็น คือ ความคิด...

                                                                               ----------------------------------------------------

 


ผม "หายไป" ด้วยท้องไส้ไม่สบายซะหลายวันแต่วันนี้ ๒๑ ตุลาไม่หายก็ต้องหาย เพราะเป็นวันครบรอบอีกขวบของไทยโพสต์ ยังไงๆ ก็ต้องเอาหน้ามาเจอกัน ที่สำคัญ........

'ทอน' ไม่รู้! แล้วจะรอดหรือ
ธาตุแท้อนาคตใหม่
งบฯ ผ่าน ไม่ยุบ ไม่ออก
'ความเมือง' ในไทยยุคที่ ๓
อย่าให้ฝ่ายแค้นแหกตา
ธนาธร:ไก่อ่อนเผยอเป็นอินทรี