เมินสอบจริยธรรม! บิ๊กตู่โวรู้ฝ่ายค้านหวังโยงพท.ระสํ่าคุ้ยส.ส.หม่ำข้าว


   

 นายกฯ ไม่อยู่เมืองไทย 8 วัน บินไปสหรัฐร่วมประชุมยูเอ็น แจงเหตุไม่ตอบสภาปมถวายสัตย์ฯ เพราะฝ่ายค้านต้องการให้พูดอะไรสักอย่างจึงต้องระมัดระวังมากที่สุดในการที่จะถูกลากไปเชื่อมโยงอะไร เมินยื่นสอบจริยธรรม ลั่นไม่หนีพร้อมสู้ตามกระบวนการ เฉลยโครงข่ายทำลายประเทศไม่ใช่แค่นักการเมือง มีเรื่องไฟใต้ด้วย "วิษณุ" ย้ำรัฐบาลทำหน้าที่เรียบร้อยแล้ว ไม่สนฝ่ายค้านยื่นประธานสภาฯ "ชวน" ไม่รับลูก ชี้ต้องพิจารณาเข้าหลักเกณฑ์ตามกฎหมายใด "เพื่อไทย" ระส่ำ! จ่อสอบ ส.ส.ดอดกินข้าวกับ พปชร.ก่อนศึกซักฟอก "ช่อ-เฮงซวย" ซวยแน่ "พี่ศรี" ยื่น ป.ป.ช.ฟันผิดจริยธรรมแล้ว

    เมื่อวันศุกร์ ที่ทำเนียบรัฐบาล มีการเผยแพร่กำหนดการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในวันที่ 21-27 ก.ย.2562 นี้ นายกฯ พร้อมด้วยคณะ ประกอบด้วยนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ, นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ (United Nations General Assembly - UNGA) ครั้งที่ 74 และเข้าร่วมการประชุมสำคัญที่เกี่ยวเนื่อง ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา
    โดยนายกรัฐมนตรีมีกำหนดการเข้าร่วมการประชุมที่สอดคล้องกับวาระการเป็นประธานอาเซียน เพื่อแสดงบทบาทในวาระระดับโลกที่สำคัญสอดคล้องกับ 3 เสาหลักสหประชาชาติและผลประโยชน์ของไทย   และพบกับภาคส่วนสำคัญ ได้แก่ 1.Asia Society 2. สภาธุรกิจสหรัฐ-อาเซียน (US-ASEAN Business Council: USABC) พบปะหารือกับผู้นำประเทศต่างๆ ได้แก่ นายสกอตต์ มอริสัน นายกฯ ออสเตรเลีย รวมทั้งหารือกับนายอันโตนิอู กุแตเรซ เลขาธิการสหประชาชาติ และนาย Tijjane Muhammad Bande ประธานสมัชชาสหประชาชาติ สมัยที่ 74 ด้วย
    นอกจากนี้ ในวันอาทิตย์ที่ 22 ก.ย. เวลา 15.30 น. นายกฯ จะพบปะกับชุมชนไทยในสหรัฐอเมริกา วันที่ 24 ก.ย. ช่วงเช้า เลขาธิการสหประชาชาติเป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงรับรอง จากนั้นเวลา 09.00 น. จะเข้าร่วมการเปิดอภิปรายทั่วไปการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ โดยในช่วงบ่ายจะเข้าร่วมการประชุมระดับผู้นำว่าด้วยเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน และในช่วงค่ำ ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐและภริยาเป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงรับรอง
    จากนั้นในวันพุธที่ 25 ก.ย. ช่วงเที่ยง นายกฯ มีกำหนดกล่าวสุนทรพจน์ ณ องค์กร Asia Society และในช่วงค่ำจะเข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำและพบปะกับคณะผู้บริหารของ USABC ก่อนจะเดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ในวันศุกร์ที่ 27 ก.ย. เวลา 21.55 น. 
    ที่กระทรวงกลาโหม เวลา 14.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม เดินทางมาเป็นประธานการประชุมสภากลาโหม พร้อมด้วยปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ขาดเพียง พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ที่เดินทางไปราชการต่างประเทศ
    พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวกรณีนายกฯ ได้ฝากให้เหล่าทัพดูแลเรื่องใดเป็นพิเศษหรือไม่ในช่วงเดินทางไปต่างประเทศ ว่า ไม่ได้ย้ำอะไรเป็นพิเศษ เพราะถือว่าเป็นการทำงานตามภาวะปกติ ไม่ได้มีอะไรที่เกี่ยวกับความมั่นคง
รู้ฝ่ายค้านต้องการอะไร
    ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ 7 พรรคฝ่ายค้านจึงเตรียมพิจารณายื่นเรื่องต่อประธานสภาฯ เพื่อส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการตรวจสอบมาตรฐานทางจริยธรรมของนายกรัฐมนตรี ว่าเรื่องของฝ่ายค้านก็ขอให้ดำเนินการสอบไป ซึ่งต้องไปดูทางฝ่ายกฎหมายว่าสามารถทำได้หรือไม่ เพราะตนเคารพกระบวนการทางกฎหมายทุกประการ ศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครองตนก็รับหมด และส่งคนไปดำเนินการทางคดีความ โดยชี้แจงสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และ ป.ป.ช. ซึ่งก็ทำมาตลอด เพราะมีการฟ้องร้องหลายอย่าง เมื่อไปชี้แจงทุกอย่างก็จบ และยืนยันว่าตนไม่หนี
    ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯ ชี้แจงยังไม่เคลียร์ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ถือเป็นมุมมองของเขา ส่วนของตนบอกว่าชี้แจงเท่าที่ทำได้ ในขณะเดียวกันนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ได้ชี้แจงไปแล้ว เมื่อถามว่าถ้านายกฯ ชี้แจงเองจะชัดเจนกว่าหรือไม่  พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า คุณก็รู้ว่าเขาต้องการอะไร 
    "เขาต้องการให้ผมพูดอะไรสักอย่าง ก็ต้องระมัดระวังมากที่สุดในการที่จะถูกลากไปเชื่อมโยงอะไรก็แล้วแต่ต้องระมัดระวัง เพราะคนทำต้องรับผิดชอบในการที่จะต้องไปเกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงกับอะไรก็แล้วแต่"
    ถามว่าเรื่องนี้ควรจบได้แล้วใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่รู้ ก็แล้วแต่ท่าน ส่วนที่ฝ่ายค้านจะนำประเด็นการถวายสัตย์ปฏิญาณตนไปอภิปรายไม่ไว้วางใจก็ทำไป จะลากไปทำที่ไหนก็ไป ตนก็อธิบายได้ ซึ่งก็อยากให้ประชาชนเข้าใจว่าประเทศชาติกำลังเผชิญหน้ากับอะไรอยู่ และอย่าลืมอดีตที่ผ่านมาพฤติกรรมของหลายคน อยากให้เรียนรู้ไม่ให้เกิดขึ้นอีก
    เมื่อถามถึงเป็นกลุ่มโครงข่ายทำลายประเทศชาติตามเอกสารหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ในเอกสารดังกล่าวไม่ใช่จะต้องหมายถึงเพียงแค่นักการเมือง เพราะมีเรื่องการแก้ไขปัญหาภาคใต้และเรื่องการวางระเบิดรวมอยู่ด้วย อีกทั้งผลการสอบสวนต่างๆที่รายงานตนมา แต่บังเอิญว่าในวันนั้นเอกสารติดกระเป๋าไปก็เลยหยิบมาดู ไม่ได้มีเจตนาเอามาขู่ใคร แต่เป็นเพราะสื่อไปถ่ายภาพออกมา ซึ่งความจริงแล้วก็ไม่ควร 
    "ทุกวันนี้ผมก็ยิ้มสู้อยู่แล้ว และสู้ในสิ่งที่ควรสู้ แต่ถามว่าจะสู้กับคนในชาติไปทำไม ผมสู้กับเศรษฐกิจและความยากจน ยืนยันว่าไม่ได้อยากสู้กับใคร อยากให้ทุกคนช่วยกันไตร่ตรองใคร่ครวญให้ดีในการจะทำอะไรก็ตาม รวมถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญซึ่งผ่านประชามติมามากมาย หากจะแก้ไขหรือทำอะไรก็ควรอยู่ในกระบวนการ จะแก้ไขมาตราอะไรก็ค่อยๆ ทำไป ผมไม่ได้ไปขัดขวาง แต่อย่าลืมว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ทำให้หลายคนได้เข้ามาอยู่ในสภา เพราะฉะนั้นอย่าเลือกรัฐธรรมนูญเฉพาะบางมาตราเท่านั้น อยากให้ไปดูกฎหมายลูกด้วย โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายชุมนุม การปลุกคนมารวมตัวกันที่ถนนควรเลิกได้แล้ว และวันหน้าก็อย่ามาตี พ.ร.บ.การชุมนุมอีก เพราะอยากให้เคารพกฎหมาย บ้านเมืองจะได้สงบ" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว 
    นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงกรณีฝ่ายค้านเตรียมเข้าชื่อประธานสภาฯ เพื่อยื่น ป.ป.ช.ให้ศาลฎีกาไต่สวนนายกฯ ว่าไม่เป็นไร หากเขาคิดว่าเป็นช่องทางที่คิดว่าทำได้ก็ทำไป ใครอ่านรัฐธรรมนูญก็รู้อยู่ว่ามันมีช่องทางเช่นนั้น แต่สุดท้ายก็อยู่ที่ ป.ป.ช. และศาลฎีกาจะว่าอย่างไร ส่วนจะเข้าเงื่อนไขตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ระบุว่าเรื่องดังกล่าวไม่อยู่ในอำนาจไต่สวนขององค์กรใดภายใต้รัฐธรรมนูญตนไม่ขอตอบ
     เมื่อถามว่า ตามช่องทางกฎหมาย สามารถทำได้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ตอบ เมื่อฝ่ายค้านจะเป็นฝ่ายยื่น ก็ต้องพิจารณาเองว่าทำได้หรือไม่
ทำหน้าที่เรียบร้อยแล้ว
     ส่วนประเด็นที่ฝ่ายค้านอภิปรายทั่วไป ตามมาตรา 152 จะนำไปสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามมาตรา 151 ได้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า คงยังไม่มีใครประเมินเรื่องนี้ในเวลานี้
    "รัฐบาลมีหน้าที่อย่างไรก็ได้ทำหน้าที่ในส่วนของรัฐบาลไปเรียบร้อยแล้ว หากใครคิดว่ายังไม่ถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ จะเดินหน้าต่อก็เป็นเรื่องของท่าน" นายวิษณุกล่าวถึงประเด็นที่ฝ่ายค้านอภิปราย ทั้งเรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วน และการแถลงนโยบายโดยไม่บอกที่มาของวงเงินดำเนินการควรจบแล้วหรือยัง 
    ด้านนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า การยื่นเรื่องดังกล่าวสามารถกระทำเมื่อใดก็ได้ แม้จะเป็นช่วงปิดสมัยประชุมสภา แต่สิ่งสำคัญคือ การยื่นตรวจสอบจะต้องเข้าองค์ประกอบตามข้อกฎหมาย ส่วนสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะผู้ส่งต่อคำร้อง จะต้องพิจารณาว่าเข้าหลักเกณฑ์ตามกฎหมายใด ซึ่งเรื่องนี้จะตอบได้ก็ต่อเมื่อฝ่ายค้านยื่นเรื่องมายังสภาผู้แทนราษฎร
    นายชวนกล่าวถึงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าคำวินิจฉัยของศาลมีผลผูกพันทุกองค์กรว่า ตามมาตรา 211 ของรัฐธรรมนูญ ให้คำวินิจฉัยมีผลผูกพันกับทุกองค์กร แต่กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับเรื่องของผู้ตรวจการแผ่นดินที่ส่งเรื่องให้วินิจฉัยปมถวายสัตย์ปฏิญาณนั้น ไม่ใช่การวินิจฉัย แต่เป็นคำสั่ง ส่วนที่คำสั่งดังกล่าวของศาลรัฐธรรมนูญมีคำพ่วงท้ายเอาไว้ก็เป็นเรื่องที่ต้องรับฟัง แต่ทั้งนี้ต้องรอคำร้องของฝ่ายค้านยื่นมายังสภาผู้แทนราษฎรก่อนถึงจะพิจารณาได้ จะพูดแทนไม่ได้ว่าสิ่งใดเข้าหลักเกณฑ์ แต่ผู้ที่จะยื่นเรื่องต้องเป็นฝ่ายศึกษาเอง ว่าจะเข้าไปเป็นตามช่องทางใด แต่สิ่งสำคัญคืออยากให้กระบวนการประชาธิปไตยเดินหน้าไปตามปกติ
    ส่วนนายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวว่า หากส่งมาต้องรับเรื่องไว้ และให้สำนักที่เกี่ยวข้องไปพิจารณาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายก่อนนำเสนอที่ประชุม ป.ป.ช.ชุดใหญ่เพื่อพิจารณา ขณะนี้รอให้ยื่นเรื่องมาก่อน แล้วถึงจะพูดในรายละเอียดได้ ตามขั้นตอนเมื่อยื่นมาแล้วทาง ป.ป.ช.ก็ต้องดำเนินการตรวจรับคำกล่าวหาแล้วตรวจดูว่าเป็นคำกล่าวหาที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช.จะรับไว้พิจารณาหรือไม่ หากเห็นว่าเป็นเรื่องที่อยู่ในอำนาจ ก็ดำเนินการตามกระบวนการไต่สวนไป ถ้าเป็นเรื่องที่ไม่อยู่ในอำนาจของ ป.ป.ช. ต้องมีมติไม่รับพิจารณา ทั้งนี้เรื่องความผิดจริยธรรมเป็นเรื่องที่อยู่ในอำนาจของ ป.ป.ช. แต่ต้องดูข้อเท็จจริงในคำกล่าวหาก่อน 
     วันเดียวกัน สวนดุสิตโพล เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง "ประชาชนคิดอย่างไร? กับการอภิปราย รัฐบาลประยุทธ์?" โดยสำรวจความคิดเห็นประชาชนที่อยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล จำนวน 207 คน  ซึ่งเป็นผู้รับชมการถ่ายทอดสดที่นั่งอยู่ในห้อง 25 คน และการลงพื้นที่ภาคสนาม 182 คน ตั้งแต่หลังจากที่การอภิปรายเสร็จสิ้นถึงวันที่ 20 ก.ย. สรุปผลได้ว่าถ้าคะแนนเต็ม 10 ประชาชนให้ฝ่ายรัฐบาล 4.98 คะแนน ให้ฝ่ายค้าน 7.05 คะแนน
นายกฯ คะแนนต่ำสุด
    จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน ประชาชนให้คะแนนผู้อภิปราย ดังนี้ 1.นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ 8.26 คะแนน 2.    นายสุทิน คลังแสง     ส.ส.มหาสารคาม เพื่อไทย 8.04 คะแนน 3.นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์  ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน 7.75 คะแนน 4.นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน เพื่อไทย 7.64 คะแนน 5.นายจิรายุ ห่วงทรัพย์    ส.ส.กทม. เพื่อไทย 7.60 คะแนน    6.นางสาวสิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ อนาคตใหม่ 7.53 คะแนน 7.นายเรวัต วิศรุตเวช ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเสรีรวมไทย 7.42 คะแนน 8.นางสาวจิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด เพื่อไทย 7.31 คะแนน
    9.พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย 7.29 คะแนน 10.นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม เพื่อไทย 7.14 คะแนน 10.น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย 7.14 คะแนน 12.นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย 7.00 คะแนน 13.นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ 6.81 คะแนน 14.นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ 6.67 คะแนน 15.นายณัฐชา บุญไชนอินสวัสดิ์ ส.ส.อนาคตใหม่ 6.46 คะแนน
    16.นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ 6.44 คะแนน 17.นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ อนาคตใหม่    6.23 คะแนน 18.นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ 6.14 คะแนน 19.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม 6.00 คะแนน
     มีรายงานว่า จากกรณีกระแสข่าว ส.ส.พรรคเพื่อไทยไปรับประทานอาหารร่วมกับแกนนำพรรคพลังประชารัฐก่อนการประชุมสภาเพื่ออภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 วันที่ 18 ก.ย. ขณะนี้ทางพรรคเพื่อไทยจะดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร โดยจะเชิญผู้เกี่ยวข้องคือ ส.ส.ที่ปรากฏชื่อในข่าวมาสอบถามข้อเท็จจริง
    นายประยุทธ์ ศิริพาณิชย์ ประธานภาคอีสาน พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทยจะเปิดเผยหลักฐานสิ่งจูงใจเพื่อดู ส.ส.พรรคเพื่อไทยของแกนนำพรรคพลังประชารัฐหากไม่หยุดพฤติกรรมว่า ขณะนี้ยังไม่ได้พบกับ ส.ส.ที่มีชื่อในข่าว ยังไม่ได้สอบถามข้อเท็จจริง ส่วนตัวมองว่าการที่ส.ส.จะไปทานข้าวกับใครถือเป็นเรื่องธรรมดาของสังคมไทย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล หากมีความสนิทสนมกัน สามารถไปทานข้าวร่วมกันได้ ไม่ใช่เรื่องแปลก ถือเป็นการเอื้ออาทรต่อกันด้วยซ้ำไป 
    "เรื่องนี้ไม่ถึงขั้นจะเป็นจะตาย หากกรรมการบริหารพรรคติดใจในเรื่องนี้ สามารถตั้งกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ว่ามีการมอบสิ่งจูงใจเหมือนที่เป็นข่าวหรือไม่ หากผลออกมาเป็นทางลบค่อยตั้งกรรมการสอบวินัยต่อไป แต่ถ้าไม่มีอะไรก็ควรปล่อยเรื่องนี้ไป ส่วนตัวมองว่าแค่เขาไปกินข้าวกันแล้วต้องมาระแวง เช่นนี้ไม่ถูกต้องนัก ต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน ส.ส.แต่ละคนมีวุฒิภาวะ รู้ผิดชอบชั่วดี หากทานข้าวกันแล้วไม่มีการก้าวล่วงงานของกันและกันก็ไม่มีอะไรเสียหาย" นายประยุทธ์กล่าว 
    นายศักดา คงเพชร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวที่มีชื่อปรากฏไปร่วมรับประทานอาหารกับนายสมศักดิ์ เทพสุทิน, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำกลุ่มสามมิตร พรรคพลังประชารัฐ ว่าตนไม่ได้ไปวันเปิดอภิปรายฯ นายกฯ เรื่องถวายสัตย์ฯ มาเซ็นชื่อแต่เช้า อยู่ในสภาตลอด พูดคุยกับ ส.ส.เพื่อไทยหลายคน ถามเพื่อน ส.ส.ดูได้ ยังแปลกใจ ทำไมถึงมีชื่อปรากฏกับเขาด้วย ส่วนคนอื่นใครไปบ้างนั้น ไม่ทราบ ไม่ขอออกความเห็น เพราะพูดไปในสิ่งที่ไม่รู้ ไม่ดี ส่วนเรื่องเก้าอี้ประธานกรรมาธิการ จบไปแล้ว ทางพรรคมีข้อตกลงกัน เปิดโอกาสให้คนที่ไม่เคยได้ ให้ไปนั่งทำหน้าที่บ้าง เช่นตนเคยเป็นประธาน กมธ.มาแล้ว รอบนี้ก็ไม่ได้เป็นเปิดโอกาสให้คนอื่นเป็น ส่วนคนอื่นจะติดใจอะไรหรือไม่นั้น ไม่รู้จิตใจคนบางทีก็ยากหยั่งถึง
ชง ปปช.สอบ"ช่อ-เฮงซวย"
    เมื่อถามว่าขณะนี้ยังมีความพยายามดูดหรือทาบทาม ส.ส.เพื่อไทยไปอีกหรือไม่ นายศักดาตอบว่า คงไม่มีแล้ว ถ้าจะไปกันคงไปกันตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งแล้ว วันนี้ไม่มีแล้ว คนที่จะมาดูดก็คงรู้ คงไม่มีใครไปหรอก สัก 100 คนถ้าจะไปคงมีเพียงครึ่งคนเท่านั้น ส่วนบางกรณียังมี ส.ส.เพื่อไทยโหวตสวนออกไปบ้างนั้น ถ้าเป็นเรื่องนโยบาย เขาก็อาจจะโหวตในทิศทางสิ่งที่เขาเชื่อก็ได้ แต่ถ้าเป็นเรื่องใหญ่ๆ ที่เป็นเรื่องระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้าน อย่างเช่นเรื่องโหวตนายกฯ ที่ต้องแบ่งกันชัดเจน คงไม่มีใครกล้าโหวตสวน 
           ที่สำนักงาน ป.ป.ช. นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้ยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. กรณี น.ส.พรรณิการ์ วานิช หรือช่อโฆษกพรรคอนาคตใหม่ ปราศรัยต่อหน้าสาธารณชนด้วยถ้อยคำว่า “รัฐธรรมนูญเฮงซวย” บนเวที "รัฐธรรมนูญนี้เพื่อใคร? รัฐธรรมนูญใหม่เพื่อคนไทยทุกคน" เมื่อ 15 ก.ย.62 ที่ จ.มหาสารคาม เป็นพฤติการณ์ที่ตรงกันข้ามกับถ้อยคำที่เคยปฏิญาณก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ในฐานะ ส.ส. ตามที่รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 115 ได้บัญญัติไว้ว่า ก่อนเข้ารับหน้าที่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องปฏิญาณตนในที่ประชุมแห่งสภาที่ตนเป็นสมาชิกด้วยถ้อยคำที่ว่า “ข้าพเจ้า (ชื่อผู้ปฏิญาณ) ขอปฏิญาณว่า ข้าพเจ้าจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ” และในรัฐธรรมนูญ 2560 ก็บัญญัติบริบทที่เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ที่คนไทยเทิดทูนไว้หลายมาตรา อาทิ ม.2, 6, 7, 8, 9, 10, 13, 122, 161, 175, 176, 177, 179, 180, 190 และ ม.191 จึงอาจจะกระทบต่อความรู้สึกของคนไทยที่เทิดทูนพระมหากษัตริย์ที่บัญญัติไว้ในมาตราต่างๆข้างต้น
    "ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม และอาจเข้าข่ายการฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง ที่กำหนดข้อห้ามไว้ตามมาตรฐานทางจริยธรรม 2561 ข้อ 5 และข้อ 6 ที่ระบุไว้ว่า ส.ส.ต้องยึดมั่นและธำรงไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และต้องพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ฯ จึงจำต้องนำความมาร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. เพื่อดำเนินการไต่สวนและตรวจสอบการกระทำดังกล่าวว่า หาก ป.ป.ช.วินิจฉัยว่าเข้าข่ายก็จะต้องส่งคำร้องไปยังศาลฎีกาเพื่อพิจารณาไต่สวนและวินิจฉัยและหรือลงโทษตามกฎหมายสูงสุดต่อไป" นายศรีสุวรรณระบุ 
    นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงความเคลื่อนไหวในการแก้ไขรัฐธรรมนูญของกลุ่มต่างๆ ว่า เป็นเรื่องดีที่พี่น้องประชาชนมีความตื่นตัวทางการเมือง ไม่อยากให้ความสนใจเรื่องรัฐธรรมนูญเป็นเพียงของกลุ่มคนบางกลุ่ม โดยคนส่วนใหญ่ของประเทศไม่ได้ให้ความสนใจเหมือนทุกๆ ครั้งที่ผ่านมา อยากจะให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้เป็นของคนไทยทุกคน และทุกคนมีส่วนร่วมในการศึกษาปัญหา หาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญกันอย่างกว้างขวาง สำหรับการเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆ เป็นเรื่องที่ดี เพราะจะทำให้เกิดความตื่นตัวกันมากขึ้น แต่ขอให้การเคลื่อนไหวใดๆ อยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย ไม่สร้างความแยกแตก หรือยั่วยุให้เกิดความขัดแย้งกัน หลีกเลี่ยงการใช้วาทกรรมหรือคำพูดใดๆ ที่ก่อให้เกิดความรู้สึกที่ไม่ดีต่อกัน มั่นใจว่า  เมื่อเปิดประชุมสภาสมัยสามัญครั้งที่ 2 ในเดือน พ.ย.นี้ ก็จะได้มีข้อมูลนำมาใช้อภิปรายในที่ประชุมสภา เพื่อการจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหา และแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ให้เป็นผลสำเร็จให้จงได้.


ผม "หายไป" ด้วยท้องไส้ไม่สบายซะหลายวันแต่วันนี้ ๒๑ ตุลาไม่หายก็ต้องหาย เพราะเป็นวันครบรอบอีกขวบของไทยโพสต์ ยังไงๆ ก็ต้องเอาหน้ามาเจอกัน ที่สำคัญ........

'ทอน' ไม่รู้! แล้วจะรอดหรือ
ธาตุแท้อนาคตใหม่
งบฯ ผ่าน ไม่ยุบ ไม่ออก
'ความเมือง' ในไทยยุคที่ ๓
อย่าให้ฝ่ายแค้นแหกตา
ธนาธร:ไก่อ่อนเผยอเป็นอินทรี