ยุ่งแล้ว!'อิศรา'แกะเงินลงทุน'ธนาธร-รวิพรรณ'3.2 พันล. ไม่พบแจ้งข้อมูล ป.ป.ช.ทำ 'Blind Trust'


   

21 ก.ย.62 -  สำนักข่าวอิศรา รายงานแล้วว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ แจ้งบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน กรณีเข้ารับตำแหน่ง ส.ส. เมื่อวันที่ 21 ก.ย. 2562 แจ้งทรัพย์สินร่วมกับคู่สมรส (นางรวิพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ) รวมกันกว่า 5.6 พันล้านบาท โดยแสดงรายการเงินให้กู้ยืมแก่พรรคอนาคตใหม่ 2 ครั้ง รวมมูลค่า 191.2 ล้านบาท (อ่านประกอบ : ละเอียดยิบ! ข้อมูลทรัพย์สิน 5.6 พันล. ‘ธนาธร-ภรรยา’ ให้กองทุนจัดการ-หุ้น 5 แห่ง 202 ล.โชว์ละเอียดสัญญาปล่อยกู้‘ธนาธร-อนค.’ 2 ครั้ง 191 ล.-คิดดอกเบี้ยไม่เท่ากัน?)

ประเด็นที่น่าสนใจในการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของนายธนาธรครั้งนี้ นอกเหนือจากเงินให้กู้ยืมแก่พรรคอนาคตใหม่กว่า 191.2 ล้านบาท ที่ถูกร้องเรียนให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตรวจสอบข้อเท็จจริง และมีข่าวว่าในสัปดาห์หน้า พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. จะนำเสนอเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการ กกต. พิจารณาแล้วนั้น

ยังมีประเด็นการโอนทรัพย์สินให้นิติบุคคลบริหารจัดการหรือ ‘Trust’ หรือ ‘Blind Trust’ ที่นายธนาธร เคยให้สัมภาษณ์พร้อมกับจัดงานแถลงข่าวที่พรรคอนาคตใหม่เมื่อวันที่ 18 ก.ย. 2562 โชว์บันทึกตกลงร่วมกับบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนภัทร จำกัด โดยจะนำหุ้นในบริษัทมหาชน ที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ โอนให้นิติบุคคลเป็นผู้จัดการทรัพย์สิน

“ขอเหลือบ้านที่ผมอยู่ตอนนี้ รถ และต่างหูของภรรยาเอาไว้บ้าง และผมจะเจอทรัพย์สินของผมอีกที ก็ต่อเมื่อผมเลิกทำงานการเมือง” คือคำกล่าวของนายธนาธรในวันนั้น (อ้างอิงข้อมูลจาก บีบีซีไทย)

อย่างไรก็ดีสำนักข่าวอิศรา www.isranews.org ตรวจสอบพบว่า ข้อมูลเงินลงทุนของนายธนาธร แจ้งในบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ระบุว่ามูลค่า 3,014,693,457 บาท ส่วนนางรวิพรรณ แจ้งว่ามีมูลค่า 192,855,208 บาท รวมทั้งคู่มีรายการเงินลงทุนทั้งสิ้น 3,207,548,665 บาท หรือ ‘เกินครึ่ง’ ของมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมดของนายธนาธรและนางรวิพรรณ (5.6 พันล้านบาทเศษ)

อย่างไรก็ดีด้วยข้อจำกัดตามกฎหมายใหม่ของ ป.ป.ช. ที่ไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวรวมถึงประชาชนทั่วไปถ่ายภาพรายละเอียดในเอกสารแนบประกอบบัญชีทรัพย์สิน สำนักข่าวอิศราจึงนำรายละเอียดเงินลงทุนที่สำคัญของนายธนาธร และนางรวิพรรณ มานำเสนอ แบ่งเป็น 3 ส่วน ได้แก่

@เงินลงทุนในกองทุนอย่างน้อย 3 แห่ง รวมมูลค่า 306,961,493‬ บาท

1.กองทุน K-SF ได้มาเมื่อวันที่ 23 ก.ค. 2558 จำนวน 178,630,831 บาท

2.กองทุน K-PLAN 1 ได้มาเมื่อวันที่ 23 ก.ค. 2558 จำนวน 126,756,433 บาท

3.กองทุนรวมในบัญชี Sumitomo Mitsui Bangking Corporation 1,574,229 บาท

@เงินลงทุนที่ให้นิติบุคคลดูแล (Trust) อย่างน้อย 5 แห่ง 6 รายการ รวมมูลค่า 207,876,117 บาท

1.หุ้นในตลาดหลักทรัพย์ที่อยู่ภายใต้การดูแลของบริษัท อาร์เอชบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) จำนวน 153,344,761 บาท

2.กองทุนรวมและหุ้นกู้ภายใต้การดูแลของบริษัท ภัทร จำกัด (มหาชน) จำนวน 24,414,748 บาท

3.หน่วยลงทุนที่อยู่ภายใต้การดูแลของ บล.โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) 3,045 บาท

4.หุ้นที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ภายใต้การดูแลของบริษัท เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด 1,586,567 บาท

5.บัญชีแคลบาลานซ์ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด 115,298 บาท

6.หุ้นที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ภายใต้การดูแลของ บล.โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) 21,229,948 บาท

7.หุ้นที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ภายใต้การดูแลของ จีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) จำกัด 6,911,750 บาท

@พอร์ตหุ้นอย่างน้อย 5 แห่ง รวม 39,444,235 บาท

1.หุ้นบริษัท ไทยซัมมิท โอโตพาร์ท อินดัสตรี จำกัด 72,000 หุ้น มูลค่า 2,339,806 บาท

2.หุ้นบริษัท เอช เอส เอช จำกัด 1 หุ้น มูลค่า 2,191 บาท

3.หุ้นบริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง จำกัด 263,200 หุ้น มูลค่า 12,972,238 บาท

4.หุ้นบริษัท The One OC Corporation (จดทะเบียนที่ประเทศลาว) จำนวน 70% มูลค่า 20 ล้านบาท

5.หุ้นบริษัท TS Rubber Service (จดทะเบียนที่ประเทศลาว) จำนวน 1% มูลค่า 70,000 บาท (ของนายธนาธร) และหุ้นบริษัท TS Rubber Service 58% มูลค่า 4,060,000 บาท (ของนางรวิพรรณ)

หากนับเฉพาะในส่วนทรัพย์สิน และหุ้นที่ให้กองทุน-นิติบุคคลดูแล (Trust) รายละเอียดที่น่าสนใจ เช่น บริษัทหลักทรัพย์ อาร์เอชบี (ประเทศไทย) จำกัด ทำหนังสือรับรองแก่นายธนาธร เปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์กับบริษัท มีมูลค่ารวมกัน ณ วันที่ 24 พ.ค. 2562 รวม 21 รายการ จำนวนเงิน 153,344,761 บาท โดยหุ้นที่มูลค่าเยอะที่สุดคือ SCC-R 140,100 หุ้น ราคาตลาด 464 บาท มูลค่า 65,006,400 บาท เป็นต้น

ส่วนบริษัทหลักทรัพย์ จีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) จำกัด ดูแลด้านหลักทรัพย์ มียอดหุ้นคงเหลือ 2 รายการ 6,911,750 บาท เป็นหุ้นบริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) 225,500 หุ้น ราคาตลาด 26.5 บาท มูลค่ารวม 5,975,750 บาท และบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) 200,000 หุ้น ราคาตลาด 4.68 บาท มูลค่า 936,000 บาท

ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนภัทร จำกัด (มหาชน) ที่นายธนาธรเคยโชว์หนังสือบันทึกตกลงการทำ 'Blind Trust' นั้น พบเพียงว่า บริษัทภัทรฯทำหนังสือรับรองให้นางรวิพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ เพื่อแนบเป็นเอกสารประกอบแก่คณะกรรมการ ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 8 ส.ค. 2562 เลขที่หนังสือ OPS 3757/2019 ระบุว่า ข้อมูลหลักทรัพย์ที่อยู่ในการจัดการของกองทุนภัทร เมื่อวันที่ 24 พ.ค. 2562 มีจำนวนทั้งสิ้น 24,414,748 บาท แบ่งเป็น Asset Class : Fixed Income Security : TUC23DA Value : 20,313,309.60 และ Asset Class : Alternative Security : TFFIF Value : 4,001,550

ส่วนบริษัทหลักทรัพย์โนมูระฯ ทำหนังสือรับรองคำขอของนางรวิพรรณ เพื่อยืนยันหลักทรัพย์ที่เหลืออยู่กับบริษัท ยื่นประกอบบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินแก่ ป.ป.ช. โดยระบุว่า นางรวิพรรณ เป็นลูกค้าหลักทรัพย์ เปิดบัญชีกับทางบริษัทตั้งแต่วันที่ 11 ก.ค. 2554 มีมูลค่าทรัพย์สินคงเหลือในบัญชี ณ วันที่ 25 พ.ค. 2562 เป็นมูลค่าหลักทรัพย์ 20,681,057.51 บาท มูลค่าเงินสด 548,890.77 บาท

อย่างไรก็ดีในแฟ้มเอกสารการแจ้งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินกรณีเข้ารับตำแหน่ง ส.ส. ครั้งนี้ ไม่ปรากฏหนังสือของนายธนาธร ที่ต้องชี้แจงต่อประธานกรรมการ ป.ป.ช. หากกรณีประสงค์จะได้รับประโยชน์จากการเป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด และต้องโอนหุ้นส่วนหรือหุ้นดังกล่าวให้แก่นิติบุคคลภายใน 30 วัน นับตั้งแต่แจ้งให้ประธานกรรมการ ป.ป.ช. ทราบ ตามมาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ.การจัดการหุ้นส่วนและหุ้นของรัฐมนตรี พ.ศ. 2543 แต่อย่างใด

นี่คือข้อมูลพอร์ตหุ้น-เงินลงทุนในกองทุนสำคัญ ๆ ของนายธนาธรที่แจ้งต่อ ป.ป.ช. ส่วนนายธนาธรได้ตัดสินใจทำ ‘Blind Trust’ จริงหรือไม่ คงต้องรอคำชี้แจงจากเจ้าตัวต่อไป ?

ขอบคุณข้อมูลและภาพโดย สำนักข่าวอิศรา