เพื่อไทย ชู 2แนวทางแก้ไขรธน. อ้างปชช.อยากให้สอบปมถวายสัตย์ต่อ


เพิ่มเพื่อน    


22 ก.ย.2562 นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้านถึงความคืบหน้าการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญฝ่ายค้านจะเดินหน้าใน 2 มิติคู่ขนานกันไป คือในสภา ญัตติการตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษาหลักเกณฑ์แก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่เรายื่นไว้มีการขยับขึ้นมาเป็นวาระเร่งด่วนแรกเมื่อเปิดสมัยประชุมหน้าก็จะได้พิจารณาเรื่องนี้ทันที ซึ่งท่าทีของส.ส.โดยรวมก็ไปในทิศทางเดียวกันที่ต้องการให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการชุดนี้ขึ้นมาเพื่อศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งถือว่าเป็นการเริ่มต้นในสภาอย่างเป็นทางการ มีเพียงพรรคร่วมรัฐบาลบางพรรคเท่านั้นที่ต้องดูใจต่อไปว่าจะจริงใจที่จะร่วมกันศึกษาอย่างจริงจังหรือไม่ 

ส่วนอีกแนวทางหนึ่งเป็นการเดินหน้าร่วมกับภาคประชาชน โดยฝ่ายค้านจะสัญจรไปให้ความร่วมรู้และแลกเปลี่ยนกับประชาชนตามภูมิภาคต่างๆเกือบจะครบทั่วประเทศแล้วเหลือเพียงภาคใต้ที่จะเดินทางไปในเร็วๆนี้ ซึ่งผลตอบรับที่ผ่านมาดีมากประชาชนต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน และเป็นที่น่ายินดีด้วยว่าองค์กรภาคประชาชนบางส่วนได้เดินหน้าไปก่อนแล้วด้วยการล่ารายชื่อครบ 5 หมื่นรายชื่อ ทำเป็นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญยื่นต่อประธานสภาไปแล้วด้วยเช่นกัน ยืนยันการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องทำควบคู่ไปกับการแก้ปัญหาด้านเศรษฐกิจสังคมและปัญหาด้านอื่นๆของประเทศ เพราะรัฐธรรมนูญถือว่าเป็นโครงสร้างของประเทศถ้าโครงสร้างไม่ดีจะเป็นปัญหาต่อการขับเคลื่อนและแก้ไขปัญหาของประเทศ

นายสุทิน กล่าวถึงการพิจารณายื่นสอบจริยธรรม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม ว่า ฝ่ายค้านจะหารือเรื่องดังกล่าวในวันที่ 23 ก.ย. เพื่อประเมินความเป็นไปได้ตามช่องทางที่นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติเสนอไว้ อีกทั้งเราจะประเมินความต้องการของสังคมว่าจะให้เราเดินหน้าหรือไม่อย่างไร เพราะเรื่องนี้อยู่ในความสนใจของประชาชน และเท่าที่ทราบขณะนี้มีผลสำรวจของมติชน ออกมาว่าประชาชนอยากให้เราอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในเรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณถึง 95%

เมื่อถามถึงกรณีกระแสข่าวส.ส.พรรคเพื่อไทยภาคอีสานจำนวนหนึ่ง ไปทานข่าวร่วมกับแกนนำพรรคพลังประชารัฐ นายสุทิน กล่าวว่า เป็นธรรมดาที่ส.ส.จะทานข้าวร่วมกัน เพราะหลายคนเป็นเพื่อนร่วมงานกันมาก่อน หลังจากนี้จะมีการพูดคุยกับส.ส.ที่มีรายชื่อออกมาเพื่อขอทราบเจตนาที่แท้จริงในการรับประทานอาหารเชื่อว่าจะเข้าใจกันอย่างดีในที่สุด ไม่กังวลว่าเรื่องดังกล่าวจะลามปามกลายเป็นงูเห่าของพรรคเพื่อไทย แต่ถ้าจะมีงูเห่าเกิดขึ้นจะเป็นงูเห่าจากซีกรัฐบาลที่หนีความอึดอัดมาอยู่กับพรรคฝ่ายค้าน เพราะทราบว่าบางส่วนมีความอึกอัดในการบริหารงานทั้งภายในพรรคและในรัฐบาล


"๘ กรกฎา" ไม่ใช่วัน "แดงเดือด"! แต่เป็น "วันส้มเดือด" หรือ "วันปลอกแตก" ก็ได้เหมือนกัน สุดแต่ใครพอใจเรียกแบบไหน

'การเมืองหน้ากาก' ไทย-สหรัฐฯ
'การเมือง' ที่ไม่มี 'วันพระ'
'การอยู่-การไป' ของสมคิด
หมอชาญชัย"เผยตาหมาก"
ภาพสะท้อน 'อนาคตไทย'
อาจารย์แหม่ม 'ผิดตรงไหน?'