เบลตายเพราะเหล้า แอลกอฮอล์400


   


    ชันสูตรศพลัลลาเบล พบตายจากพิษสุราแอลกอฮอล์ในเลือดสูง 418 มิลลิกรัม แต่ไม่พบสารคัดหลั่งของผู้อื่น แพทย์ขอตรวจซ้ำเพื่อความแน่นอน ตำรวจขีดเส้น 25 ก.ย.ออกหมายจับผู้ทำให้ตาย ตั้ง 3 ข้อหารอ เบื้องต้นพบผู้ทำผิดคนเดียว
    ที่ สน.บุคคโล วันที่ 23 กันยายนนี้ พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ ตงเต๊า ผบก.น.8  พร้อม พ.ต.อ.มานพ สุคนธ์ธนพัฒน์, พ.ต.อ.นำเกียรติ ธีระโรจนพงษ์ รอง ผบก.น.8, พ.ต.อ.พยงค์ เอี่ยมสกุล ผกก.สน.บุคคโล ร่วมประชุมติดตามความคืบหน้าคดีการเสียชีวิตของ น.ส.ธิติมา นรพันธ์พิพัฒน์ หรือ “ลัลลาเบล” โดยใช้เวลา 1 ชั่วโมงครึ่ง
    ภายหลัง พล.ต.ต.สัมฤทธิ์กล่าวว่า ผลการชันสูตรศพลัลลาเบล เบื้องต้นพบว่าเกิดจากพิษสุราในเลือดที่มีปริมาณแอลกอฮอล์สูงถึง 418 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ เบื้องต้นยังไม่พบสารคัดหลั่งของผู้อื่น รวมถึงไม่พบสารเสพติดและร่องรอยการต่อสู้บนร่างกาย ซึ่งแพทย์ลงความเห็นว่าจะต้องตรวจสอบเชิงลึกอีกครั้ง ยืนยันว่าการออกหมายจับจะยังไม่เรียบร้อยภายในวันนี้ เนื่องจากจะต้องสอบปากคำพยานอีก 5 ปาก บางส่วนเป็นคนที่อยู่ในงานปาร์ตี้ที่บ้านย่านบางบัวทอง และบางส่วนก็มาใหม่ หากทุกอย่างเรียบร้อยดี ในวันที่ 25 กันยายนนี้ จะมีความคืบหน้าเรื่องหมายจับและการแจ้งข้อกล่าวหา
    ผบก.น.8 กล่าวถึงกระแสข่าวระบุตำรวจเตรียมแจ้งข้อกล่าวหา 3 ข้อแก่ผู้ต้องสงสัย คือ กระทำโดยประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย, กระทำอนาจาร และกักขังหน่วงเหนี่ยว มีความใกล้เคียงตามที่คณะทำงานสืบสวนสอบสวนนำมาพิจารณาควบคู่กับคำพิพากษาศาลฎีกาเรื่องฆ่าโดยงดเว้น จากหลักฐานที่มีในตอนนี้ คดีนี้จะมีผู้กระทำผิดเพียงคนเดียว แต่ไม่ยืนยันว่าเป็นน้ำอุ่นหรือไม่ ซึ่งภายหลังสอบปากคำขยายผล มีหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงใครก็จะแต่งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม
    พล.ต.ต.สัมฤทธิ์กล่าวว่า ผลการตรวจสอบข้อมูลในนาฬิกาสมาร์ทวอตช์ของ น.ส.ธิติมา ที่น่าจะเก็บหลักฐานชีพจรหัวใจ ซึ่ง น.ส.ธิติมาสวมใส่ก่อนเสียชีวิตนั้น ต้องสอบถามกับแพทย์อีกครั้งว่าตัวเลขต่างๆ ที่ปรากฏมีความน่าเชื่อถือหรือไม่ อย่างไร แต่นำมาเปิดเผยไม่ได้เนื่องจากเป็นข้อมูลทางเทคนิค ส่วนภาพเจ้าของมือที่สวมนาฬิกาลูบใบหน้า น.ส.ธิติมา ที่เผยแพร่อยู่บนโลกโซเชียล ก็ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าเป็นผู้ใด เพราะทั้งเจ้าของงานปาร์ตี้และน้ำอุ่นต่างปฏิเสธ ขณะเดียวกัน ตำรวจกำลังตรวจสอบเส้นทางการเงินเจ้าของบ้านที่จัดปาร์ตี้ร่วมกับตำรวจภูธรภาค 1 และ สภ.บางบัวทอง ว่าเป็นอย่างไร ทั้งนี้ตำรวจยังคงติดต่อกับน้ำอุ่นได้
    ต่อมา นายชัยพล พรรณา หรือคิว อายุ 29 ปี เจ้าของบ้านที่จัดปาร์ตี้ย่านบางบัวทอง พร้อมนายนที หรือตี๋ พี่ชาย และ น.ส.เฟิร์ส เพื่อนนายชัยพล เดินทางเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนเพิ่มเติม พร้อมนำคลิปหลักฐานในวันปาร์ตี้ที่เห็นนาฬิกาเรือนสีทองของน้ำอุ่น หลังเกิดข้อถกเถียงในโซเชียลว่ามีมือปริศนาไปลูบใบหน้าลัลลาเบล ขณะที่ภาพวงจรปิดในลิฟต์คอนโดฯ เห็นน้ำอุ่นสวมนาฬิกาสายสีดำ
    นายชัยพลกล่าวว่า ตนเข้ามาชี้แจงเรื่องนาฬิกาดังกล่าว พร้อมได้นำคลิปหลักฐานมามอบให้กับตำรวจ เพื่อยืนยันว่าเจ้าของนาฬิกาคือน้ำอุ่น ไม่ใช่ตนเอง เพราะตนไว้เล็บยาว แต่ในคลิปเป็นเล็บสั้น และสาเหตุที่ทำให้เชื่อว่าน้ำอุ่นต้องเปลี่ยนนาฬิกา น่าจะเกิดจากตอนที่ตนลื่นล้มในปาร์ตี้แล้วน้ำอุ่นมาช่วยดึงไว้จนสายนาฬิกาขาด จึงไปเปลี่ยนนาฬิกาสายสีดำที่คนเล่นฟิตเนสชอบใช้ เพราะตนเห็นตอนน้ำอุ่นเอาออกมาจากกระเป๋ายิม และเชื่อว่าน้ำอุ่นน่าจะเป็นคนติดนาฬิกาจึงต้องนำมาสวมใส่
    นายชัยพลยืนยันด้วยว่ามีอาชีพเล่นหุ้น และยังซื้อบิตคอยน์ รวมทั้งขายของในเกมด้วย ยืนยันไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับสิ่งผิดกฎหมาย ส่วนการว่าจ้างพริตตี้ ค่าเหล้า ค่าอาหารนั้นก็ช่วยกันหารเงินกับพี่ชาย จากเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดทำให้ตนรู้สึกหนักใจมาก ส่วนประเด็นภาพวงจรปิดที่มีภาพชายคนหนึ่งอยู่กับน้ำอุ่นตอนที่อุ้ม น.ส.ธิติมาขึ้นรถที่หน้าบ้านนั้น เป็นคนรู้จักกับพวกตนที่กำลังจะเข้ามาเอากุญแจรถที่บ้าน โดยน้ำอุ่นบอกว่าเป็นแฟนกัน ชายคนดังกล่าวไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไร ก็เลยถือรองเท้าไปให้ ซึ่งตำรวจได้เรียกสอบปากคำไปแล้ว
    พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) เปิดเผยกรณีพนักงานสอบสวน สน.บุคคโล ส่งพยานหลักฐานเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของ น.ส.ธิติมา ให้ตำรวจ ปอท.ตรวจสอบ ขณะนี้ได้ตรวจสอบเสร็จสิ้นและส่งผลกลับไปให้พนักงานสอบสวนแล้ว เช่น โทรศัพท์มือถือของผู้เกี่ยวข้อง, คลิปวิดีโอและหลักฐานข้อความแช้ตที่แชร์ส่งต่อกันผ่านโซเชียลมีเดีย รวมถึงนาฬิกาสมาร์ทวอตช์ของ น.ส.ธิติมา ที่พนักงานสอบสวนตั้งประเด็นข้อสงสัย 4-5 ข้อ ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง หนึ่งในนั้นคือ ข้อมูลการตรวจค่าวัดชีพจรที่บันทึกในนาฬิกา อย่างไรก็ตาม รายละเอียดต่างๆ ไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากจะส่งผลกระทบต่อรูปคดี ขอให้ ผบก.น.8 เป็นผู้ชี้แจงรายละเอียดทั้งหมด
    ส่วน พ.ต.อ.วาที อัศวุตมางกุร โฆษกสถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ เปิดเผยว่า หลังเจ้าหน้าที่นิติเวชฯ ได้ตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอลล์ สารเสพติด รวมถึงอสุจิ และเนื้อเยื่อในเล็บมือของนายรัชเดช วงศ์ทะบุตร หรือน้ำอุ่น ขณะนี้ได้ผลออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งจากนี้จะรวบรวมผลส่งให้แพทย์เจ้าของเรื่องที่ รพ.ตำรวจ เพื่อรายงานให้พนักงานสอบสวนทราบต่อไป ส่วนผลชันสูตรของ น.ส.ธิติมา อยู่ในความรับผิดชอบของ รพ.จุฬาลงกรณ์
    ที่ สน.บุคคโล นายชวลิต นรพันธ์พิพัฒน์ พ่อของ น.ส.ธิติมา เดินทางมามอบหลักฐานทางคดีให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเปิดเผยว่า ได้นำบราปีกนกตัวอื่นของลูกสาวจากที่บ้านมาให้ตำรวจเปรียบเทียบกับวัตถุพยานอื่นๆ ว่าเป็นอย่างไร เพื่อให้สำนวนทางคดีรัดกุมยิ่งขึ้น จนถึงขณะนี้ตำรวจยังไม่ได้แจ้งถึงผลชันสูตรและผลตรวจเลือดของน้ำอุ่นให้ทราบ โดยส่วนตัวไม่มีความเป็นห่วงเรื่องคดี เพราะตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ก็เร่งรัดสุดความสามารถ อย่างไรก็ตาม เรื่องผ่านมากว่าสัปดาห์แล้ว ตนเองยังไม่ได้พูดคุยกับนายน้ำอุ่น รวมถึงคนที่มาร่วมปาร์ตี้ในวันเกิดเหตุแต่อย่างใด
    อีกด้านหนึ่งที่ สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รอง ผบช.ภ.1 ประชุมความคืบหน้าทางคดี เนื่องจากบ้านที่จัดปาร์ตี้อยู่ในพื้นที่บางบัวทอง หลังจากนั้นเปิดเผยว่า มาประชุมความคืบหน้าเพื่อเร่งรัดคดีทั้งหมด ขณะนี้มีพยานหลักฐานและพยานบุคคลเรียบร้อยแล้ว ขอเวลาในการประชุมสรุปอีกครั้ง ฝากถึงญาติผู้เสียชีวิตว่าตำรวจจะทำคดีอย่างตรงไปตรงมา และจะขยายผลกลุ่มบุคคลที่ร่วมก่อเหตุ หากพบว่ามีใครร่วมด้วยจะดำเนินคดีทั้งหมด
    จากนั้น รอง ผบช.ภ.1 ได้ไปตรวจบ้านที่จัดปาร์ตี้ด้วย
    นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) กล่าวว่า จากผลการชันสูตรศพ น.ส.ธิติมา หรือลัลลาเบล ที่พบปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดสูงถึง 418 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ถือว่าสูงมาก ซึ่งการมีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดสูงๆ อาจทำให้เสียชีวิตได้ 
    เขากล่าวว่า การดื่มเหล้าแล้วทำให้เสียชีวิต หลักๆ เมื่อแอลกอฮอล์ในร่างกายสูงมาก มักจะเกิดการสำลักหรืออาเจียน หากปฐมพยาบาลไม่เหมาะสม โดยปล่อยนอนราบ หมดสติ ไม่ได้ปลุก หรือไม่ได้จับนอนตะแคง มีโอกาสสำลักเข้าไปอุดกั้นทางเดินหายใจ อีกส่วนคือแอลกอฮอล์ไปกดระบบประสาท ทำให้หมดสติ บางครั้งทำให้ตัวการหายใจกับระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลวไปด้วยก็เสียชีวิตได้ เวลาเจอคนเมาจึงต้องพยายามปลุกให้ตื่น อย่าให้นอนหลับ ส่วนความเชื่อผิดๆ เอาไปอาบน้ำ ยิ่งไปกันใหญ่ เพราะอุณหภูมิจะยิ่งต่ำลง และห้ามดื่มกาแฟที่ส่งผลต่อระบบประสาทด้วย 
    "วิธีช่วยคือทำให้รู้สติไว้ตลอด เราจะรู้ว่าเขาหายใจอยู่หรือไม่ รู้สึกตัวหรือไม่ ถ้ารู้สึกตัวไม่สำลัก ก็ให้ดื่มน้ำมากๆ แต่ต้องระวังสำลัก ซึ่งจะช่วยเจือจางแอลกอฮอล์ในระบบทางเดินอาหารและกระแสโลหิต ถ้าเริ่มหมดสติต้องดูว่าหายใจหรือไม่ ถ้าไม่หายใจ หากมีความสามารถก็ทำการกู้ชีพอย่างถูกวิธี หากไม่รู้ต้องหาคนช่วย หรือโทร.1669 และคอยระวังว่ามีภาวะสำลักหรือไม่ หายใจอยู่หรือไม่ อย่าทิ้งตัวคนเมาหมดสติไว้ตามลำพัง".


โง่แล้วโทษ "กล้วย"! อย่างนี้ต้องให้ "เพื่อไทย-อนาคตใหม่" กินไข่แทนกล้วย เยื่อหุ้มสมองจะได้แข็งแรง คิดอะไรได้มากกว่าเอะอะ "วอล์กเอาต์"

เพื่อไทย 'หลอกแก้ผ้า' น้องใหม่
'ความลับทางทหารที่จำแม่น'
พรรคร่วม 'หลวม' ในแกนนำ
มีอะไรเสนอนอกจาก 'แบน'?
จากสภาสู่ 'พิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์'
สภา "ปลาน้ำลึก-ปลาน้ำตื้น"