'ท่านใหม่'ชำแหละคางคกอยากกินเนื้อหงส์ พรรคใหม่ชูแก้ม.112ประตูเปิดสู่สหพันธรัฐ


เพิ่มเพื่อน    

9 มี.ค.61-  พลตรี หม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล หรือท่านใหม่ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว Chulcherm Yugala กรณีกลุ่มคนที่ประกาศตั้งพรรคการเมืองใหม่ และมีแนวคิดที่จะสร้างระบอบการปกครองใหม่ โดยระบุว่า...

    ผมอาจจะผิดก็ได้ หรืออาจจะถูกก็ได้ และผมมิได้มีเจตนาที่จะโจมตี หรือลบหลู่ใครหรือกับพรรคใด พรรคหนึ่ง หรือคนใดคนหนึ่ง แต่ผมรู้ว่ามีบุคคลกลุ่มหนึ่ง พรรคๆหนึ่งหรือสองพรรคที่อยากเปลี่ยนแปลงพระราชอาณาจักรนี้ ให้เป็นสาธารณรัฐ หรือ สหพันธรัฐ ตามแนวความคิด ที่ได้ร่ำเรียนมา

    การปรากฏขึ้นต่อสาธารณะของคนรุ่นใหม่ และจินตนาการทางการเมืองใหม่ที่มุ่งสู่อนาคตใหม่ของพวก คนรุ่นใหม่ หรืออาจจะเรียกได้ว่าพวกคางคกอยากกินเนื้อหงส์ (ใครก็ได้) ถ้าได้ร่วมกับพรรคใหญ่พรรคหนึ่ง ย่อมมีอำนาจรัฐอยู่ในมือ .....เป้าหมาย แรก คือการเสนอยกเลิก มาตรา ๑๑๒

    การเสนอยกเลิกกฎหมายมาตรา ๑๑๒ เป็น “กระบวนการแรก” เท่านั้น     

    ถ้าสามารถยกเลิกมาตรา ๑๑๒ ได้ หรือ เริ่มมี “มวลชน” คนไม่เอาสถาบัน หรือใช้เงินจัดจ้างนักวิชาการ (แดงหัวเอียงซ้าย) อาจารย์ รวมถึงนักวิชาการขายตัว บางคน นักสื่อสารมวลชน ฯลฯ เพื่อปลุกระดมความเกลียดชัง บดบังสติปัญญาของมวลชนคนในสังคม ที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ โดยได้กล่าวเท็จ ใส่ความ ต่อสถาบัน เพื่อให้พวกเหล่านั้นที่ขายตัว ขายชาติ รวมถึงประชาชนผู้หลงผิด หรือรับอามิสสินจ้าง มาสนับสนุน การยกเลิกมาตรา ๑๑๒ เมื่อมีมวลชนเข้าร่วมมากขึ้น พวกเขาเหล่านั้น ก็จะสะท้อนให้เห็นว่า “ประชาชน” ในพระราชอาณาจักรนี้ เริ่มที่จะไม่ต้องการสถาบันพระมหากษัตริย์ เพราะเห็นว่า “ล้าหลัง” ไม่เป็นประชาธิปไตย ตามที่พวกเขา “วางแนวความคิดไว้ “

    แต่ “เป้าหมายใหญ่” ก็คือ การล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ที่เป็นเสาหลัก เพื่อเปลี่ยนรูปแบบประเทศเป็น สาธารณรัฐ หรือ สหพันธรัฐ ตามแนวความคิดของชาติ ที่ปฏิวัติล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ อาทิ ฝรั่งเศส เยอรมัน หรือ รัสเซีย หรืออเมริกา (ที่ไม่เคยมีสถาบันพระมหากษัตริย์) ฯลฯ

    ถ้า ประชาชนในพระราชอาณาจักรนี้ ไม่ยอม หรือต่อต้าน พวกเขา (รัฐบาล) ก็ไม่สามารถจะทำการ “ล้มสถาบันได้ “ เมื่อแผนแรกทำไม่สำเร็จ รัฐบาลของพวกเขาซึ่งมีอำนาจรัฐอยู่ในมือ ก็จะพยายามที่จะริด รอนพระราชอำนาจไม่ให้ พระมหากษัตริย์ได้มีพระราชอำนาจ ในฐานะองค์พระประมุขแห่งรัฐ หรือพระราชอาณาจักรนี้ ดังเช่นในอดีต ที่ คณะราษฎร หรือที่เรียกกันว่า พวกที่หิวกระหายในอำนาจและเงิน ได้เคยกระทำต่อสถาบันมาแล้ว เมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๕.......เมื่อเป็นเช่นนั้น “สถาบัน” จึงเป็นเพียงแค่ “สัญลักษณ์” ของประเทศ เช่นเดียวกับ ประเทศกัมพูชา ! “นายกรัฐมนตรี” คนนอก หรือที่มาจากนอกประเทศก็จะกลายเป็น ประมุขแห่งรัฐหรือประเทศแทน (แล้วประเทศไทยเราก็จะไม่ใช่เป็นพระราชอาณาจักร อีกต่อไป เพราะพระมหากษัตริย์จะเป็นเพียงแค่สัญลักษณ์ พระราชอำนาจจะตกอยู่ที่นายกรัฐมนตรี หรือประธานาธิบดี )

    จะเป็นจริง หรือจะเท็จเช่นไร และผมไม่ได้โจมตีใคร ส่วนใครจะเกลียดใคร รักใครก็ไม่เป็นไร มันห้ามไม่ได้อยู่แล้ว แต่ทุกคนมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็น และทุกคนต้องเคารพประชามติตามเสียงส่วนใหญ่ เพียงแต่ผมอยากจะบอกว่า “อย่าเอาพระราชอาณาจักรนี้ ไปเสี่ยงกับพวกคางคกอยากกินเนื้อหงส์” เชียวครับ 

โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน การคิด อย่างคนที่มีสติและขอให้คิดกันยาวๆ ก่อนลิเกจะลงโรง (เลือกตั้ง) เพื่อประเทศชาติ ว่าเราจะทำอย่างไรให้สถาบันพระมหากษัตริย์ ที่เคารพรัก ของพวกเราได้เป็นเสาหลัก ของพระราชอาณาจักร นี้ ได้อยู่ยั่งยืนตลอดไปตราบชั่วลูก ชั่วหลาน อย่าให้เหมือนประเทศกัมพูชาเลย .........

    อย่าปลดแอกจากอดีต? จงรักษาวัฒนธรรม และประเพณีอันดีงามที่บรรพบุรุษได้สร้างสรรไว้ ครับ.
 


"บ้านเมืองไทย" ก็เหมือนตะกร้าตอนไปจ่ายตลาด ไม่ได้มีของที่ต้องกิน-ต้องซื้อยัดลงตะกร้าอย่างเดียว ฉะนั้น...... อย่าไปจดจ่ออยู่กับเรื่องใด-เรื่องหนึ่งโดยเฉพาะจนจับเจ่า ชีวิตจะเฉาเปล่าๆ

"กระมิด-กระเมี้ยนอยู่ทำไม"?
'๒๕๖๓ คณาจารย์ร่านเมือง'
ใครทน 'ธรรมศาสตร์ไม่ทน'?
สารพันวันประเทศ 'ฝีแตก'
ชนชั้น 'นิสิต-นักศึกษา'
เดิมพัน 'สุดท้าย' ของไอ้สัส