ลั่นไม่ปกป้อง‘ธรรมนัส’หากผิด


   

 "บิ๊กตู่" โยน "ธรรมนัส" รับผิดชอบตัวเอง เพราะเงื่อนไขกรอกประวัติระบุชัด "ข้าพเจ้าจะขอรับผิดชอบรับรองในประวัติที่กรอกทุกประการ" ท้าเอาหลักฐานมา ถ้าผิดก็ไปร้อง ป.ป.ช. หากพบผิดปกป้องไม่ได้ ขณะที่สภาส่งเรื่องให้ กกต.ฟัน "นวัธ" แล้ว  

    พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ระหว่างเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 74 ณ สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ถึงกรณีรัฐมนตรีในคณะรัฐบาลพัวพันเรื่องยาเสพติด ว่าถ้าเขาผิด ถ้าเขาฟ้องมา แล้ว ป.ป.ช.สรุปแล้วว่าผิด ผิดก็คือผิด ปกป้องให้ไม่ได้ เพราะเขารับรองในประวัติเขาอยู่แล้ว และยินยอมที่จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ก็จบแค่นี้
    นายกฯ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องให้ความเป็นธรรมพอสมควร ในส่วนของรัฐบาลเอง ในเรื่องการคัดกรองคนเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรี เรามีการตรวจสอบอยู่แล้ว เป็นการตรวจสอบในชั้นต้นโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะทุกคนต้องกรอกข้อมูลของตัวเอง แล้วก็ส่งไปให้หน่วยงานต่างๆ ตรวจสอบตามข้อมูลที่มีอยู่ 
    "ที่สำคัญที่สุด ไม่ว่าจะทำผิดที่ไหนก็ตาม เขาจะลงท้ายว่า ข้าพเจ้าจะขอรับผิดชอบรับรองในประวัติที่กรอกทุกประการ ตัวนี้ล่ะถ้าผิด และไปร้อง ป.ป.ช. เขาก็ต้องยอมรับผิดตัวนี้ ผมเองก็ต้องกรอก กฎหมายเป็นอย่างนี้ แต่ถ้าจะเอากฎหมายต่างประเทศมา ก็มาสิครับ เอาข้อมูลมา ก็ฟ้อง ป.ป.ช.ไป"
    พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า การคัดกรองคนเป็นรัฐมนตรี ไม่ใช่ผมคนเดียว หลายคนก็ต้องมาดู พรรคการเมืองก็เสนอเข้ามา ก็ต้องตรวจสอบตามหลักเกณฑ์ตัวนี้ ที่ใช้มาทุกรัฐบาล
    "ถ้าเขาผิด ถ้าเขาฟ้องมา แล้ว ป.ป.ช.สรุปแล้วว่าผิด ผิดก็คือผิด ผมปกป้องให้ไม่ได้ เพราะเขารับรองในประวัติเขาอยู่แล้ว และยินยอมที่จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ก็จบแค่นี้... เพราะฉะนั้นมันเป็นประเด็นทางการเมืองไปด้วย" นายกฯ กล่าว 
    ด้านนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่าเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ลงนามส่งความเห็นกรณีของนายนวัธ เตาะเจริญสุข ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อวันที่ 26 ก.ย.ที่ผ่านมาเรียบร้อยแล้ว ว่าสภาไม่มีอำนาจชี้ขาดวินิจฉัยสมาชิกภาพของนายนวัช จึงได้เสนอแนะไปว่า กกต.สามารถทำเรื่องส่งศาลรัฐธรรมนูญได้ เหมือนที่ตนพูดไปแล้วว่าถ้าไม่แน่ใจก็ให้องค์กรที่เขามีอำนาจตัดสิน แต่ถ้าแน่ใจก็ตัดสินเองได้ ซึ่งกรณีนี้มีความเห็นไม่ตรงกันอยู่ ฉะนั้น กกต.สามารถดำเนินการเองได้ อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่มี ส.ส.ติดต่อว่าจะเข้าชื่อ 1 ใน 10 เพื่อยื่นเรื่องมา
     เมื่อถามว่า เรื่องนี้ กกต.มีอำนาจที่จะชี้ขาดได้เลยหรือไม่ นายชวนกล่าวว่า เป็นอำนาจของ กกต.เช่นเดียวกันในการที่จะวินิจฉัย และสามารถเสนอรัฐบาลเพื่อออกพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งซ่อมได้ แต่หาก กกต.ไม่มั่นใจ แล้วจะขอให้องค์กรที่เขามีอำนาจวินิจฉัยก็สามารถทำได้
กกต.ยังมึนเลือกตั้งซ่อมขอนแก่น
    พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. ให้สัมภาษณ์ว่า สำนักงานจะเสนอเรื่องให้กับที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้งได้พิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไร เพราะต้องพิจารณาข้อกฎหมายอย่างละเอียด
    ส่วนกรณีที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่าการนับเงื่อนเวลาจัดการเลือกตั้งซ่อมนครปฐม ให้นับจากวันที่มีพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้งประกาศในราชกิจจานุเบกษา ไม่ได้นับจากวันที่ ส.ส.พ้นสมาชิกภาพนั้น ฝ่ายกฎหมายกำลังอยู่ระหว่างตรวจสอบ เพราะในกฎหมายไม่ได้ระบุชัด
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการจัดการเลือกตั้งใหม่ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 105 บัญญัติว่า เมื่อตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่างลงเพราะเหตุอื่นใดนอกจากถึงคราวออกตามอายุของสภาผู้แทนราษฎร ให้ดำเนินการตามพระราชกฤษฎีกาเพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่างลง โดยให้นำความตามมาตรา 102 มาบังคับใช้โดยอนุโลม ซึ่งมาตรา 102 ระบุว่า เมื่ออายุของสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลง พระมหากษัตริย์จะได้ทรงตราพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่เป็นการเลือกตั้งทั่วไปภายใน 45 วัน นับแต่วันที่สภาผู้แทนราษฎรสิ้นอายุ
    ก่อนหน้านี้ นายวิษณุให้สัมภาษณ์ว่า ความจริงไม่ได้มีปัญหาถ้าเข้าใจขั้นตอน เขาบอกไว้แล้วว่าจะต้องออก พ.ร.ฎ.ภายใน 45 วันนับแต่วันที่ตำแหน่งว่าง ซึ่งเวลานี้ยังไม่ครบ 45 วัน ดังนั้น หาก พ.ร.ฎ.ออก คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะต้องประกาศวันเลือกตั้งภายใน 5 วัน และวันเลือกตั้งจะเป็นวันไหนก็ได้ แต่ต้องอยู่ใน 45 วัน นับแต่วันที่ พ.ร.ฎ.ประกาศใช้ ก็จะถือเป็นการเริ่มนับ 45 วันใหม่ เวลาจึงยังอีกยาว จะเลื่อนไปเมื่อไรก็ได้ และเข้าใจว่าในอีก 1-2 วัน พ.ร.ฎ.จะประกาศใช้ ถึงเวลานั้นเราจะเริ่มต้นนับหนึ่งกันใหม่ ซึ่งกรณีนี้ก็จะเหมือนกับการเลือกตั้งซ่อมในจังหวัดขอนแก่นและจังหวัดอื่นๆ ฉะนั้นไม่ต้องห่วงอะไร แต่ พ.ร.ฎ.ต้องออกมาให้ได้ภายใน 45 วัน
    ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ขอนแก่นและ ส.ส.นครปฐม ว่า เราพร้อมอยู่แล้ว และทั้งสองพื้นที่มีคนอยู่แล้ว แต่ในส่วนบุคคลที่จะลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.นั้น ยังไม่มี ซึ่งคนที่จะลงสมัครเป็นผู้ว่าฯ กทม.นั้น จะต้องมีคุณสมบัติเป็นที่ชื่นชอบของประชาชน ดังนั้นเราต้องฟังเสียงของประชาชน
     "จะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายนั้นได้หมด แต่ขึ้นอยู่กับว่าประชาชนจะชอบใคร ผมยังไม่ได้พิจารณา และไม่จำเป็นต้องไปทาบทามคนนอก เพราะเอาคนภายในพรรค เนื่องจากต้องดูคนภายในพรรคก่อน และต้องเป็นคนที่รู้วิธีการทำงาน เมื่อเข้ามาแล้วต้องมีนโยบายเป็นของตนเอง"
    เมื่อถามถึงความคืบหน้ากรณีที่จะมี ส.ส.จากพรรคอื่นย้ายมาอยู่พรรคพลังประชารัฐนั้น พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่มี และเรายังไม่ได้คุยกัน ซึ่งไม่ได้เป็นยุทธศาสตร์ของพลังประชารัฐ เอาแค่รักษาคนของตนเองเอาไว้ให้ได้ก่อน
"ศรีสุวรรณ"ร้องฟัน"นวัธ"
    ที่สำนักงาน กกต. สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญ นำโดยนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมฯ เข้ายื่นคำร้องต่อ กกต. ขอให้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสถานภาพการเป็น ส.ส.ของนายนวัธ โดยเห็นว่าประเด็นดังกล่าวเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ว่าสถานภาพ ส.ส.ของนายนวัธ สิ้นสุดตามคำพิพากษาของศาล จ.ขอนแก่นแล้วหรือไม่ เพราะเรื่องนี้มีความเห็นแตกต่างออกเป็น 2 ฝ่าย มุมแรกมองว่าสถานภาพ ส.ส.สิ้นสุดไปแล้ว ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (6) เพราะต้องคำพิพากษาโดยคำสั่งของศาล แต่ก็ยังมีผู้แย้งว่า คดีนี้เป็นเพียงคำพิพากษาของศาลชั้นต้นเท่านั้น นายนวัธยังมีสิทธิอุทธรณ์คดีต่อศาล คดีดังกล่าวจึงยังถือว่าไม่สิ้นสุด นายนวัธจึงยังคงมีสิทธิและไม่สิ้นสุดการเป็นส.ส.ตามมาตรา 101 (13)  
    “ความขัดแย้งใน 2 มุมมองนี้ ทางที่ดีที่สุดคือต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้วินิจฉัย และช่องทางที่จะไปสู่ศาลมี 2 ช่องทาง คือ ส.ส.ไม่ต่ำกว่า 50 คนเข้าชื่อเสนอต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญ แต่ก็เข้าใจว่า ส.ส.เองจะมีความเกรงอกเกรงใจกัน แม้ว่าจะต่างพรรคการเมืองกัน เพราะนายนวัธก็เป็น ส.ส. ซึ่งการที่เป็น ส.ส.ด้วยกันก็ยังมีความเป็นเพื่อนฝูง ส่วนอีกช่องทางหนึ่งก็คือยื่นเรื่องให้ กกต.ในฐานะผู้ควบคุมการเลือกตั้งและดูแลพรรคการเมืองส่งเรื่องนี้ไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เรื่องนี้จึงน่าจะเป็นข้อยุติ หาก กกต.ส่งเรื่องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเพื่อเป็นที่สุดต่อไป” นายศรีสุวรรณกล่าว
    นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) กล่าวถึงเหตุผลที่แท้จริงของการลาออกจากพรรค ชพน. ของนายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา และนายชนภัทท์ จันทรุเบกษา บุตรชาย รวมถึงสมาชิกบางส่วนว่า นายชลิตรัตน์อยู่กับพรรคมานาน ซึ่งได้พูดมานานแล้วว่าอยากไปทำธุรกิจการบินที่ จ.ร้อยเอ็ด เพราะทิ้งมานานแล้ว จึงอยากกลับไปดูแล้ว ตนยังอวยพรขอให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ ยังบอกเลยว่าถ้าธุรกิจดีแล้วจะได้มาช่วยการเมืองต่อ
    เขายืนยันว่า การออกจากพรรคของนายชลิตรัตน์และสมาชิกบางส่วนไม่ได้มีการโกรธกัน ตนยังบอกขอให้โชคดี ให้ลองไปทำธุรกิจดูสักพักหนึ่ง แล้วค่อยกลับมาช่วยกัน ส่วนนายชนภัทท์ ที่ผ่านมาช่วยตนทำงานมาโดยตลอด แต่เขาอาจจะอยากไปช่วยบิดาทำงานมากกว่า ไม่เป็นไร ซึ่งนายชลิตรัตน์ก็พูดว่าไม่ได้ไปไหน คงเป็นห่วงว่าหากไปทำธุรกิจส่วนตัวอาจจะเกิดปัญหาทับซ้อน จึงลาออกก่อน
    นายบุญยอด สุขถิ่นไทย อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้พรรคเพื่อไทยขับนายนวัธ เนื่องจากนายนวัธถูกคุมขังหลังศาลจังหวัดขอนแก่นพิพากษาประหารชีวิตจากคดีจ้างวานฆ่า และไม่อนุญาตให้ประกันตัวออกมาสู้คดี ซึ่งตามข้อบังคับพรรคเพื่อไทย พ.ศ.2561 ข้อ 12 (8) กำหนดบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามไม่ให้สมัครเป็นสมาชิกไว้ว่า "ต้องคำพิพากษาให้จำคุกและถูกคุมขังโดยหมายศาล" ดังนั้น นายนวัธจึงเข้าข่ายลักษณะต้องห้ามที่จะเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย เมื่อไม่สามารถเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยได้ ก็เท่ากับนายนวัธขาดจากการเป็น ส.ส.ด้วย
    "ผมคิดว่าพรรคเพื่อไทยควรเป็นผู้ทำเรื่องนี้ให้กระจ่าง ด้วยการปฏิบัติตามข้อบังคับพรรคของตัวเองเสีย ให้เป็นตัวอย่างว่ายังเป็นพรรคการเมืองที่เคารพกฎหมายและยึดหลักจริยธรรม โดยจัดประชุมกรรมการบริหารพรรคพิจารณาคุณสมบัติของนายนวัธที่เข้าข่ายลักษณะต้องห้ามให้พ้นจากการเป็นสมาชิกพรรค แล้วแจ้งเรื่องไปยัง กกต.ถึงการสิ้นสมาชิกภาพของการเป็นสมาชิกพรรค นายนวัธก็จะหลุดจากการเป็น ส.ส.ไปโดยปริยาย ไม่ต้องรอให้มี ส.ส.ไปเข้าชื่อ 1 ใน 5 เพื่อยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญให้เสียเวลา เพราะ กกต.ต้องรีบจัดเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 45 วัน นับจากวันที่ตำแหน่งว่างลง" นายบุญยอดกล่าว.
 


ดูไว้.....ไม่เสียหลาย การชุมนุมอันยืดเยื้อของ อาตี๋ อาหมวย ฮ่องกง จากค้านร่างกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดน มาเป็นให้คนฮ่องกงเลือกผู้นำของตนเอง เพราะคนฮ่องกงไม่ใช่คนจีน 

ธนาธร:ไก่อ่อนเผยอเป็นอินทรี
ความพิเศษของ "บิ๊กแดง"
อย่าลืม...เรามีนัดกัน "๒๑ ตุลา."
อนุทิน 'อย่าห้าวริมปากเหว'
เมื่อ 'อนาคตใหม่' ผิดแผน
อย่าให้เป็น 'วิกฤติตุลาการ'