'สาธิต'ไม่สนชาติไทยพัฒนาแข่งเลือกตั้งซ่อม ยันในสนามใส่เต็ม มีพปชร.หนุน


   

1 ต.ค.62- นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ในฐานะรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงการเลือกตั้งซ่อม เขต 5 จ.นครปฐม ที่ขณะนี้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์พรรคร่วมรัฐบาลแย่งคะแนนกันเอง ว่า เวลาลงสนามเลือกตั้งต้องเต็มที่ ทุกคนมั่นใจ และขึ้นอยู่กับประชาชนจะตัดสินอย่างไรในวันลงคะแนน ซึ่งในความจริงแล้วถ้าตกลงกันได้มันก็ดี แต่เมื่อสถานการณ์มาถึงตรงนี้ ก็ต้องต่างคนต่างทำหน้าที่หาเสียง ให้ชนะใจประชาชนแล้วดูว่าประชาชนจะตัดสินใจเลือกใคร 

เขากล่าวว่าหลังจากการเลือกตั้งครั้งที่แล้วมาถึงตรงนี้มันไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง พรรคประชาธิปัตย์ยังยืนยันจะขายจุดแข็งของเรา มุ่งมั่นทำงานที่รับปากกับประชาชนไว้ ในนโยบายเรื่องประกันรายได้เกษตรกร รวมทั้งความสม่ำเสมอของตัวผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์ ดังนั้น เรามีความมั่นใจ และถ้าสามารถขยายเก้าอี้ได้เพิ่มจะมีผลต่อการเลือกตั้งครั้งต่อไป ส่วนพรรคร่วมรัฐบาลยังคุยกันได้เหมือนเดิมไม่มีปัญหา

ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ ประกาศเป็นเจ้าของพื้นที่เดิม ผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์จะชนะได้หรือไม่ นายสาธิต กล่าวว่า เรามั่นใจว่าเราต้องชนะ เนื่องจากว่า อ.สามพรานเป็นฐานของพรรคประชาธิปัตย์เดิม ซึ่งจะเห็นได้จากการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาที่พรรคประชาธิปัตย์ได้คะแนนเป็นอันดับ 2 ดังนั้น ต้องฟื้นความศรัทธาของพรรคกลับมาให้ได้ อย่างไรก็ตาม พรรคอนาคตใหม่ก็น่ากลัวอยู่แล้ว เพราะเขาเป็นแชมป์ ต้องให้เกียรติเขา ดังนั้น เราต้องทำงานหนักและใช้ความตั้งใจและคุณสมบัติของผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งเป็นคนพื้นที่ เป็นสจ.ในพื้นที่ และลงพื้นที่มาตลอดตั้งแต่การเลือกตั้งครั้งก่อน ถึงแม้สอบตกก็ไม่เคยหยุด จึงมั่นใจมากว่าเราล้มแชมป์ได้

“คุยกับทางพรรคพลังประชารัฐแล้ว เขาโอเคที่จะสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์อย่างเต็มที่ในนามของรัฐบาล เราคุยกันแล้วว่าเขาจะช่วยเราเต็มที่ ส่วนพรรคชาติไทยพัฒนาก็ต้องหาเสียงของเขา ในฐานะเป็นเจ้าของพื้นที่เดิม”นายสาธิต กล่าว.


ขยันดีนะ....ฝ่ายค้านชุดนี้ เคาะกะลากันรายวัน จะแก้รัฐธรรมนูญ จะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล งานเต็มมือ!    เรื่องหาวิธีชำเรารัฐธรรมนูญพูดกันไปเยอะแล้ว มาที่เรื่องซักฟอกรัฐบาลดูบ้าง 

ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว
พี่น้องใต้เศร้าเราจะสุขหรือ?
จาก 'บางระจัน' ถึง 'ลำพะยา'
อ้อย 'ฤๅจะหวานเท่า' ไทย-จีน