ชัดเจนแจ่มจันทร์'เสริมสุข'อ่านแล้วคำต่อคำ'ดร.ชลิตา'แก้รธน.มาตรา1ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร!


   

2 ต.ค.62 - นายเสริมสุข กษิติประดิษฐ์ หรือเป๊บซี่ นักข่าวอาวุโส  โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sermsuk Kasitipradit  ระบุว่า ชัดเจนแจ่มจันทร์ ไม่มีอะไรเข้าใจผิด ไม่มีใครจับแพะชนเแกะ

อ่านคำชี้แจงฉบับยาว ที่ดร.ชลิตา บัฑูรวงศ์ นักวิชาการสังคมศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเกษษตรศาสตร์ ชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจกับสังคม หลังถูกวิจารณ์อย่างมากเสนอแนวคิดแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 1 ระหว่างร่วมงานเสวนาพุดคุยแก้ปัญหาความไม่สงบในจชต.กับ7 พรรคฝ่ายค้าน ที่เห็นว่าการแก้รัฐธรรมนูญจะเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่

อ่านคำชี้แจงฉบับยาวทุกคำ ไม่ได้เข้าใจอะไรผิดในตัวนักวิชาการท่านนี้

ชัดเจนในแนวคิดสนับสนุนการกระจายอำนาจให้มีการปกครองตนเองในจชต.

และเห็นว่าการแก้ไขมาตรา 1 ที่ระบุว่า “ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งเดียว จะแบ่งแบกมิได้” น่าจะเป็นทางออกต่อการแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่
แปลกใจมากกับความเข้าใจต่อปัญหาในพื้นที่ ไม่พูดถึงการก่อเหตุร้ายตลอดช่วง 15 ปีที่ผ่านมาของขบวนการแบ่งแยกดินแดน BRN ที่ยังทำร้ายเป้าหมายอ่อนแอ ทั้งพุทธมุสลิมในพื้นที่ ไม่พูดถึงความชั่วร้ายของขบวนการดังกล่าว ซึ่งแม้แตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย มหาเธร์ โมฮะหมัด ยังออกมายอมรับถึงความรุนแรงที่ขบวนการแบ่งแบกดินแดนบีอาร์เอนทำต่อเป้าหมายอ่อนแอในพื้นที่ จะทำให้ประชาคมโลกโกรธเคืองไม่ยอมรับกับการใช้ความรุนแรงที่ไม่แยกแยะ

“We will continue our efforts to persuade Thai participants to stop actions tuba cause many people to die, people who are not guilty, people who are not in the military. They need to consider this , if not, the world will be angry with them.” นายกมาเลย์ให้สัมภาษณ์สื่อที่สหประชาชาติ ต่อสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่

น่าจะเป็นนักวิชาการด้านสังคมศาสตร์คนแรกที่เสนอแนวคิดลักษณะนี้ หากย้อนดูประวัติของนักวิชาการท่านนี้จะไม่แปลกใจกับข้อเสนอในเรื่องดังกล่าว ที่ได้กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์หลังร่วมเวทีเสวนาที่ปัตตานี กับ 7 พรรคฝ่ายค้านช่วงปลายเดือนที่ผ่านมา...

“ดิฉันเห็นว่ามีความจำเป็นที่จะต้องแก้ไข รธน.ใหม่ที่ประชาชนมีส่วนร่วมตั้งแต่ต้น ในบริบทของ จชต.คิดว่าเราสามารถใช้เวที รธน.มาถกเถียงถึงใจกลางของปัญหาสถานการณ์ความไม่สงบ ที่ผ่านมามีงานวิชาการหลายชิ้นที่บอกว่าปัญหา จชต.ที่จริงแล้วเป็นหาเรื่องอำนาจอธิปไตยของรัฐไทยในแบบปัจจุบัน ที่ไม่สามารถเผชิญกับความแตกต่างทางศาสนาและชาติพันธุ์ได้ ฉะนั้นเราต้องการรัฐที่มีความแยกย่อย ยืดหยุ่น มีการใช้อำนาจอธิปไตยที่จะโอบรับความแตกต่างหลากหลายได้ สามารถจินตนาการถึงการเมืองประเภทต่างๆได้ เช่น ประเทศไทยอาจจะไม่จำเป็นต้องมีรัฐเดี่ยวหรือแบบรวมศูนย์ ดิฉันหวังว่าในกระบวนการแก้ รธน.เราจะมีพื้นที่จะสามารถอภิปรายเรื่องนี้ได้ เราจะต้องทำให้เป็นเรื่องปกติธรรมดาที่เราจะถกเถียงกันในมาตราต่างๆ ใน รธน.ที่เราจะแก้ไข (ปัญหาชายแดนใต้) ได้โดยตรง ซึ่งอาจจะรวมถึงมาตราที่ 1 ด้วยก็ได้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ขอบคุณค่ะ”...ชัดเจนแจ่มจันทร์นวลผ่อง.