UNสอบ'อุ้ม'ที่เขมร 'อังคณา'จี้รัฐบาลขยับ อยู่นิ่งเฉยเท่ากับรู้เห็น


เพิ่มเพื่อน    

    เรื่องถึงหูยูเอ็นแล้ว กำลังตรวจสอบ "วันเฉลิม" ถูกอุ้มที่กัมพูชา "อังคณา" ลั่นไม่ควรมีใครต้องถูกอุ้มหาย ชี้อุกอาจและสร้างความกังวลและหวาดกลัวให้ผู้ลี้ภัยทางการเมืองหลายคน จี้เขมรตรวจสอบข้อเท็จจริง ส่วนรัฐบาลไทยไม่ควรเพิกเฉย ไม่เช่นนั้นอาจตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่ามีส่วนรู้เห็นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 
    ความคืบหน้ากรณีนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ อายุ 37 ปี ผู้ลี้ภัยทางการเมืองชาวไทยที่พักอาศัยอยู่ประเทศกัมพูชา ถูกอุ้มหายตัวไปจากหน้าคอนโดมิเนียมที่กรุงพนมเปญ เมื่อเวลา 17.54 น.ของวันที่  5 มิ.ย. ขณะเดินลงมาซื้อลูกชิ้นปิ้งหน้าคอนโดฯ เดวิด กริฟฟิท
       ล่าสุด บีบีซีไทยได้สอบถามถึงกรณีนี้ไปยังสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ซึ่งได้ตอบอีเมลกลับมาว่า ทางสำนักงานได้ทราบกรณีที่เกิดขึ้นแล้ว และกำลังติดตามตรวจสอบเรื่องนี้
        สำหรับนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ได้มีคำสั่งจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้เข้าไปรายงานตัวเมื่อวันที่ 8 มิ.ย.2557 ในคดี พ.ร.บ.คอมพ์ เนื่องจากเป็นแอดมินเพจ "กูต้องได้ 100 ล้าน จากทักษิณแน่ๆ" โดยเนื้อหาส่วนใหญ่ในเพจเป็นข่าวเศรษฐกิจและข่าวการเมืองที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลและทหารเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม นายวันเฉลิมไม่ได้ไปรายงานตัว จึงถูกออกหมายจับในข้อหาฝ่าฝืนไม่มารายงานตัวตามคำสั่ง คสช.
      นางอังคณา นีละไพจิตร อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) โพสต์เฟซบุ๊ก Angkhana Neelapaijit ระบุว่า ไม่ควรมีใครต้องถูกอุ้มหาย เพราะความเห็นต่างทางการเมือง #SAVEวันเฉลิม บางคนอาจเชื่อว่าปัญหาจะหายไปหากบางคนถูกทำให้หายไป  การถูกลักพาตัว วันเฉลิมถือเป็นการกระทำที่อุกอาจ และสร้างความกังวลและหวาดกลัวให้ผู้ลี้ภัยทางการเมืองหลายคนภายหลังกรณีการหายตัวไปของสุรชัย แซ่ด่าน และสหายกาสะลอง ที่ต่อมาพบเป็นศพลอยน้ำ ส่วนสุรชัยยังคงเป็นบุคคลสูญหาย และต่อมากรณีการหายตัวของสยาม ที่ปัจจุบันก็ยังไม่มีใครทราบที่อยู่และชะตากรรมของเขา     
    กรณีวันเฉลิม เชื่อว่ารัฐบาลกัมพูชาคงต้องดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง เนื่องจากกัมพูชาได้ให้สัตยาบันอนุสัญญาคนหายของสหประชาชาติ (มิถุนายน 2013) ซึ่งทำให้มีภาระผูกพันให้ต้องดำเนินการสืบสวนสอบสวนกรณีการบังคับบุคคลสูญหายแม้จะไม่มีการร้องเรียน ส่วนจะนำไปถึงการทราบที่อยู่และชะตากรรม และนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษหรือไม่ คงต้องติดตามดูกันต่อไป แม้วันเฉลิมจะอยู่ในสถานะผู้ลี้ภัยในประเทศกัมพูชา
    แต่ในฐานะที่เขาเป็นคนไทย และแม้จะเป็นคนที่มีความเห็นแตกต่างจากรัฐ แต่รัฐบาลก็ไม่ควรเพิกเฉย และควรประสานความร่วมมือกับกัมพูชาในการคลี่คลายข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และชี้แจงต่อสาธารณะ ไม่เช่นนั้นรัฐบาลไทยอาจตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่ามีส่วนรู้เห็นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเรื่องการยุติการบังคับสูญหาย 
    นางอังคณาระบุว่า แม้ที่ผ่านมารัฐบาลไทยจะได้ลงนามอนุสัญญาคนหายของสหประชาชาติ (มกราคม 2555) และมีมติ ครม. ให้สัตยาบันอนุสัญญาฯ และให้มีกฎหมายภายในประเทศเพื่อป้องกันและยุติการบังคับบุคคลสูญหาย (25 พฤษภาคม 2559) แต่ส่วนตัวไม่เชื่อว่ารัฐบาลพลเอกประยุทธ์จะเต็มใจผ่านร่างกฎหมายฉบับนี้ เนื่องจากความล่าช้า 
    อีกทั้งที่ผ่านมา ร่างกฎหมายยังถูกปรับแก้จากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ จนไม่สอดคล้องกับอนุสัญญาฯ และถูกถอดจากวาระการพิจารณาของ สนช. โดยไม่มีการแจ้งเหตุผล จนปัจจุบันก็เชื่อว่าร่างกฎหมายฉบับนี้คงยากที่จะผ่านสภา ทั้งสภาผู้แทนราษฎร และโดยเฉพาะวุฒิสภา หรือหากผ่านก็คงถูกตัดทอนจนไม่เหลือสาระสำคัญในการคุ้มครองประชาชนและเอาผิดเจ้าหน้าที่ซึ่งกระทำผิดได้จริง
     ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวว่า เมื่อวานนี้ตนได้ตอบไปแล้วว่ายังไม่ได้รับรายงานในเรื่องนี้ และขอยืนยันว่าปัจจุบันก็ยังไม่มีรายงานในเรื่องดังกล่าว ตนเองก็รู้จากสื่อเท่านั้น แต่จริงเท็จแค่ไหนตนตอบไม่ได้ เพราะกรณีเกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้าน และตำรวจไทยก็ไม่มีสิทธิ์ไปก้าวก่าย 
    เขากล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีหน้าที่เพียงติดตามตัวผู้ต้องหาที่หลบหนีคดีออกนอกประเทศกลับมาดำเนินคดีเท่านั้น โดยการประสานผ่านขั้นตอนทางกฎหมายไปยังประเทศนั้นๆ ที่ผู้ต้องหาหลบหนีไป ส่วนต่างประเทศจะดำเนินการอย่างไรเป็นสิทธิ์ของเขา เรายุ่งไม่ได้
     นายเสริมสุข กษิติประดิษฐ์ หรือเป๊ปซี่ นักข่าวอาวุโส โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sermsuk Kasitipradit  โดยมีเนื้อหาว่า ความแตกต่างของการอยู่เป็นกับอยู่ไม่เป็น....ทั้งจักรภพ เพ็ญแข และ กี้ร์ อริสมันต์ หลบซ่อนตัวในกัมพูชามายาวนาน ภายใต้เงื่อนไขที่ทาง กพช.แจ้งให้ทราบต้องยุติการเคลื่อนไหวทางการเมืองใน กพช.ทั้งหมด ผิดจากเงื่อนไขนี้ขอไม่รับประกันความปลอดภัย  หากอยู่เป็น อยู่เฉยๆ นิ่งๆ จะไม่มีการส่งตัวคืนให้ทางการไทยจากที่ถูกร้องขอ ต่างจากวันเฉลิม เด็กน้อยที่อยู่ไม่เป็น ขาดความรู้ความเข้าใจต่อการเมืองระหว่างประเทศไทย กพช. จนเกิดเหตุการณ์อุ้มหาย 
    ความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงไทยกับสามประเทศอินโดจีน แนบแน่นหลัง คสช.เข้ามาบริหารประเทศต่อเนื่องยาวมาถึงรัฐบาลเลือกตั้งของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในช่วง คสช.ทางการ สปป.ลาวให้ความร่วมมืออย่างดีเยี่ยมจากการร้องขอของฝ่ายไทย ต่อการเคลื่อนไหวที่กระทบความมั่นคงในฝั่งลาวจากกลุ่มแดงสยาม ของนายสุรชัย แซ่ด่าน และกลุ่มสหพันธรัฐไทย ลุงสนามหลวง ชูชีพ ชีวสุทธ์ ที่หายสาบสูญจากช่วงต้นปี 61 หลังทางการลาวเตือนให้ยุติการเคลื่อนไหวในฝั่งลาว ที่จะกระทบความสัมพันธ์กับรัฐบาลไทย แต่นายสุรชัยและลุงสนามหลวงยังเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องจนเกิดปฏิบัติการอุ้มหายจาก กกล.นิรนาม 
    จากกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำคณะก้าวหน้า เทียบกรณีการหายตัวของผู้ลี้ภัยกับกรณีของ George Floyd นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Warong Dechgitvigrom ระบุว่า ... ขอแนะนำสักหน่อย ผมไม่ทราบอะไรเกี่ยวกับวันเฉลิม แต่ทราบตามข่าวว่าหายตัวไปที่หน้าคอนโดฯ ในพนมเปญ แต่การที่นักการเมืองคนหนึ่งโพสต์ว่า "เรื่องของวันเฉลิม คือเรื่องของ George Floyd" ผมคิดว่าเป็นการเชื่อมโยงที่เพี้ยน บิดเบือนจากความเป็นจริง เพราะเรื่องของ George Floyd เป็นเรื่องของการเหยียดผิว ความไม่เท่าเทียม การใช้อำนาจไม่ชอบ ในประเทศแม่แบบประชาธิปไตย ที่คนไทยบางกลุ่มชอบเอามาเป็นแบบอย่าง(โดยไม่ดูรากเหง้า ความเป็นมาของแต่ละประเทศ)
        แต่ถ้าจะเอามาเทียบ ต้องเทียบเหตุการณ์ที่อดีตรัฐมนตรีกลาโหม เจมส์ แมททิส ออกแถลงการณ์กล่าวหาทรัมป์ “เป็นประธานาธิบดีคนแรกในชีวิต ที่มีพฤติกรรมต้องการแบ่งแยกประชาชน" มาเทียบกับคำพูดของอดีตผู้นำไทย "จังหวัดไหนไม่เลือก ดูแลทีหลัง" แบบนี้จึงจะถูกครับ ขอแนะนำว่า การจะเชื่อมโยงอะไร ควรจะศึกษาให้เข้าใจเสียก่อน........อายเขา!!!.


เอาละครับ..... นับจากวันนี้ (๘ ส.ค.๖๓) เป็นต้นไป ถึงสิ้นปี และมีความเป็นไปได้ ที่จะติดพันไปถึงต้นปีหน้า

"ตำรวจ-อัยการ" ใครคุกก่อน?
ชังชาติโดยสันดาน
'ประยุทธ์' ชวนแก้รัฐธรรมนูญ
'คำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ'
บันทึกช่วย 'อัยการ-ตำรวจ' จำ
นิมิตหมายจาก 'ไฟในเมือง'