Flagship ฝ่ายค้าน แก้ รธน. รอแนวร่วมนอกสภาฯ เสริมทีม


   

            หลังพรรคร่วมฝ่ายค้านที่จับมือกันแน่น เปิดยุทธการเดินสาย-ตั้งเวที จัดเสวนา ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัดเพื่อเป็นเวทีวิพากษ์รัฐบาลในด้านต่างๆ ที่จัดมาแล้วหลายครั้ง ล่าสุดก็ไปยึดหัวหาดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีการตั้งเวทีชำแหละรัฐบาลกันหลายเรื่อง แต่เรือธงที่เป็น flagship ใหญ่ ของกระบวนการเคลื่อนไหวดังกล่าวของฝ่ายค้านมาตลอดก็คือ การสร้างแนวร่วม-ความตื่นตัวให้คนเอาด้วยกับพรรคฝ่ายค้านในการเคลื่อนไหวเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน

โดยมีแนวทางที่จะเริ่มขยับหนักขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงเดือน พ.ย. หลังเปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร 1 พ.ย. ซึ่งถึงตอนนั้นจะเริ่มมีแนวร่วมนอกรัฐสภามาเป็นกองหนุน เครือข่ายด้วย เช่น กลุ่มคณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน (ครช.) ที่มีอนุสรณ์ อุณโณ นักวิชาการจากธรรมศาสตร์เป็นแกนนำ ซึ่งมีเครือข่ายเป็นแนวร่วมหลายกลุ่มอาทิ ปีกของพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือไอติม หลานอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่หลังออกจากประชาธิปัตย์ก็ออกมาเคลื่อนไหวการเมือง ในฐานะแกนนำเครือข่ายรัฐธรรมนูญก้าวหน้า โดยทางกลุ่ม ครช.จะเริ่มทำกิจกรรมอย่างเป็นทางการในวันเสาร์ที่ 5 ต.ค. ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นอกจากนี้ ในวันที่ 27 ต.ค. กลุ่มภาคีเพื่อรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย (Associate for Democratic Constitution) ที่จะมีโคทม อารียา อดีต กกต. เป็นประธาน ก็จะเปิดตัวเป็นแนวร่วมนอกรัฐสภาเคลื่อนไหวแก้ รธน.ด้วยเช่นกัน

สาเหตุใหญ่ที่พรรคฝ่ายค้าน-แนวร่วมนอกรัฐสภาหนุนแก้ รธน.เริ่มเคลื่อนไหวเรื่องการแก้ไข รธน.ก็เพราะหลังเปิดสภา 1 พ.ย. เป็นที่แน่ชัดว่าสภาจะมีการพิจารณาญัตติขอให้ตั้ง กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่หลายพรรคการเมืองเสนอเข้าไปร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นในนาม 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน, พรรคพลังประชารัฐ, พรรคประชาธิปัตย์, พรรคชาติไทยพัฒนา ดังนั้น ดูแล้วยังไงที่ประชุมสภาฯ ก็จะต้องมีการตั้ง กมธ.ชุดดังกล่าวแน่นอน

ด้วยเหตุนี้ พรรคการเมืองต่างๆ–แนวร่วมหนุนแก้ไข รธน.นอกรัฐสภา จึงต้องใช้ช่วงเวลาต่อจากนี้ ในการสร้างแนวร่วมจากภาคส่วนต่างๆ ให้เอาด้วยกับการแก้ไข รธน. ที่ก็ต้องยอมรับว่า แม้โพลหลายสำนักจะบอกว่าประชาชนเห็นด้วยกับการแก้ไข รธน. แต่ก็ยังเป็นกระแสที่คนไม่ค่อยตื่นตัวเท่าไหร่ ด้วยเหตุผลที่ว่า คงมองว่าเป็นเรื่องไกลตัว-ใช้เวลานาน และที่สำคัญ ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างปัญหาปากท้อง-เศรษฐกิจ ก็หนักหน่วง เลยทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ค่อยตื่นตัว ให้น้ำหนักกับฝ่ายค้านมากนัก

กระแสประชาชนไม่ค่อยให้ความสำคัญกับเรื่องการแก้ไข รธน.ที่ฝ่ายค้านโหมโรงมานานดังกล่าว วงประชุมแกนนำฝ่ายค้านก็ไม่ใช่ว่าจะอ่านไม่ออก จึงทำให้พรรคฝ่ายค้าน ต้องปรับกลยุทธ์การเมืองใหม่ เพราะหากยังใช้วิธีการเดิมๆ คนก็ไม่ค่อยสนใจมากนัก เลยจะหันไปใช้วิธีอื่นๆ เข้ามาเพื่อสร้างสีสันความสนใจให้มากขึ้น โดยเฉพาะการเปลี่ยนจากเวทีเสวนา มาเป็นการจัดเวทีปราศรัยแทน ที่จะเริ่มขึ้นช่วงปลายเดือน พ.ย. เป็นต้น ภายใต้กรอบปฏิทินการเคลื่อนไหว ที่แบ่งออกเป็น 3 ระยะ ประกอบด้วย

ระยะที่ 1 สร้างการรับรู้ของประชาชนให้เห็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีปัญหา, ระยะที่ 2 สร้างความเข้าใจแก่ปัญหาประชาชนว่าเมื่อรัฐธรรมนูญมีปัญหา แล้วปัญหานั้นสัมพันธ์กับปัญหาของประชาชน เช่นปัญหาปากท้องอย่างไร, ระยะที่ 3 การสร้างฉันทามติจากทุกภาคส่วน เพื่อให้นำสิ่งที่ได้มาแสดงให้เห็นว่าประชาชนไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญ เพื่อนำไปสู่การทำให้ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลและส.ว. ต้องเอาด้วยกับการแก้ไข รธน.

ขณะที่ฝ่ายพรรครัฐบาลก็รู้ดีว่า แค่การแก้ไขปัญหาต่างๆ ของประเทศก็หนักหน่วงอยู่แล้ว ครั้นจะให้ลงไปเอาด้วย ทุ่มหนักกับเรื่องแก้ไข รธน. ก็คงไม่ใช่ เพราะจะยิ่งไปเข้าทางฝ่ายค้านและจะเป็นการผูกมัดตัวเองไป เลยเกาะเวทีแก้ไข รธน.อยู่ห่างๆ คือแสดงท่าทีเอาด้วย แต่ไม่ลงไปอยู่ในสนามเดียวกับฝ่ายค้าน แม้แต่กับพรรคประชาธิปัตย์เอง ที่ชูธงแก้ไข รธน.มาตั้งแต่ตอนเข้าร่วมรัฐบาลกับพลังประชารัฐ ก็จะเห็นได้ว่าระดับแกนนำพรรค ก็พยายามสงวนท่าทีเอาไว้อยู่ห่างๆ ขณะที่พลังประชารัฐก็ใช้กลยุทธ์ เดินสายต่างจังหวัดเช่นกัน แต่เป็นการเดินสายโดยเน้นเรื่องการชี้แจงผลงานรัฐบาล การแก้ปัญหาปากท้อง ที่มีโต้โผใหญ่คือ วทันยา วงษ์โอภาสี–มาดามเดียร์ ส.ส.พลังประชารัฐ หนึ่งในทีมยุทธศาสตร์ของพรรค เป็นแม่งาน ซึ่งตอนนี้ไปทำมาแล้วหนึ่งเวทีคือที่นครราชสีมา ในชื่อโครงการ เวทีประชาธิปไตยไทยอิ่ม ภายใต้คอนเซ็ปต์ ไม่ต้องแก้ กินได้เลย และสุดสัปดาห์นี้ ก็จะมีอีกที่จังหวัดพะเยา ที่จะมีธรรมมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ คอยบริหารจัดการ

ทั้งหมดคือความเคลื่อนไหวของขั้วรัฐบาล-ฝ่ายค้าน และแนวร่วมการเมืองนอกรัฐสภา ก่อนที่สภาฯจะเปิดเดือน พ.ย. โดยมีเรื่องของการแก้ไข รธน.เป็นตัวเร่งให้อุณหภูมิการเมืองทั้งในและนอกรัฐสภาร้อนแรงไปตามจังหวะ.

 

 


เก็บมาเล่า..... วันเสาร์ที่ผ่านมา มีคนบอกว่า โลกหมุนรอบ "ธนาธร-ปิยบุตร" เพราะ ๒ คนนี้คือผู้นำเหล่านักรบต่อสู้กับเผด็จการ เป็นผู้กอบกู้ประชาธิปไตยจากรัฐบาลสืบทอดอำนาจทหาร

แล้ว 'ทอน' จะรู้ว่าผิดอะไร
"ทอน-บุตร" ประเทศกูมี
"๓.๖ ล้าน" สู่วีรชนลำพะยา
คนของ 'แม้ว-ปู' จะปราบโกง
ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!