ประกวด" ภาพถ่ายจากโดรน" ครั้งแรกในไทย สะท้อน"นวัตกรรมชุมชน"ชวนให้ไปเที่ยว


   

 

ภาพถ่ายจากโดรน ชื่อผลงาน"ยกยอ" คว้ารางวัลชนะเลิศ 

 

 

     สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA มหาวิทยาลัยนเรศวร (มน.) สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และบริษัท ชีร์โร่ มาร์เก็ตติ้ง (ประเทศไทย) จัดประกวดโครงการภาพถ่ายนวัตกรรม “Innovation Thailand Photo Contest 2019” ภายใต้หัวข้อ นวัตกรรมการท่องเที่ยว: Traveltech Innovation "   ที่สะท้อนถึงนวัตกรรม ที่เกิดจากภูมิปัญญาของชาวบ้านในชุมชนจังหวัดต่างๆในประเทศไทย ที่ใช้ในการดำรงชีวิตตั้งแต่ในอดีตมาจนถึงปัจจุบัน   

     โดยการประกวดแบ่งออกเป็น 2ประเภท คือ ประเภทการถ่ายภาพโดยใช้โดรน (อากาศยานไร้คนขับ) และประเภทการถ่ายภาพโดยใช้กล้อง DSLR กล้อง Digital กล้องบรรจุฟิล์ม หรือการบันทึกภาพด้วยเครื่องมืออื่น ๆ  ซึ่งมีภาพถ่ายส่งผลงานเข้าประกวดมากกว่า 1,300 ภาพ

     แม้จะมีผลงานมากมาย แต่ในที่สุดคณะกรรมการ ได้คัดเลือกผลงานที่ได้รับรางวัล และนำมาจัดนิทรรศการ Photo Gallery ในงานมหกรรมเทคโนโลยีด้านอวกาศของประเทศไทย ในช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา  โดยประเภทการถ่ายภาพโดยใช้โดรน (อากาศยานไร้คนขับ) รางวัลชนะเลิศ เป็นของนายธนพร ดิษยบุตร ในชื่อผลงาน ยกยอ ซึ่งเป็นภาพที่สื่อถึงการนำนวัตกรรมการจับสัตว์น้ำแบบชาวบ้านหรือที่เรียกกันว่า "ยอ "มาใช้ในการประกอบอาชีพ รางวัลอันดับ 2 ได้แก่ นายสุรเชษฐ อินอัญชัญ ผลงาน "ก่อกองทรายบางแสน" ซึ่งสะท้อนถึงนวัตกรรมของศิลปะสถาปัตยกรรมไทย   ที่เกิดจากการการใช้วัสดุ อุปกรณ์จากธรรมชาติหรือวัสดุย่อยสลายง่าย ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และรางวัลอันดับ 3 ได้แก่ นายชาญวิทย์ อิสราสุวิภากร  ผลงาน "บูรณะพุทธศิลป์" ที่สื่อถึงการนำนวัตกรรมในการก่อสร้างมาใช้ในการบูรณะ ซ่อมแซม สิ่งก่อสร้างทางท่องเที่ยว

 

ภาพสปาหิมะดำ แหล่งท่องเที่ยวในชุมชนบ้านดงเย็น จ.สุพรรณบุรี 

 

     ส่วนประเภทการถ่ายภาพโดยใช้กล้อง DSLR กล้อง Digital กล้องบรรจุฟิล์มหรือการบันทึกภาพด้วยเครื่องมืออื่น ๆ รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ นายพิชญวัฒน์ ปรุงศักดิ์ ในผลงาน "สปาหิมะดำ " ซึ่งเป็นภาพที่สื่อถึงนวัตกรรมการรักษาสุขภาพโดยภูมิปัญญาชาวบ้าน ที่มีการนำเศษซากอ้อยและดินมาใช้ในการรักษาอาการปวดเมื่อย และก่อให้เกิดกิจกรรมใหม่ในการท่องเที่ยวชุมชน และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ อันดับ 2 ได้แก่ นายวีรพงษ์ ธนวงศ์อุดม ผลงาน "จักรยานเพื่อการท่องเที่ยว" ที่สะท้อนถึงการใช้นวัตกรรมยานพาหนะที่ลดการปล่อยของเสียและลดใช้พลังงาน ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน และอันดับ 3 ได้แก่ นายสุริยา ผลาหาญ ในผลงาน "ท่องเที่ยวชุมชนโอทอป "ซึ่งภาพนี้สื่อถึง การนำเศษวัสดุเหลือใช้ เช่น ขวดพลาสติก ถังน้ำมัน มาประยุกต์เป็นนวัตกรรมใหม่เพื่อใช้อำนวยความสะดวกในการท่องเที่ยวชุมชน

      ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง รองผู้อำนวยการด้านระบบนวัตกรรม สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) กล่าวว่า  จุดประสงค์การประกวดภาพถ่าย ที่สะท้อนวิถีชีวิตชุมชน มีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นให้เกิดความตื่นตัวด้านนวัตกรรมการท่องเที่ยว  สำหรับ การประกวดการถ่ายภาพด้วยโดรนระดับประเทศ ถือว่าเป็นครั้งแรกที่มีการประกวดภาพถ่ายประเภทนี้   ส่วนคำว่า"นวัตกรรม"ในชุมชน อาจไม่ใช่เรื่องวิทยาศาสตร์ทั้งหมด  แต่หากไปสัมผัสตามชุมชนต่างๆ ก็จะพบว่าแต่ละท้องถิ่นมีนวัตกรรมและภูมิปัญญาของตนเอง แต่การจะไปบอกว่าพื้นที่นั้นมีนวัตกรรมอะไร ก็อาจจะไม่เห็นภาพชัดเจน  ดังนั้น การดึงการถ่ายภาพเข้ามาช่วยก็จะทำใได้เห็นภาพทั้งพื้นที่และนวัตกรรมในชุมชน ชัดเจนมากยิ่งขึ้น   ซึ่งคนที่ได้เห็นภาพก็จะเกืดเความเข้าใจในนวัตกรรมนั้นๆ อย่างภาพ "ยกยอ "ที่ได้รับรางวัล จะเห็นได้ว่าเป็นการสะท้อนภูมิปัญญาในอดีต เพราะยอ เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการจับปลา และในวิถีชีวิตของชาวบ้านปัจจุบันก็ยังใช้เครื่องมือประเภทนี้อยู่ 

      " การประกวดภาพถ่ายจากโดรนครั้งนี้  ถือว่าเป็นการสร้างความตื่นตัวให้กับวงการการถ่ายภาพ และการใช้โดรน     ซึ่งจะเป็นโอกาสในการสร้างการเรียนรู้ใหม่ๆ เช่น การอบรมเชิงปฏิบัติ การพัฒนาหลักสูตรที่เชื่อมโยงกับวิชาชีพและความสนใจในสถานศึกษา ตลอดจนช่วยยกระดับสตาร์ทอัพกลุ่มมาร์เทค (ดนตรี ศิลปะ ความบันเทิง) ให้เกิดขึ้นทั้งในระดับปริมาณและคุณภาพในประเทศไทย  นอกจากนี้ ผลงานที่เกิดจากกิจกรรมนี้ ยังจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้ที่มีความสนใจในการถ่ายภาพเพื่อนำผลงานไปใช้ในการต่อยอดเชิงพาณิชย์ การประกอบอาชีพ และสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนได้เป็นอย่างดี" รอง ผอ.เอ็นไอเอ กล่าว

 

 

        ด้าน นายอดุล ตัณฑโกศัย กรรมการบริหารสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า ภาพที่ได้ร่วมประกวดเหล่านี้ จะสร้างการรับรู้ของผู้เข้าชมให้อยากไปเที่ยวและสัมผัสในพื้นที่จริงๆ ดังนั้นการตัดสินก็จะใช้เกณฑ์ จากความคิดสร้างสรรค์ การเล่าเรื่อง และเทคนิคการถ่ายภาพต่างๆ และนับว่าเป็นความท้าทายอย่างมาก  เพราะในปัจจุบันราคาโดรนก็มีราคาที่ย่อมเยามากขึ้น แต่ก็ต้องปฏิบัติให้อยู่ในกฎระเบียบ ข้อกำหนดทางกฎหมายที่ได้บัญญัติขึ้น เพราะในบางพื้นที่ก็ไม่สามารถบินขึ้นไปถ่ายภาพได้ ดังนั้นผู้ที่บังคับโดรนต้องมีใบอนุญาต โดรนที่ใช้ต้องได้รับการขึ้นทะเบียน ในบางพื้นที่ต้องขออนุญาต ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับมุมมองภาพของช่างภาพแต่ละคนที่ถ่ายทอดอกมาด้วย

       ปราณปริยา วงศ์ษา ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาและถ่ายทอดองค์ความรู้ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) กล่าวว่า เพื่อเป็นการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับแบบครบวงจรให้แพร่กระจายและเป็นที่รู้จักมากขึ้นในประเทศไทย ในการประยุกต์ใช้นวัตกรรมดังกล่าวในภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น การท่องเที่ยว การป้องกันประเทศ การสำรวจทรัพยากรธรรมชาติ การบรรเทาภัยพิบัติ อีกทั้งยังเป็นเส้นทางสำหรับผู้ที่มีความสนใจและมีความสามารถสู่เส้นทางสายอาชีพด้านเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศให้เกิดขึ้

       ในส่วนผลงานจากโดรน นายสุริยา ผลาหาญ เจ้าของภาพ ล่องแพชมธรรมชาติ บอกว่า นวัตกรรมเชิงท่องเที่ยวเกิดขึ้นโดยการบริหารจัดการของชุมชน ที่เป็นเอกลักษณ์และเสน่ห์ ซึ่งการถ่ายภาพนิ่งในหนึ่งภาพต้องสื่อสารทุกอย่างมาให้ครบและให้คนดูเข้าใจสิ่งที่เราต้องจะบอก อย่างภาพที่ใช้โดรนถ่ายที่เป็นขนาดมาตรฐานทั่วไป ในชุมชนจังหวัดจันทบุรี ที่มีการทำท่องเที่ยวล่องแพเพื่อไปศึกษาธรรมชาติ ชมเหยี่ยวแดง ซึ่งในการถ่ายด้วยโดรนอาจจะมีข้อจำกัดในเรื่องของระเบียบกฎหมาย และราคาบางตัวค่อนข้างที่จะแพง แต่สำหรับมุมมองของภาพมีทั้งมุมสูง หรือในมุมภาพที่เราไม่สามารถเข้าไปถ่ายได้ ทำให้ได้ภาพที่แตกต่างด้วย

        พิชญวัฒน์ ปรุงศักดิ์  เจ้าของภาพ สปาหิมะดำ บอกว่า นวัตกรรมตามที่เราเข้าใจมีความหลากหลายในชุมชน แต่ที่ทำให้สนใจคือ แหล่งท่องเที่ยวในชุมชนบ้านดงเย็น จ.สุพรรณบุรี ที่บริเวณนั้นเป็นที่ตั้งของโรงน้ำตาล และมีกากอ้อยจากการเผา ซึ่งชาวบ้านค้นพบว่ากากเหล่านี้ช่วยแก้อาการปวดเมื่อย จึงได้เกิดการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว อย่างภาพที่ได้ถ่ายมาก็จะสะท้อนให้เห็นถึงวิธีการการทำสปา และถือว่าเป็นความแปลกใหม่ที่หลายๆคนอาจจะยังไม่เคยเห็น

 

พิชญวัฒน์ ปรุงศักดิ์  เจ้าของภาพ สปาหิมะดำ


อุ่นหนาฝาคั่ง...แน่นซอย ไทยโพสต์ ครบรอบ ๒๓ ปี ย่างเข้าปีที่ ๒๔ ยังได้รับความรัก จากกัลยาณมิตรมากมาย เหมือนเช่นเคย ขอบคุณกันไม่หมด ทั้งจากภาคธุรกิจ ราชการ ฝ่ายการเมือง

'๒๑ ตุลา' สำนึกย้อน 'สำนึกไทย'
'ทอน' ไม่รู้! แล้วจะรอดหรือ
ธาตุแท้อนาคตใหม่
งบฯ ผ่าน ไม่ยุบ ไม่ออก
'ความเมือง' ในไทยยุคที่ ๓
อย่าให้ฝ่ายแค้นแหกตา