สั่งงัดกลยุทธ์โค้งสุดท้าย ดันภาคท่องเที่ยวตัวชูโรง


เพิ่มเพื่อน    

  "สมคิด" สั่งคลัง-ท่องเที่ยว-แบงก์รัฐ งัดกลยุทธ์กระตุ้นเศรษฐกิจโค้งสุดท้ายปี 62 ดันภาคท่องเที่ยวชูโรง ลุยชิมช้อปใช้เฟส 2 เพิ่มร้านค้าชุมชน 11 พ.ย.ดีเดย์ 100 เดียวเที่ยวทั่วไทย พปชร.โต้ฝ่ายค้านโทสาคติ ยันช่วย ศก.ฐานราก เงินหมุนเวียน 8 หมื่นล้าน

    เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กระทรวงการคลัง กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ เร่งวางแผนกระตุ้นเศรษฐกิจไตรมาส 4/2562 โดยใช้การท่องเที่ยวเป็นตัวชูโรง พร้อมกับให้เร่งขยายโครงการชิมช้อปใช้ ระยะที่ 2 ให้ครอบคลุมไปยังเศรษฐกิจชุมชน โดยใช้ฐานลูกค้าและเครือข่ายจากธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ซึ่งมีอยู่มากกว่า 1 แสนรายเข้ามาร่วม ตลอดจนนำไปเชื่อมโยงกับเครือข่ายโครงการประชารัฐสร้างไทย
    ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่าขณะนี้ทุกประเทศถูกผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวทั้งหมด และแนวโน้มเศรษฐกิจในไตรมาส 3 ก็ไม่น่าดีนัก คล้ายๆ กับไตรมาส 2 จึงได้สั่งการให้กระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยกันคิด โดยไตรมาส 4 รัฐบาลอยากทำให้เศรษฐกิจเกิดการเปลี่ยนแปลง โดยขณะนี้เรื่องชิมช้อปใช้ที่ออกมาได้รับผลการตอบรับดี รวมถึงจะส่งเสริมให้หน่วยงานต่างๆ ไปจัดประชุมสัมมนาในช่วงปลายปี เช่นเดียวกับการเชื่อมโยงมาตรการ 100 เดียวเที่ยวทั่วไทย ก็จะทำให้เศรษฐกิจขับเคลื่อนได้ต่อเนื่องไปถึงไตรมาสที่ 4/2562 แต่ชิมช้อปใช้ระยะที่ 2 ยังบอกไม่ได้จะเริ่มเมื่อไร ต้องมีการศึกษากันก่อน
    “ตามหลักการถ้ามีโครงการชิมช้อปใช้จะทำให้เศรษฐกิจฐานรากดีขึ้น เกิดการหมุนเวียน ฉะนั้นปริมาณร้านค้าและคนที่เข้าร่วมเป็นเรื่องสำคัญ อีกทั้งทำให้ประเทศได้ประโยชน์ ทั้งเรื่องการใช้เงินผ่านระบบดิจิทัลด้วย ฉะนั้นเรื่องนี้ไม่ใช่มองแค่ว่าใช้เงินอย่างเดียว แต่เป็นการเปลี่ยนผ่านระบบเศรษฐกิจ แต่จะต้องไปดูว่าร้านค้าจะเพิ่มแบบไหน ใครมาร่วมบ้าง และคนที่ใช้สิทธิจะขยายอย่างไร ส่วนเรื่องงบประมาณมาดูทีหลัง ต้องดูประโยชน์ก่อน และค่อยมาจัดสรรงบประมาณ แต่กระทรวงการคลังจะดูวินัยการเงินการคลังแน่นอน” นายสมคิดกล่าว
     นอกจากนี้ ยังเตรียมมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มหากมีความจำเป็น ซึ่งมีการหารือกันแล้วเป็นเรื่องที่ดี ขณะเดียวกันยังให้กระทรวงการคลังเร่งเดินโครงการประชารัฐสร้างไทย ที่เป็นเรื่องสำคัญในการปฏิรูปเศรษฐกิจ การดำเนินการเกษตรแปรรูป เศรษฐกิจชุมชน การท่องเที่ยวชุมชน โดยจะเริ่มที่ภาคเหนือ ที่จังหวัดเชียงใหม่ เป็นอันดับแรก
    ด้านนายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง กล่าวว่า การขยายโครงการชิมช้อปใช้ จะเปิดโอกาสให้ประชาชน ร้านค้าชุมชนเข้ามาร่วมได้มากขึ้น เพราะมีการตอบรับที่ดีจากประชาชน โดยโครงการชิมช้อปใช้ ระยะที่ 2 จะต้องมีการเพิ่มส่วนร้านค้าเข้าไปมากขึ้น ส่วนของภาคการท่องเที่ยว ได้มีการหารือกับ รมว.ท่องเที่ยวว่า เมื่อมีชิมช้อปใช้ ระยะที่ 2 แล้ว จะต้องมีมาตรการกระตุ้นทางท่องเที่ยวคอยสนับสนุน จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ในไตรมาสสุดท้ายได้อย่างมีพลังมากขึ้น
     “มาตรการชิมช้อปใช้เฟส 2 จะเปิดโอกาสให้คนเข้ามาลงทะเบียนเพิ่มมากขึ้นจากเดิมที่กำหนดไว้ 10 ล้านคน รวมถึงเปิดให้ร้านค้าขนาดเล็กของธนาคารออมสิน และ ธ.ก.ส. ที่มากกว่า 1 แสนร้านเข้ามาร่วมด้วย ซึ่งมาตรการชิมช้อปใช้เฟส 2 จะส่งต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจไทยได้มากกว่าระยะแรก” รมว.การคลังระบุ
     นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า โครงการร้อยเดียวเที่ยวทั่วไทยกับเที่ยววันธรรมดาราคาช็อกโลก เป็นโครงการต่อเนื่องเสริมมาตรการชิมช้อปใช้ โดยจะออกมาให้ประชาชนเข้าร่วมในวันที่ 11 พ.ย.62 จำนวน 20,000 แพ็กเกจ และในเดือน ธ.ค.อีก 20,000 แพ็กเกจ ส่วนวันธรรมดาราคาช็อกโลก กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ได้ประสานกับผู้ประกอบการร้านค้าต่างๆ ว่าการไปช็อปปิ้งในวันธรรมดาสามารถลดราคาให้ได้หรือไม่ โดยให้ทางนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เป็นผู้ประสานกับร้านค้าต่างๆ ส่วนรายละเอียดทาง ททท. จะแถลงความคืบหน้าต่อไป
    วันเดียวกัน นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ ตอบโต้กรณีที่ น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ ให้ 2 คะแนนจากเต็ม 100 ต่อมาตรการชิมช้อปใช้ ว่า น.ส.พรรณิการ์มีโทสาคติ พูดไปเรื่อย เพราะมาตรการนี้ประชาชนได้ประโยชน์ ออกมาใช้จ่ายกันอย่างคึกคัก จนมีการเรียกร้องให้เปิดเฟส 2 ด้วยซ้ำ ซึ่งกระเป๋าแรกก่อให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 10,000 ล้านบาท และกระเป๋าสองเมื่อมีการเดินทางจะเกิดการใช้จ่าย ซึ่งหากประชาชนใช้สิทธิ์ตามที่คาดการณ์ จะก่อให้เกิดวงเงินหมุนเวียนในเศรษฐกิจอีกกว่า 70,000 ล้านบาท จากวงเงินงบประมาณ 9,000 ล้านบาท 
    "การใช้จ่ายจะเป็นการใช้จ่ายที่ร้านช้อป ซึ่งเป็นร้านในกลุ่มโอท็อป ร้านวิสาหกิจชุมชน รวมทั้งร้านธงฟ้าประชารัฐเกินครึ่ง สะท้อนการกระจายเงินลงสู่ระบบเศรษฐกิจฐานราก มีการใช้จ่ายทั้ง 77 จังหวัด แสดงให้เห็นว่าการใช้จ่ายดังกล่าวกระจายไปยังทุกจังหวัด โดยเฉพาะร้านค้าท้องถิ่น ไม่มีการเอื้อนายทุน มีการใช้จ่ายในร้านค้าขนาดใหญ่ที่มีหลายสาขาเพียงร้อยละ 22 ของทั้งหมด โครงการชิมช้อปใช้ สนับสนุนยุทธศาสตร์ National e-Payment ในสเกลที่ใหญ่มาก เป็นการเพิ่มจำนวนผู้ใช้จ่ายผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ในครั้งเดียวกว่า 10 ล้านรายเป็นครั้งแรกในประเทศไทยอีกด้วย" รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐกล่าว.
 


บอกก่อน.....ผมไม่รู้จริงๆ ว่า "พรรคพลังประชารัฐ" เขาเล่นอะไรกัน?รัฐบาลกำลังไปได้ดีจู่ๆ ก็เล่นเกมชิงเก้าอี้ "หัวหน้าพรรค" โดย กก.บห. "เกินกึ่งหนึ่ง" รวมหัวกัน ยื่นหนังสือลาออก เมื่อวาน (๑ มิ.ย.๖๓)เป็นผลให้คณะกรรมการบริหารพรรค "พ้นตำแหน่ง" ทั้งคณะ ต้องเลือกตั้ง กก.บห.กันใหม่ทั้งหมด ภายใน ๔๕ วัน!

"การเมืองวันที่ไม่มีประยุทธ์"
เมื่อ "ทัวร์ลง" เดือนพฤษภา.
"ความต่างระหว่างคนกับสัตว์"
ทุกด้าน "สถานการณ์" เป็นต่อ
ผู้ชายคนหนึ่งชื่อ "ประยุทธ์"
อันตรายกว่า 'สารอันตราย'