ผมจะไม่ทำให้หม่าม้าผิดหวัง


   

    "ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" ชื่อนี้ชักจะขึ้นหม้อ เริ่มมีการพูดถึงกันเยอะ นั่นเพราะพยายามทำตัวให้เป็นข่าวอยู่ทุกวัน
    พูดง่ายๆ เอาการตลาดมาใช้ในงานการเมือง
    วันก่อนเห็นพ่อหลานชายนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ พูดถึงการบริหารประเทศของรัฐบาล คสช.ที่ใช้การตลาดนำว่า ตัวเขาไม่เห็นด้วย 
    การเมืองยุคใหม่ มันก็การตลาดทั้งนั้นไม่ใช่หรือ 
    แม้กระทั่งการเปิดตัวอย่างเป็นระบบของ "ธนาธร" ....ก็เป็นการตลาด 
    หรือจะเถียงว่าไม่ใช่!
    สมัยนี้การให้ข่าวของนักการเมืองสะดวกรวดเร็ว สื่อสารทางเดียว ด้วยการโพสต์เฟซบุ๊ก ซึ่งก็เป็นไปตามยุคสมัย การตลาดจึงแทรกอยู่ทุกที่ 
    วานนี้ (๑๑ มีนาคม) "ธนาธร" โพสต์เฟซบุ๊กเอาไว้น่าสนใจ 
    เป็นการออกตัวว่า ตระกูลจึงรุ่งเรืองกิจ สนับสนุน 
    ....ผมโชคดีที่พี่น้องและครอบครัวไม่มีใครมีแนวคิดแบบอนุรักษนิยมแบบสุดโต่ง ทุกคนรักและเข้าใจในหลักการประชาธิปไตย เมื่อเราถกเถียงเรื่องอนาคตของครอบครัว ทุกคนเข้าใจผม ไม่มีใครสาปส่ง  มีแต่กำลังใจในรูปแบบที่แตกต่างกันไปตามแต่ที่แต่ละคนพึงมีให้
        "แม่" คือปัญหาใหญ่ ก่อนถกเถียงกันผมกลัวว่าจะทำให้แกเสียใจ ผมไม่อยากให้แกเสียใจ ผมไม่อยากให้แกร้องไห้ ผมทำแกร้องไห้มามากเกินไปแล้วในชีวิตนี้ แกเริ่มคำถามแรกว่าสำหรับผม ไทยซัมมิทหรือประเทศไทย อย่างไหนสำคัญกว่ากัน ผมตอบสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า "ประเทศไทย"
        แกมีสีหน้าผิดหวัง ถึงแม้ไม่เห็นด้วย ไม่ได้อวยพรอะไรพิเศษ แต่แกไม่ห้ามปราม, ให้กำลังใจ หรือเอ่ยคำสนับสนุนใดๆ สำหรับผมนั่นคือการอนุมัติและเห็นชอบแบบแม่
      ไม่มีอะไรที่ผมจะร้องขอได้มากไปกว่านี้อีกจากครอบครัว ผมโชคดีเหลือเกินที่ได้เติบโตและเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวนี้
    คำถามสุดท้ายก่อนจะเลิกวง แกถามผมว่า "ถ้าวันใดเธอมีอำนาจ คงจะมีคนมาเสนอทั้งผู้หญิงและเงินทอง เธอจะรับไหม?"
        ตอบไว้ตรงนี้ "หม่าม้าครับ ผมจะไม่ทำให้หม่าม้าผิดหวัง"....
    เร็วเกินไปที่จะบอกว่าเล่นการเมืองในฐานะตัวแทนจากตระกูลจึงรุ่งเรืองกิจ เพื่อจึงรุ่งเรืองกิจ 
    แต่การเมืองสมัยใหม่ ต่างจากอดีตที่กลุ่มทุนขนาดใหญ่จะส่งคนของตัวเองลงมาเล่นการเมืองอย่างเต็มตัว ขณะที่ในอดีตมาในรูปของทุนสนับสนุนเท่านั้น
    เช่นกรณีของ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ที่เคยวาดลวดลายการเมืองในฐานะตัวแทนตระกูลจึงรุ่งเรืองกิจ บนความมั่งคั่งของตระกูลนี้มาแล้ว
    แต่วันนี้ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ไม่พร้อม ร่างกายไม่เอื้ออำนวย
    จึงไม่มีใครเหมาะไปกว่า "ธนาธร"
    คำถาม..."ถ้าวันใดเธอมีอำนาจ คงจะมีคนมาเสนอทั้งผู้หญิงและเงินทอง เธอจะรับไหม?"
    การที่ "ธนาธร" ตอบว่า ผมจะไม่ทำให้หม่าม้าผิดหวัง ก็แปลความในเชิงบวกได้ว่า...ไม่รับ
    ก็ไม่ต่างไปจากบาทหลวงถามเจ้าบ่าวเจ้าสาวในโบสถ์ว่ายอมรับคู่ของตัวเองหรือไม่
    แต่งแล้วหย่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นภายหลัง
    อำนาจที่จะเกิดขึ้นภายหลังก็เช่นกัน รับเงินทอง หญิงสาว หรือไม่รับ ไม่อาจอธิบายในวันที่ยังไม่มีอำนาจได้
    แต่..."ธนาธร" มีเรื่องที่ต้องทำใหญ่กว่านั้น 
    กลับไปดูคำพูดของเขาเมื่อต้นเดือนกันอีกสักครั้ง
    "ถ้าผมจะจัดตั้งพรรคการเมือง ก็จะไม่เป็นพรรคที่เป็นเฉพาะกิจ ซึ่งอะไรที่น้อยกว่าการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยผมก็จะไม่ทำ"
    มองในแง่บวก "ธนาธร" มีอำนาจไม่รับเงินไม่เอาหญิง แต่จะใช้อำนาจนั้นเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศ 
    ที่เหลือก็แค่กลับไปดูว่า เขาต้องการให้ประเทศไทยเปลี่ยนเป็นอะไร
    มีทัศนคติทางการเมืองเป็นเช่นไร.


เสียดาย...........วานซืน (๑๘ ก.ค.๖๑) ไม่ได้ดูถ่ายทอดสดรายการ "๑๓ หมูป่า ปะทะคำถามสื่อทั่วโลก"เพราะบังเอิญพี่หมอเดชา "นาวาโท นายแพทย์เดชา สุขารมณ์ ร.น." อดีต รมช.สาธารณสุข ท่านนัดล่วงหน้า จะพาไปกินหมูหัน

'แดงอีสาน' โดมิโนการเมือง
'กาแฟดำ' ในแดน 'ไทยโพสต์'
'ตำรวจรับใช้โจร' จะให้ทนหรือ?
'ปฏิรูประบบราชการ' ที่เกิดแล้ว
นอกถ้ำอาจอันตรายยิ่งกว่า!
เลือดเนื้อไทย"ผลิบาน"วันเลิกรา