"อนุดิษฐ์”ยันเดินหน้าแก้รธน.ต่อ เชื่ออยู่บนหลักการที่ถูกต้อง


   

เมื่อวันที่ 6 ต.ค. น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีกอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าแจ้งความดำเนินคดีกับแกนนำ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน กรณีร่วมเวทีเสวนาแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะกระทบการดำเนินการในสภาหรือไม่ว่า 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านเดินสายพบประชาชนมาทั้ง 4 ภาค และพูดกับสื่อมวลชนชัดเจนว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ จะไม่แตะต้องหมวด 1 และ หมวด 2 เจตนาของการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะไม่ลงรายละเอียดแก้ไขรายมาตรา เพราะจะนำไปสู่การถกเถียงไม่รู้จบ แต่เรารณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญบนหลักการคืนอำนาจกลับไปให้กับประชาชน 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านจึงเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ที่มาจากประชาชนขึ้นมาเพราะวิธีการนี้จะเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการคืนอำนาจกลับไปสู่ประชาชน และการแจ้งความดำเนินคดีที่เกิดขึ้นก็เป็นสิทธิตามกระบวนการยุติธรรมก็ว่าไป แต่มองว่าจะไม่กระทบกับการทำงานในสภา และฝ่ายค้านจะเดินหน้ารณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญที่อยู่บนหลักการที่ถูกต้องต่อไป 

ส่วนกรณี นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทยประกาศลงสมัครผู้ว่า กทม.ในนามอิสระ ว่าเรื่องนี้เป็นเสรีภาพทางความคิดของนายชัชชาติ พรรคเพื่อไทยเองก็เป็นพรรคที่ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย เมื่อนายชัชชาติตัดสินใจทางการเมืองแบบนี้ ก็ต้องให้เกียรติ ในส่วนของพรรคเพื่อไทยจะส่งผู้สมัครลงในนามพรรคหรือไม่นั้น เห็นว่าพรรคยังมีเวลาประชุมหารือกันอีกนานพอสมควร เพราะขณะนี้ก็ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะมีการเลือกตั้งผู้ว่ากรุงเทพมหานครเมื่อใด แต่ตนเชื่อว่าการตัดสินใจของพรรคย่อมคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของประชาชน ดังนั้นเมื่อที่ประชุมของฝ่ายบริหารได้ข้อยุติอย่างไรก็จะรีบแจ้งให้ทราบแต่คงไม่ใช่เร็วๆนี้  เพราะเท่าที่ทราบเชื่อว่าผู้มีอำนาจจะปล่อยให้มีการเลือกตั้งผู้ว่า คงจะเป็นช่วงต้นปีหรือกลางปีหน้าเป็นต้นไปอย่างแน่นอน


ที่ว่า "หนัก" เพราะอะไร? เพราะเราแบกมันไว้ จึงหนัก แบกไว้บนบ่าบ้าง แบกไว้ในใจบ้าง สุมไว้บนหัวบ้าง ถ้ารู้จักวางมันลงซะบ้าง ที่ว่าหนัก....... ก็เบา!

"ทำบุญไว้เถิด" จะเกิดผล
นึกว่าดี 'อยากลองดี' ก็เชิญ!
คู่มือฉบับ 'คุกและยุบพรรค"
รำพึง-รำพัน 'วันโลกเปลี่ยนยุค'
ไม่อยากอยู่จึงอยู่ไม่เป็น
แล้ว 'ทอน' จะรู้ว่าผิดอะไร