ชักเริ่มแหม่งๆ!!!


   

 

               อือมม์ม์ม์...ชักเริ่มมีอะไรออกไปทาง แหม่งๆ อยู่พอสมควรเหมือนกัน สำหรับบ้านเราในช่วงหลังๆ คืออะไรที่ไม่น่าจะเป็นเรื่อง ก็กลายเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมาจนได้ อะไรที่เกิดเป็นเรื่องขึ้นมาใหม่ ไม่ว่าได้เรื่อง-ไม่ได้เรื่อง ก็ถูกลาก ถูกขยาย ให้บานปลาย ปลายบาน ชนิดหาข้อสรุป ข้อยุติ แทบไม่เจอ แต่ที่แน่ๆ ก็คือ...ได้ก่อให้เกิดการ ปรุงแต่งทางอารมณ์ ขึ้นมาเรียบโร้ยย์ย์ย์แล้ว...

                          --------------------------------------------------

                คือไม่ว่าโดยรายละเอียดข้อมูล ข้อเท็จจริง มันจะเป็นอย่างไรก็แล้วแต่ ใครถูก-ใครผิด อะไรถูก-อะไรผิด ดูแทบจะไม่ได้เป็นเรื่องที่สลักสำคัญมากมายซักเท่าไหร่ โดยเฉพาะสำหรับผู้คนซึ่งมักหันไปใช้ชีวิตอยู่ใน โลกเสมือนจริง มากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ โลกที่มันมี  รสนิยม หรือมีอารมณ์ชอบๆ ชังๆ ตามแบบฉบับของใครก็ของมัน เป็นตัวรองรับโดยพื้นฐาน ดังนั้น...อะไรที่เป็นเรื่อง เป็นราว เกิดเรื่อง เกิดราว ขึ้นมาแล้วล่ะก็ ย่อมสามารถนำไปใช้ ปรุงแต่งทางอารมณ์ ชนิดแทบไม่ต้องเสียเวลาแยกแยะถูก-ผิด แยกดี-แยกชั่ว แยกความมีเหตุผล-ความไม่มีเหตุผล ฯลฯ อะไรต่อมิอะไรเอาเลยแม้แต่น้อย...

                           ----------------------------------------------------

                อันนี้นี่แหละ...ที่ทำให้อะไรต่อมิอะไรชักออกไปทาง  แหม่งๆ ยิ่งขึ้นเรื่อยๆ เพราะมันออกจะเป็นอะไรที่ รับมือ ได้ยากซ์ซ์ซ์เอามากๆ คือถ้าหากว่ากันด้วย สติ อันเป็นสิ่งซึ่งย่อมต้องมี เหตุผล รองรับเอาไว้บ้าง ไม่มาก-ก็น้อย มันยังพอหาข้อสรุป ข้อยุติ กันได้แบบพอควร พอประมาณ แต่ถ้า สติ ดันหาย ไม่เหลือแม้แต่เศษสตางค์ติดตัวเอาไว้เลย เหลือแต่ อารมณ์ ล้วนๆ อันนี้นี่เอง...ที่มันจะนำไปสู่การไล่เตะ ไล่ถีบ ไล่กระทืบ สาดมือ สาดตีน ระหว่างกันและกันได้ง่ายๆ ตราบใดที่การ ปรุงแต่งทางอารมณ์ มันได้ยกระดับขึ้นมาถึงจุดใด จุดหนึ่ง จนไม่อาจชักสะพานถอยหลังได้อีกต่อไปแล้ว...

                   ----------------------------------------------------------

                อย่างบทเรียน ตัวอย่าง ที่พอเห็นๆ กันอยู่ ณ เกาะฮ่องกงในทุกวันนี้...อันนั้น ต้องเรียกว่า แทบไม่ต้องเสียเวลาใช้เหตุใช้ผลใดๆ อีกต่อไปแล้ว ต่อให้ผู้บริหารฮ่องกง ต่อให้รัฐบาลจีนแผ่นดินใหญ่ จะออกลูกไหนต่อลูกไหนก็แล้วแต่ ก็ยากซ์ซ์ซ์ที่จะทำให้บรรดา  กุมารฮ่องกง เลิกเผา เลิกไล่ทุบ ไล่ถีบ ไล่กระทืบ กับใครก็ตามที่ไม่ได้มี  รสนิยม แบบเดียวกันกับตัวเอง ขนาดวัน-สองวันก่อน แค่ประชาชน ปุถุชนชาวจีนธรรมดาๆ อย่างลูกจ้างบริษัท เจพีมอร์แกน ออกมากู่ก้องร้องตะโกน ขอให้กุมารฮ่องกงทั้งหลาย เห็นแก่  ความเป็นจีน เพราะ เราต่างก็เป็นคนจีนไปด้วยกันทั้งนั้น  (We are all Chinese) เพียงเท่านี้...ก็โดนถีบ โดนกระทืบ โดนสาวหมัดเข้าใส่ ชนิดแทบไม่ได้ฟังอีร้าค่าอีรม ฟังเหตุ ฟังผลใดๆ เอาเลยแม้แต่น้อย...

                     -------------------------------------------------------

                หรือบทเรียน ตัวอย่าง ที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศอิรัก เมื่อต้นสัปดาห์ที่แล้วนี่เอง ขณะที่รัฐบาลยังไม่ถึงกับ อยู่ยาวว์ว์ว์ คืออยู่มาแค่ประมาณ 1 ปีเท่านั้นเอง แต่โดย อารมณ์ ที่มันตกตะกอน นอนค้าง มานับเป็นทศวรรษๆ อันเนื่องมาจากปัญหาเศรษฐกิจ การว่างงาน การบริการสาธารณะที่ห่วยแตกมาโดยตลอด ฯลฯ อันเป็นปัญหาระยะยาวไปด้วยกันทั้งสิ้น แถมยังเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นภายใต้การ ยัดเยียดประชาธิปไตยตะวันตก ให้กับประเทศที่เต็มไปด้วยความแตกต่าง แตกแยก กันในระดับรากฐาน แต่ด้วย อารมณ์ ที่มันสอดแทรก ซึมซ่าน อยู่ในหมู่ กุมารอิรัก หรือในบรรดาเด็ก เยาวชน ที่เติบโตขึ้นมาใน โลกเสมือนจริง ซะเป็นหลักนี่เอง การจุดชนวนลุกฮือเพื่อโค่นล้มรัฐบาลชุดปัจจุบัน ที่หันไปคบหาสมาคมกับประเทศตะวันออก ไม่ได้คิดพึ่งพา อาศัย หรือคิดเป็นข้าทาส ข้าบริวารตะวันตกเหมือนเดิม ก็ส่งผลให้แทบ  เลือดนองท้องช้าง ไปทั่วทั้งดินแดนเมโสโปเตเมีย เอาเลยก็ว่าได้...

                           ---------------------------------------------------

                ดังนั้น...สำหรับประเทศไทยแลนด์ แดนสยาม ของหมู่เฮาทั้งหลาย ก็พึงต้องเก็บรับเอาบทเรียน ตัวอย่าง เหล่านี้ มาคิดๆ เอาไว้ก่อนล่วงหน้า จะหันไปใช้วิธีแบบหยาบๆ-ง่ายๆ หันไปออกอาวุธโต้แบบชนิดดอกต่อดอก มึงถีบ-กูถีบ มึงตบ-กูเตะ มึงด่า-กูด่า มึงกล่าวหา-กูแจ้งความ ฯลฯ อะไรทำนองนั้น โอกาสที่จะ ตาย...กับ...ตาย ย่อมมีความเป็นได้สูงเอามากๆ ไม่งั้น...อาจต้องปวดเศียร เวียนเกล้า ต้อง บวดหัว ชนิดยา บวดหาย ยังเอาไม่อยู่ แบบเดียวกับรัฐบาลจีน รัฐบาลอิรัก นั่นแหละ ยิ่งในช่วงระยะที่บรรดา กุมารไทย ทั้งหลาย เขาเริ่มหยิบเอาเรื่องโน้น เรื่องนี้ ประเด็นโน้น ประเด็นนี้ มา ปรุงแต่งทางอารมณ์ อย่างเป็นระบบและเป็นกิจการ ยิ่งขึ้นเรื่อยๆ...

                    -------------------------------------------------------

                คือแม้ว่าการใช้เหตุ ใช้ผล มันอาจไม่ถึงกับทำได้ถนัดถนี่กันซักเท่าไหร่ แต่การหันไปใช้ อารมณ์ ตอบโต้กับ อารมณ์ มีแต่ย่อมต้องส่งผลให้เกิดอาการบานปลาย ปลายบาน ยิ่งขึ้นไปใหญ่ เพราะไม่ว่าฉากสถานการณ์ ความเป็นไปของโลก ของสังคม มันจะสลับซับซ้อน ซ่อนเงื่อน เพื่อนทรยศ ไปถึงขั้นไหน แต่โดยพื้นฐานสำคัญ พึงต้องมี สติ ให้มากๆ เข้าไว้นั่นแหละดี เนื่องจากด้วยสิ่งที่เรียกว่าสตินี่เอง ที่จะช่วยให้เกิด ปัญญา ช่วยให้เกิดความอดทน อดกลั้น เกิด ขันติธรรม อันถือเป็นรากฐานสำคัญของ  สามัคคีธรรม ซึ่งทุกๆ ประเทศในโลกนี้ล้วนแต่ปรารถนาและต้องการไปด้วยกันทั้งสิ้น โดยเฉพาะในยุคที่โลกทั้งโลกมันกำลังแบ่งข้าง-แบ่งฝ่าย อย่างเห็นได้ชัดเจนยิ่งเข้าไปทุกที...

                         -------------------------------------------------------

                ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Victor Hugo (อีกครั้ง)... An invasion of armies can be resisted, but not an idea whose time has come. - การบุกของกองทัพนั้น สามารถต้านทานได้ แต่การบุกของความคิดเมื่อครั้นเวลามาถึง ไม่มีใครต้านทานได้เลย...”

                   ----------------------------------------------------------

 

 


ดูไว้.....ไม่เสียหลาย การชุมนุมอันยืดเยื้อของ อาตี๋ อาหมวย ฮ่องกง จากค้านร่างกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดน มาเป็นให้คนฮ่องกงเลือกผู้นำของตนเอง เพราะคนฮ่องกงไม่ใช่คนจีน 

ธนาธร:ไก่อ่อนเผยอเป็นอินทรี
ความพิเศษของ "บิ๊กแดง"
อย่าลืม...เรามีนัดกัน "๒๑ ตุลา."
อนุทิน 'อย่าห้าวริมปากเหว'
เมื่อ 'อนาคตใหม่' ผิดแผน
อย่าให้เป็น 'วิกฤติตุลาการ'