เครือข่ายคนจนรวมพลังรณรงค์ ‘วันที่อยู่อาศัยโลก’ คึกคัก ยื่นข้อเรียกร้องแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยทั้งในเมืองและชนบท


   

กรุงเทพฯ / เครือข่ายสลัม 4 ภาคและขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรมจัดงานรณรงค์ ‘วันที่อยู่อาศัยโลกปี 2562’ มีผู้เข้าร่วมกว่า 2,000 คน  ยื่นข้อเรียกร้องต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินทั้งในเมืองและชนบท  ขณะที่สหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ (สอช.) และเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศเตรียมจัดกิจกรรมรณรงค์ตลอดเดือนตุลาคมนี้  ชูประเด็น ‘บ้านมั่นคง บ้านโดยชุมชน  ทุกคนร่วมกันสร้าง’  โดยจะมีพิธีเปิดงานวันที่ 10 ตุลาคมนี้ที่สถาบันพัฒนาองค์ชุมชนฯ  มีรองนายกฯ จุรินทร์  ลักษณวิศิษฎ์ เป็นประธาน พร้อมผู้แทนชุมชนและนานาชาติ 350 คนเข้าร่วมงาน

 

วันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมทุกปี  องค์การสหประชาชาติกำหนดให้เป็น ‘วันที่อยู่อาศัยโลก’ (World Habitat  Day)  เพื่อให้ประเทศต่าง ๆ ให้ความสนใจกับสถานการณ์การอยู่อาศัยและการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์  ตลอดจนสิทธิพื้นฐานของการมีที่อยู่อาศัยที่เหมาะสม  และเพื่อสร้างความตระหนักในความรับผิดชอบร่วมกันในการจัดการให้มนุษย์ทุกคนมีที่อยู่อาศัยในอนาคต 

 

ในปีนี้วันที่อยู่อาศัยโลกตรงกับวันจันทร์ที่ 7 ตุลาคม  ในประเทศไทยมีการรณรงค์เคลื่อนไหวของภาคประชาชน  โดย  เครือข่ายสลัม 4 ภาค  ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (P-MOVE) ฯลฯ  นำประชาชนที่เดือดร้อนทั่วประเทศที่ประสบปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินประมาณ 2,000 คน  ตั้งขบวนจากหน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานครเพื่อเดินทางมายื่นหนังสือต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  โดยจุดแรกยื่นหนังสือถึงผู้ว่าฯ กทม. 

 

น.ส.สมบุญ คงคา  ประธานเครือข่ายสลัม 4 ภาค  ยื่นหนังสือข้อเรียกร้องให้แก่ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม.  มีเนื้อหาว่า  กรุงเทพมหานครเป็นจังหวัดที่มีประชากรหนาแน่น  มีผู้ไร้ความมั่นคงในที่อยู่อาศัยจำนวนมาก จึงต้องการให้กรุงเทพมหานครให้ความสำคัญต่อประชาชนที่ไร้ที่อยู่อาศัย  และต้องการให้รัฐบาลทำตามแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน

 

 “ข้อเรียกร้องที่ทางเครือข่ายสลัม 4 ภาค เรียกร้องต่อกรุงเทพมหานคร  คือ  1.ต้องการให้กรุงเทพมหานครออกแบบบ้านคนจนที่ใช้ปลูกสร้างในโครงการบ้านมั่นคง  ในราคาหลังละไม่เกิน 150,000 บาท  เพื่อให้คนจนได้มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง  และจัดให้มีการลงทะเบียนชุมชนที่มีจำนวนไม่ถึงเกณฑ์ 100 หลังที่อยู่ในโครงการบ้านมั่นคง”  ประธานเครือข่ายสลัม 4 ภาคกล่าว

 

ด้าน พล.ต.อ.อัศวิน  ผู้ว่าฯ กทม.กล่าวหลังจากรับหนังสือข้อเรียกร้องว่า  กรุงเทพมหานครพร้อมให้การดูแลและแก้ไขปัญหาให้แก่ประชาชนทุกด้านทุกกลุ่ม  สำหรับข้อเรียกร้องที่ยื่นมาตนจะนำไปศึกษาและหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาว่าสามารถให้ความช่วยเหลือได้มากน้อยเพียงใด  และจะนัดหารือกับผู้แทนเครือข่ายสลัม 4 ภาคเพื่อแก้ไขปัญหาร่วมกันต่อไป

ยื่นข้อเรียกร้องต่อผู้แทนองค์การสหประชาติ  สำนักงานประเทศไทย

 

จากนั้นกลุ่มผู้ชุมชนได้เคลื่อนขบวนมายื่นหนังสือที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์  กระทรวงคมนาคม   สำนักงานองค์การสหประชาชาติประจำประเทศไทย  และรัฐบาลไทยบริเวณข้างทำเนียบรัฐบาล  ถนนราชดำเนินนอก   โดยมีนายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นผู้รับหนังสือ  พร้อมด้วยนางสุจิตรา พิทยานรเศรษฐ์  ผู้ตรวจราชการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  และนายสมชาติ  ภาระสุวรรณ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ

 

ทั้งนี้ข้อเรียกร้องของเครือข่ายสลัม 4 ภาคมีประเด็นสำคัญ   เช่น  1.ชุมชนที่อยู่ในที่ดินการรถไฟแห่งประเทศ (รฟท.) และชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาระบบทางรถไฟ  จำนวน 260 ชุมชนทั่วประเทศ  ให้ รฟท.จัดหาที่ดินรองรับโดยให้ชุมชนเช่าอย่างถูกต้อง  ให้ยุติการดำเนินคดีกับชุมชน  และให้ รฟท.จัดหางบประมาณสนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัยของชุมชนที่ได้รับผลกระทบ  ฯลฯ

นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (P-MOVE) ที่ยื่นหนังสือถึงรัฐบาลรวม 9 ประเด็น  เช่น  ด้านสิทธิและเสรีภาพ   ให้ยกเลิกคำสั่ง คสช.และคำสั่งคณะปฏิวัติทุกฉบับที่ส่งผลกระทบต่อสิทธิ เสรีภาพของประชาชน  ด้านการกระจายอำนาจ  ให้มีการปฏิรูปการปกครองส่วนท้องถิ่น  โดยกระจายอำนาจการปกครองส่วนท้องถิ่น และสิทธิชุมชนในการจัดการทรัพยากรธรรมและสิ่งแวดล้อม ฯลฯ

 นายเทวัญ  ลิปตพัลลภ  รมต.ประจำสำนักนายกฯ รับข้อเรียกร้อง

 

นโยบายที่ดินและการคุ้มครองพื้นที่เกษตรกรรม  กระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม ตามข้อเสนอของภาคประชาชน เช่น พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างอัตราก้าวหน้า, พ.ร.บ.โฉนดชุมชน, พ.ร.บ.ธนาคารที่ดิน, มาตรการคุ้มครองพื้นที่เกษตรกรรมเพื่อป้องกันไม่ให้ที่ดินที่เหมาะสมกับการทำเกษตรถูกใช้ไปดำเนินการผิดประเภท   สิทธิในการจัดการดูแลทรัพยากรที่ดินโดยชุมชน  ทำให้เกิดการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการจัดการทรัพยากรที่ดิน  ออกกฎหมายจำกัดการถือครองที่ดินเพื่อป้องกันไม่ให้นายทุนยึดครองประเทศ  ฯลฯ

 

การสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยให้กับคนจนเมือง  รัฐบาลต้องมีนโยบายในการนำที่ดินรัฐประเภทต่างๆ มาพัฒนาเป็นโครงการที่อยู่อาศัย รองรับคนจนเมืองในรูปแบบกรรมสิทธิ์ร่วมกันของชุมชน   รัฐต้องมีนโยบายอุดหนุนช่วยเหลือด้านงบประมาณในการจัดที่อยู่อาศัย และพัฒนาสาธารณูปโภคกับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโครงการพัฒนาเมือง

 

นโยบายด้านรัฐสวัสดิการ ด้านที่อยู่อาศัยและที่ดิน  การเข้าถึงระบบสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย  ดอกเบี้ยสูงสุดไม่เกิน ร้อยละ 2 ต่อปี  เว้นแต่หากไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ เช่น กลุ่มเฉพาะแบบชุมชนแออัด หรือคนไร้บ้าน  ให้มีแนวทางการเข้าถึงที่อยู่อาศัยที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของกลุ่มเฉพาะนั้นๆ  จัดหาที่อยู่อาศัยสำหรับประชาชนในพื้นที่   ตำบลละไม่น้อยกว่า 1,000 ห้อง  ฯลฯ

อย่างไรก็ตาม  นอกจากการเคลื่อนไหวและรณรงค์ในวันนี้แล้ว  เครือข่าย ‘สหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ’ (สอช.) และเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศเตรียมจัดกิจกรรมรณรงค์วันที่อยู่อาศัยโลกตลอดเดือนตุลาคมนี้ในภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ  โดยจะมีการจัดเวทีให้ความรู้  สร้างความเข้าใจ  เพื่อให้สังคมตระหนักถึงปัญหาที่ดิน-ที่อยู่อาศัย  รวมทั้งยื่นข้อเสนอให้หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องสนับสนุนการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของประชาชนที่มีรายได้น้อยทั่วประเทศ

 

นางอร่ามศรี  จันทร์สุขศรี  ผู้แทนสหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ   กล่าวว่า  การจัดงานรณรงค์เนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลกปีนี้  สหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ (สอช.) ร่วมกับเครือข่ายที่ดินแนวใหม่ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองแห่งชาติ (คทช.) และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) จะจัดกิจกรรมรณรงค์ในหัวข้อ   “บ้านมั่นคง บ้านโดยชุมชน  ทุกคนร่วมกันสร้าง” หรือ “Collective Housing”  โดยมีเป้าหมายเพื่อ 

1. นำเสนอรูปธรรมความสำเร็จในการพัฒนาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยต่อระดับนโยบายและสาธารณะ 

2.รณรงค์สร้างความเข้าใจในการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อย  ทั้งในเมืองและชนบท  ให้สังคมได้ตระหนักถึงการแก้ไขปัญหาที่ดิน  ที่อยู่อาศัย  และเสนอต่อหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง

3.ผลักดันนโยบายในการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยกับหน่วยงานเจ้าของที่ดิน  

4. สนับสนุนแนวคิด Collective Housing

และ 5. ยกระดับและแลกเปลี่ยนเรียนรู้การพัฒนาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยทั้งเมืองและชนบท  ระหว่างผู้นำขบวนองค์กรชุมชนไทยกับผู้นำต่างประเทศ   หน่วยงานและฝ่ายนโยบาย

 นายสมชาติ ภาระสุวรรณ  ผอ.พอช.พูดคุยกับผู้ชุมนุมวันที่อยู่อาศัยโลกข้างทำเนียบรัฐบาล

 

ทั้งนี้จะมีการจัดงานทั้งในระดับส่วนกลางและภูมิภาคตลอดเดือนตุลาคมนี้  เช่น  ที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ  กรุงเทพฯ  ภาคกลางและตะวันตกที่ จ.เพชรบุรี  ภาคเหนือที่ จ.เชียงราย   ภาคอีสานที่ จ.กาฬสินธุ์และขอนแก่น  ภาคตะวันออกที่ จ.ชลบุรี   ภาคใต้ที่ จ.กระบี่   ฯลฯ  โดยจะมีการนำเสนอรูปธรรมการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินในประเด็นต่างๆ  เช่น  การจัดตั้งกองทุนที่ดิน  บ้านมั่นคงในที่ดิน ส.ป.ก.  การจัดการภัยพิบัติโดยชุมชนบ้านมั่นคง การแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยในพื้นที่ชายฝั่งและการอนุรักษ์ทรัพยกรชายฝั่งทะเล  ฯลฯ

 

โดยจะมีการเปิดงานวันที่อยู่อาศัยโลก  ‘บ้านมั่นคง : บ้านโดยชุมชน  ทุกคนร่วมกันสร้าง (Collective Housing)’   ในวันที่  10  ตุลาคมนี้   ระหว่างเวลา  8.00-16.30 น.  ที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ  ถนนนวมินทร์  เขตบางกะปิ  กรุงเทพฯ  โดยมีนายจุรินทร์  ลักษณวิศิษฎ์  รองนายกรัฐมนตรี  ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายที่อยู่อาศัยแห่งชาติ  เป็นประธานในการเปิดงาน   และมีการสัมมนา Collective Housing ของผู้นำชุมชนในประเทศไทยกับผู้นำจากยุโรป  อเมริกา ลาตินอเมริกา แอฟริกา   และเอเชีย  13 ประเทศ  เช่น  เมี้ยนม่าร์   กัมพูชา เวียดนาม ฟิลิปปินส์  อินเดีย  ฯลฯ  มีผู้เข้าร่วมประมาณ 350 คน

                          


"ช่อ-พรรณิการ์" นี่.......... ต้องยกให้เธอเป็น "เตียวเสี้ยน" แห่งสำนัก "อนาคตโคตรใหม่" อย่างนั้นเลยจริงๆ "เหว" ว่าลึกแล้ว แต่คิดจากก้อนสมองในหัวกะโหลกที่ทิ่มคอจมลงไปถึงไหล่ ลึกและล้ำกว่ามากนัก!

๒๑ มกรา 'มีใครจะลาบวช?'
ดิ้นกันไปเมื่อรู้ว่า 'ใกล้เมรุ'
ปิยบุตร "ยังเป็นคนอยู่หรือ?"
ประชาธิปัตย์ 'ก่อนศตวรรษ'?
ยำใหญ่ “ใส่ไข่” นายกฯประยุทธ์
'ผีบุญ' แนวทางศึกษา 'ทอน'