'แคทรียา'งงโดนโยง'เสี่ยท็อป' รับยังไม่หายจาก'โรคซึมเศร้า'


   

 

          หลังจากกรณีหนุ่มอ้างเป็นเสี่ยหมื่นล้าน หลอกให้สาวแต่งงาน มีการจัดงานแต่งใหญ่โต แต่ก็หนีหายทิ้งให้เจ้าสาวเป็นหนี้งานแต่งถึง 3ล้านบาท ทางฝั่งผู้เสียหายได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน โดยเผยว่าฝั่ง "เสี่ยท็อป" เสี่ยกำมะลอ ได้อ้างว่าเคยคบกับดาราสาวถึง 3 ท่าน ทั้ง แคทรียา อิงลิช, เทย่า โรเจอร์ และ ไฮโซม่านฟ้า
          ล่าสุดวันนี้ 7(ตุลาคม) นักร้องสาว แคทรียา อิงลิช ได้เปิดใจกลางรายการ "เรื่องลับมาก (NO CENSOR)" ทั้งเรื่องเสียกำมะลอ ข่าวเกาะกระแสงานแต่งแมน-ใบเตย รวมไปถึงโรคซึมเศร้าที่ยังไม่หาย
          "ตอนแรกกะให้เรื่องเงียบไปเลย เชื่อไหมว่าติดตามข่าวนี้อยู่ แต่ไม่คิดว่าตัวเองจะไปเกี่ยวโยงตรงนี้ได้ งงมาก สงสารผู้หญิงเนอะโดนหลอก แล้วอยู่ดีๆมีน้องๆส่งมาให้ว่ารู้จักคนนี้เหรอ เราก็ไม่รู้จัก เกี่ยวโยงกันได้ยังไง เขาบอกแคทเป็นแฟนเก่า ไม่รู้จัก มาได้ยังไง งงมาก ยืนยันว่าไม่เคยรู้จัก ไม่เคยรู้จักชื่อ ไม่เคยเห็นหน้า ไม่เคยอะไรเลย เลยคิดว่าคงติดละครสามีสีทองมากไปค่ะ
          ไม่เครียดนะ เราอยู่วงการมา 30 ปีแล้ว เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนเหมือนกัน ไม่ใช่ครั้งแรก ก็เฉยๆ มาแบบนี้อีกแล้ว มาหลายแนวมาก บางทีจะซื้อโน่นนี่ ซื้อรถ มีเงินมาให้ แต่อย่ามายุ่งกับเรา เราอยู่ของเราแบบนี้ พอแล้ว บางทีก็มีคนไม่เคยรู้จักกัน อยู่ดีๆ มาบอกว่าจะแต่งงานกับแคท เขียนจดหมายอะไรต่ออะไร มาถึงบ้านก็มี
           กรณีเสี่ยท็อปเนี่ย ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ไม่เคยเห็นหน้า อย่างที่บอกแคทก็ตามข่าวสงสารผู้หญิงที่โดนหลอก ถามว่าในสังคมเรา ไม่ใช่แค่เมืองไทย ในต่างประเทศก็มี คนประเภทนี้มีเยอะ หญิงชายต้องระวังตัวอย่าเชื่อใจคนง่ายๆ ต้องดูคนนานๆ ต้องถามที่มาที่ไปเขา ต้องศึกษาให้ดีก่อน

 

 

          ส่วนเรื่องข่าวที่ว่าตกอับต้องไปหาซีนในงานแต่งคนอื่นไม่ได้สนิทกัน คืองงมาก ปกติแคทเป็นคนโลกส่วนตัวสูง ไม่ชอบไปที่ที่มีคนเยอะ งานแต่งงานแทบจะไม่ไปเลยค่ะ ไปงานแต่งแมน-ใบเตย คนบอกสนิทกันได้ยังไง  ไม่เคยเห็นมีรูปกับบ่าวสาว ไม่เกี่ยวเลย กับแมนก็มีบ่อย เราอยู่ชมรมเดียวกัน ชมรมฮาเล่ย์ เวลาเจอแมน ก็เจอเตยมาด้วย จะมีร้านเป็นของชมรม เป็นคลับของชมรม บางทีเตยก็จะมาเวลาเขาว่างไม่ไปเล่นคอนเสิร์ต เขาก็จะมาทานข้าว
          ตอนแรกคิดในใจว่าไม่อยากไป เพราะอย่างที่บอกไม่ชอบอยู่กับคนเยอะ แมนอยู่กองเดียวกัน เล่นสามีสีทองด้วยกัน เตยก็มาที่กองถ่ายเอาการ์ดมาให้เอง ตอนแรกบอกแมนขี้เกียจแต่งตัว จะยังไงดี พี่ขี่ฮาเล่ย์ใส่ชุดนี้เข้างานเลยได้ไหม คืออย่างที่บอกไม่ค่อยไปงานแต่งงาน ชุดที่ได้ก็ตอนเที่ยงวันนั้นและไปงานเย็นวันนั้นเลย ตอนแรกคิดว่าจะหาชุดไม่ได้ แต่คิดในใจเขาเอาการ์ดมาให้ถึงกองถ่าย ก็ไปให้น้องแล้วกัน น้องก็น่ารัก รู้จักแมนมา 3-4 ปีแล้วไม่ได้เพิ่งรู้จัก ค่ายก็ไม่เกี่ยวกันเลย เป็นเพื่อนกันได้หมด มันไร้สาระ
          คนว่างานหด มีละครอยู่ 5 เรื่อง เพราะฉะนั้นมันไม่ได้หาย ถามว่าทำไมรับละครถี่ ชีวิตแคทก็แบบนี้แหละค่ะ จะมีช่วงที่ขึ้นและช่วงที่ลง ช่วงที่ลงคือช่วงที่เราได้พัก พอเราได้พักเราก็โอเค พร้อมกลับมาทำงาน พอทำงานอยู่ดีๆเข้ามาเยอะมาก ละครสามีสีทองก็จบแล้ว กำลังจะอวสานอาทิตย์หน้า เปิดกล้องเรื่องใหม่อาทิตย์หน้า พฤศจิกายน อีกเรื่องนึง มกราคม อีกเรื่องนึง ช่วงนี้ไม่ใช่ช่วงขาลงของแคทหรอก ขาขึ้นด้วย อยู่ดีๆงานเข้ามาพร้อมกันหมดเลย งานอีเวนต์ งานจ้าง เยอะเลย ต้องแชร์เวลากับละคร

 

 

          เรื่องโรคซึมเศร้าถามว่าหายไหมก็ไม่หาย มีกลับมาบ้าง ไม่ใช่กินยาแล้วหาย เป็นอารมณ์ที่พอเราเฟลหลายๆอย่าง เราดาวน์หลายๆอย่าง มนดร็อปมากกว่าคนปกติ เคยคิดฆ่าตัวตายแว๊บนึง แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะมีความรู้สึกว่าแค่คิดก็ผิดแล้ว เรามีแม่ มีน้อง มีภาระ เราก็สู้อะไรมาเยอะ เราเจออะไรมาเยอะ ทุกคนคิดว่แคทคุณหนู ทุกอย่างดี แต่ในความเป็นจริงไม่ใช่ คนเข้าใจอะไรผิดเยอ อาจด้วยรูปต่างๆที่เราลง เป็นภาพภายนอกที่คนได้เห็นเท่านั้น อย่างที่บอกน้อยคนที่จะได้รู้จักตัวตนแคทจริงๆ
          ที่แคทออกมายอมรับเรื่องโรคซึมเศร้าเพราะสมัยนี้ ด้วยสังคม สิ่งแวดล้อม ทำให้คนอารมณ์ลงเยอะมาก เรื่องข่าวเราเสพเราไม่รู้ตัว มันดึงจิตเราลงไปเยอะมาก ตอนนั้นแคทเล่นละคร แคทลงไปกับมันเยอะมาก อินมากซะจนกลับบ้านกรี๊ดร้องไห้ เอาหัวโขกเตียง ทำอะไรไม่ถูก มันปล่อยอารมณ์ออกมาไม่ได้เสียที เหมือนทำร้ายตัวเอง แต่ไม่ถึงกับเอามีดมา ไม่ขนาดนั้น เหมือนมันอึดอัดยังไงไม่รู้ บอกไม่ถูก เอาหัวโขกเตียงเลย ไม่รู้จะปลดปล่อยอารมณ์ยังไง จนไปหาจิตแพทย์ มันไม่ใช่โรคบ้า อย่าเข้าใจผิด มันเป็นโรคที่อันตรายมาก บางคนไม่รู้ตัวด้วยว่าเป็น คนที่รู้ตัวก็อาจรักษาไม่ถูก

 

 

          คนรอบข้างมองว่าเป็นโรคเรียกร้องความสนใจ ไม่ใช่ค่ะ อาจมีส่วนอยากให้สนใจช่วยฉันด้วย หาวิธีไหนก็ได้ช่วยฉันหน่อย เหมือนเราจมน้ำ เราต้องการห่วงยาง เชือกหรือให้ใครยื่นมือมาช่วยหน่อย ต้องการแค่นั้น ต้องหาหมอไหม เกือบๆอยู่เหมือนกัน
          อีกเรื่องบทน่ากลัวมาก ยอมรับว่ากลัว เพิ่งได้อ่านบทจริงๆเมื่อสองสามวันที่แล้ว พออ่านแล้วแบบ เอาแล้ว ฉันต้องไปหาหมอแน่ๆเลย แค่อ่านก็ต้องวาง เดี๋ยวค่อยกลับมาอ่าน มันเครียด ไมเกรน อึดอัดเลย ก็เลยคิดว่าฉันรับนี่มันถูกหรือเปล่า ก็เอาเป็นว่าเราปลดปล่อยกับคาแรคเตอร์นี้แล้วกัน ถ้าไม่ได้ก็กลับไปหาหมอ มันอยู่ที่จิตใจของเราจริงๆ ที่แคทดีขึ้นเป็นเพราะตัวแคทเองด้วย ถ้าเราเข้มแข็งพอ ดึงจิตดึงสติกลับมาด้วยตัวเราเองได้ มันยิ่่งใหญ่ที่สุดแล้ว บางคนบอกว่าไม่เป็นไรนะ ทำใจสบายๆ คำพวกนี้จริงๆไม่ได้ช่วย แค่นั่งข้างๆอยู่เงียบๆ ให้รู้ว่ามีคนนั่งอยู่ข้างๆ จับมือ ก็โอเคแล้ว สังคมเราต้องศึกษาเรื่องโรคนี้จริงๆจะได้รับมือได้ โรคนี้เข้าใจยากนะ บางทีก็เสียใจ เสียดายกับชีวิตคนบางคนที่เห็นข่าวว่าฆ่าตัวตาย รู้สึกอยากยื่นมือไปช่วยเขาจังเลย คิดทำแบบนี้กับตัวเองทำไม เพราะเราเคยดิ่งลงไปจุุดนั้น แต่ไม่ถึงขนาดต้องลาโลก มันไม่ได้ มันถึงจุดนั้นไม่ได้ เพราะเรามีน้องชาย มีคุณแม่ คุณพ่อเสียชีวิตเมื่อ 5 ปีที่แล้ว เราต้องดูแลคนรอบข้างเราอีกหลายคน"

 

 

ขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจากอินสตาแกรม katreeya_e

 

 

 


ดูไว้.....ไม่เสียหลาย การชุมนุมอันยืดเยื้อของ อาตี๋ อาหมวย ฮ่องกง จากค้านร่างกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดน มาเป็นให้คนฮ่องกงเลือกผู้นำของตนเอง เพราะคนฮ่องกงไม่ใช่คนจีน 

ธนาธร:ไก่อ่อนเผยอเป็นอินทรี
ความพิเศษของ "บิ๊กแดง"
อย่าลืม...เรามีนัดกัน "๒๑ ตุลา."
อนุทิน 'อย่าห้าวริมปากเหว'
เมื่อ 'อนาคตใหม่' ผิดแผน
อย่าให้เป็น 'วิกฤติตุลาการ'