คว่ำพรบ.งบฯปี63แต่ไก่โห่ ฝ่ายแค้นซุ่มลับปากซักฟอก


   

  ครม.ไฟเขียวร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2563 ส่งสภาพิจารณา 17-18 ตุลาคมนี้ "สมพงษ์" ยันฝ่ายค้านไม่ยกมือหนุน แค่อยู่เฉยๆ ไม่คัดค้าน อนาคตใหม่เปิดสนามกอล์ฟติวเข้ม ส.ส. มี  "จาตุรนต์" เป็นครูฝึก ใช้เป็นเวทีลับฝีปากซักฟอกรัฐบาล 
    เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ  พ.ศ.2563 ได้ผ่าน ครม.เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตามกำหนดจะส่งวันนี้ (7 ต.ค.) เพื่อให้มีเวลาในการพิจารณาตามที่ฝ่ายรัฐสภาได้กำหนดไว้ได้ทันเวลา 
    "ในเรื่องของงบประมาณก็ไม่อยากให้ทุกคนไปมองเรื่องยอดงบประมาณ ที่เอามาแถลงเอามาชี้แจงตามสื่อตามโซเชียลต่างๆ มันเป็นขั้นต้นที่จะจัดทำงบประมาณขึ้นไปในปี 63 ของรัฐบาล เพราะฉะนั้นมันอยู่ที่การพิจารณาทั้ง 2 วาระ ทั้งวาระที่ 1 และวาระที่ 2 อีก มันจะได้มากได้น้อย ลดหรือเพิ่ม อะไรต่างๆ เหล่านี้เป็นการพิจารณาของ กมธ.ทั้งสิ้น ก็ขอเรียนชี้แจงให้ทราบ" นายกฯ กล่าว
    ด้านนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรอบเวลาในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณว่า เตรียมจัดส่งเอกสารงบประมาณให้แก่สมาชิกในบ่ายวันนี้ เพื่อให้สมาชิกได้มีเวลาในการศึกษารายละเอียดล่วงหน้า เนื่องจากเอกสารมีจำนวนมากและมีหลายเล่ม 
    เขากล่าวว่า เรื่องกำหนดวันที่ใช้ในการพิจารณาอย่างน้อยคือวันที่ 17-18 ต.ค.นี้ แต่หากไม่เสร็จก็สามารถต่อได้ไปในวันที่ 19 ต.ค. โดยขณะนี้ยังไม่ได้พูดคุยกับวิปของทั้งสองฝ่าย แต่ก่อนเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญก็จะต้องหารือกันก่อนอย่างแน่นอน ทั้งนี้ ในการประชุมวันที่ 17-18 ต.ค.จะเริ่มขึ้นในเวลา 09.30 น. โดยไม่มีการกำหนดระยะเวลาเลิกการประชุม 
    ส่วนปัญหาเสียงปริ่มน้ำของรัฐบาลจะสามารถควบคุมได้หรือไม่นั้น นายชวนกล่าวว่า เข้าใจว่าทุกฝ่ายคงดูแลเสียงฝั่งของตนเอง ซึ่งการจะให้ใครไปประชุมต่างประเทศในช่วงนี้ก็คงไม่อนุมัติ เพื่อไม่ให้คะแนนเสียงมีปัญหา
    ด้านนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร  กล่าวว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านจะไม่ยกมือสนับสนุนให้ เพราะที่ผ่านมาไม่เคยเห็นฝ่ายค้านไปสนับสนุน แต่จะใช้วิธีการอยู่เฉยไม่คัดค้านอะไร เพราะไม่ใช่เรื่องที่ ส.ส.จะต้องยกมือเห็นด้วยทั้งหมด 500 คนอย่างกรณีเสนอตั้งกรรมาธิการศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ
    "ส่วนตัวมองว่าการที่ฝ่ายค้านไม่ยกมือให้คงไม่ถึงขั้นทำให้ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ไม่ผ่าน แต่ต้องดูที่ข้อเท็จจริงจากร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ที่ผ่าน ครม. ถ้าไม่ผ่านมาจริงๆ ก็เป็นเรื่องของนายกรัฐมนตรีที่จะพิจารณาว่าจะแสดงความรับผิดชอบหรือไม่ เพราะหลายครั้งที่นายกรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบแต่กลับไม่รับผิดชอบ"
    นายสมพงษ์กล่าวว่า ส่วนตัวเห็นด้วยว่าหากร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ไม่ผ่าน ประชาชนก็จะเดือดร้อน เพราะเมื่อมีงบประมาณก็จะเกิดการหมุนเวียนใช้จ่าย มีการลงทุนสร้างถนนหนทางต่างๆ แต่เบื้องต้นเท่าที่ทราบเห็นว่างบประมาณที่ออกมากลับไปให้ความสำคัญในด้านความมั่นคงมากกว่า ทั้งที่ควรนำงบประมาณไปช่วยทางด้านเศรษฐกิจที่ประชาชนกำลังเดือดร้อน ทำมาหากินลำบาก แต่กลับเอาเงินไปซื้อยุทโธปกรณ์ต่างๆ มากมาย 
    "ยืนยันว่าส่วนตัวไม่ขัดข้องกับการซื้อยุทโธปกรณ์ แต่ควรเป็นไปอย่างพอดี ไม่เวอร์จนเกินไป  อย่างเรือดำน้ำนั้นตนไม่เห็นด้วย เพราะเพียงแต่ป้องกันไม่ได้ไปสู้รบกับผู้อื่น" ผู้นำฝ่ายค้านกล่าว
    นายสมพงษ์กล่าวอีกว่า ขณะนี้ฝ่ายค้านได้เตรียม ส.ส.สำหรับอภิปรายแล้ว โดยจะแบ่งออกเป็นด้านๆ อาทิ ด้านสังคม, เกษตร, การเมือง เป็นต้น และเห็นว่าการให้อภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ  ในวาระแรกเพียงแค่ 2 วันนั้นไม่เพียงพอ อาจจำเป็นต้องขยายออกไปเป็นวันที่ 3 เพราะปัจจุบันรายละเอียดงบประมาณมีความสับสนมากกว่าในอดีต จึงต้องใช้ระยะเวลาในการสอบถามมากขึ้น
    นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณี พล.อ.ประยุทธ์ออกมาข่มขู่ว่าถ้าร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ไม่ผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรจะทำให้ประชาชนเดือดร้อน เป็นการพูดที่ไม่เหมาะสม เพราะฝ่ายค้านมีหน้าที่ในการตรวจสอบ ซักถามความจำเป็นในการใช้งบประมาณของรัฐบาล ซึ่งร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวจะผ่านหรือไม่ขึ้นอยู่กับการชี้แจงของรัฐบาล  หากไม่ผ่านรัฐบาลก็ต้องแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกหรือวิธีการอื่น การที่ฝ่ายค้านตรวจสอบก็ทำตามหน้าที่ ไม่ใช่การลับมีดรอหรือต้องการล้มรัฐบาล ในส่วนของประเด็นการอภิปรายงบด้านต่างๆ นั้นจะสรุปครั้งสุดท้าย 9-10 ตุลาคม
    นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ส.ส.ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลควรได้อภิปรายในสัดส่วนเวลาที่ใกล้เคียงกัน เพราะในการประชุมทุกๆ ครั้งที่ผ่านมา ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลจะเสียเปรียบเรื่องเวลาในการอภิปรายอยู่เสมอ จะถูกวิปสั่งให้รวบรัดการอภิปรายในเวลาที่จำกัด โดยมีข้ออ้างว่าเป็นฝ่ายรัฐบาลไม่ควรอภิปรายอะไรมากมาย ถือว่าเป็นการปิดกั้นการทำหน้าที่ของ ส.ส. เพราะ  ส.ส.ทุกคนอยากจะสะท้อนปัญหาของประชาชนในเขตเลือกตั้งของตัวเองเพื่อให้รัฐบาลได้รับทราบและนำไปแก้ไขปัญหาด้วย
    ส.ส.นครศรีธรรมราชยังกล่าวว่า การที่ พล.อ.ประยุทธ์ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ถ้างบประมาณไม่ผ่านจะเดือดร้อนทั้งประเทศนั้น ถือเป็นการส่งสัญญาณหรือข่มขู่ทางการเมือง หากร่างงบประมาณไม่ผ่านสภาจริง ท่านจะใช้สิทธิ์ประกาศยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ คนที่เดือดร้อนคือนักการเมือง พรรคการเมือง และรัฐบาลเท่านั้น ส่วนประชาชนทั้งประเทศจะยินดีปรีดามากกว่าเดือดร้อน เพราะจะได้มีโอกาสเลือกตั้งอีกครั้ง ก็จะทำให้ภาวะเศรษฐกิจการเงินสะพัดมากกว่าโครงการชิมช้อปใช้หลายเท่า
    ที่พัฒนากอล์ฟคลับแอนด์รีสอร์ท พรรคอนาคตใหม่จัดสัมมนาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ของพรรคเป็นวันที่ 2 โดยมีนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีหลายกระทรวง มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์และแนะนำเทคนิคการปภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ
    โดยนายจาตุรนต์กล่าวว่า การอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี ในหลายๆ ครั้งจะพบว่าใครอยากจะพูดอะไรก็พูด ซึ่งการอภิปรายเรื่องนี้ที่ดีๆ จะเป็นกึ่งๆ การซ้อมอภิปรายไม่ไว้วางใจ  แต่ฝ่ายค้านยุคก่อนมักพูดสะเปะสะปะไม่ตรงจุด แต่สำหรับครั้งนี้เท่าที่ตนได้ฟังการอภิปรายของพรรคฝ่ายค้านในช่วงสมัยประชุมที่ผ่านมา พรรคอนาคตใหม่มีประเด็นที่ดีในการอภิปราย จับประเด็นได้แม่น  จึงคาดว่าการอภิปรายครั้งนี้จะออกมาได้ดี
     ที่สำนักงานศาลปกครอง นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ เข้ายื่นคำร้องถึงศาลปกครองกลาง ขอให้มีคำพิพากษาเพิกถอนมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 30 ก.ค.62 ที่เห็นชอบให้นำคำขอตั้งงบประมาณของรัฐบาลชุดก่อนมาปรับปรุงแทนการจัดทำงบประมาณขึ้นใหม่ 
    "ขั้นตอนต่างๆ ที่รัฐบาลทำเรียกได้ว่าเหมือนลักไก่ เอาร่างทำของบประมาณเดิมมาตัดแปะเปลี่ยนปกใหม่ อย่างร่างของกระทรวงการอุดมศึกษาฯ ผมก็หาจากอินเทอร์เน็ตใช้กูเกิลอย่างที่ท่านนายกรัฐมนตรีบอก อาจจะชำนาญกว่าจึงหาได้เจอ และพบว่ามีการทำแบบนี้เกือบทุกกระทรวง ทบวง กรม  ผมไม่ได้มุ่งร้าย เพราะถ้ามีความคิดอย่างนั้นคงจะต้องรอให้ถึงต้นปี 2563 แล้วมาร้อง ถึงตอนนั้นถ้าผิด ประชาชนก็จะเดือดร้อนจริงๆ กับการที่งบประมาณปี 2563 ไม่ผ่าน ตอนนี้เรามาชี้ให้เห็นความผิดพลาดเสียก่อนเพื่อให้รัฐบาลกลับไปแก้ไขให้ถูกต้องตามขั้นตอน" นายเรืองไกรกล่าว
    เขากล่าวว่า กรณีนี้ตาม พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ 2561 มาตรา 54 ได้ระบุไว้ว่า การอนุมัติงบประมาณที่ผิดพลาดจะต้องมีผู้รับผิดชอบ หากเงินงบประมาณนี้มีการนำไปใช้แล้วก็ต้องมีคนนำเงินดังกล่าวมาใช้คืน ไม่ได้กำหนดความผิดทางอาญาเอาไว้ ก็เชื่อว่าสามารถไปดำเนินการได้ตามกฎหมายอื่น.