คลังเล็งคลอดกฎหมายสั่งสถาบันการเงินจ่ายเงินช่วยเอสเอ็มอี


เพิ่มเพื่อน    

คลังลุยยกเครื่องกฎหมายส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เล็งรีดเงินจากสถาบันการเงินเพิ่มส่งเข้ากองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เพื่อช่วยเหลือกรณีมีปัญหา

12 มี.ค. 2561 รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง ระบุว่า สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กำลังเปิดรับแสดงความคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ระหว่างวันที่ 9-25 มี.ค.นี้ โดยมีการแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม พ.ศ. 2543 ทั้งสิ้น 3 ประเด็น ประกอบด้วย การเพิ่มประเภทเงินนำส่งเข้ากองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมให้ครอบคลุม เงินนำส่งจากสถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันคุ้มครองเงินฝาก  ซึ่งหมายถึง ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน บริษัทเครดิตฟองซิเอร์ และธนาคารที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้ง

ทั้งนี้ ได้กำหนดหลักเกณฑ์ในการให้สถาบันการเงินนำส่งเงินและเงินเพิ่มเข้ากองทุนฯ ตลอดจนการเพิ่มประเภทการใช้จ่ายเงินที่สถาบันการเงินนำส่งเข้ากองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ให้ใช้จ่ายเพื่อช่วยเหลือทางการเงินแก่วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่เป็นลูกหนี้และมีปัญหากับสถาบันการเงินได้ 

นอกจากนี้ยังระบุว่าหากสถาบันการเงินใดไม่นำส่งเงินมาเข้ากองทุนหรือนำส่งไม่ครบ ภายในระยะเวลาที่กำหนด ต้องเสียเงินเพิ่มในอัตราไม่เกิน 2% ต่อเดือนของจำนวนเงินที่ไม่นำส่ง หรือนำส่งไม่ครบ โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกำหนด 

“การแก้ไขครั้งนี้เพื่อให้สถาบันการเงิน ให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่เอสเอ็มอีที่เป็นลูกหนี้ของสถาบันการเงิน โดยนำส่งเงินเข้ากองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม สำหรับฟื้นฟูกิจการของเอสเอ็มอีที่เป็นลูกหนี้ ซึ่งจะเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบลุกลามไปสู่ระบบสถาบันการเงิน และเป็นการสร้างเสถียรภาพของระบบสถาบันการเงินและระบบเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม” รายงานข่าว ระบุ

เนื่องจากธุรกิจเอสเอ็มอี เป็นส่วนสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศ มีสัดส่วนสินเชื่อเป็น 1 ใน 3 ของสินเชื่อในระบบสถาบันการเงินทั้งหมด ดังนั้นหากเอสเอ็มอีประสบปัญหาด้านการเงิน ย่อมส่งผลต่อระบบสถาบันการเงินในภาพรวมได้ ดังนั้น เพื่อให้การช่วยเหลือฟื้นฟูกิจการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ที่ประสบปัญหามีแหล่งเงินสำหรับดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง สมควรให้สถาบันการเงินต้องส่งเงินเข้ากองทุนเอสเอ็มอี 

สำหรับประโยชน์ที่ได้รับคาดว่า จะให้ความช่วยเหลือแก่เอสเอ็มอีที่เป็นลูกหนี้ของสถาบันการเงิน  โดยอาศัยเงินนำส่งจากสถาบันการเงินไปช่วยเหลือให้วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่เป็นลูกหนี้ของ สถาบันการเงินฯ สามารถกลับมาดำเนินธุรกิจได้ตามปกติ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเนื่องและเกิดประโยชน์ต่อภาค เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นภาคการผลิต ภาคธุรกิจ และประชาชน ที่เกี่ยวข้องกับเอสเอ็มอี

นอกจากนี้ยังลดปัญหาสินเชื่อด้อยคุณภาพของสถาบันการเงินซึ่งเป็นเจ้าหนี้สินเชื่อ ส่งผลให้ ประชาชนผู้ใช้บริการทางการเงินกับสถาบันการเงินเกิดความมั่นใจในฐานะและความมั่นคงของระบบสถาบันการเงิน ขณะเดียวกันเอสเอ็มอี ยังสามารถขยายกิจการ ก าลังการผลิต การลงทุนใน เครื่องมือเครื่องจักร นวัตกรรม และเพิ่มระดับการจ้างงาน ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างเสถียรภาพ ให้แก่ระบบการเงิน ระบบสถาบันการเงิน และระบบเศรษฐกิจของประเทศ 


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.